Full Transcript

·YouTLDR

กินกล้วยแบบไหนหลัง 60+? 3 เวลาที่ควรเลี่ยง และ 3 เวลาทองที่ช่วยดูแลกล้ามเนื้อ | สุขภาพผู้สูงอายุ

51:34310 summary words · ~2 min readThaiBy วัยเก๋าสุขภาพดีTranscribed Oct 24, 2026
Analyze another video with Pro30-day money-back guarantee
Summary

ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปไม่ควรกินกล้วยก่อนนอน ตอนท้องว่าง หรือหลังมื้อหนักทันที เพราะจะกระตุ้นน้ำตาลและดึงแร่ธาตุออกจากกล้ามเนื้อ แต่ควรกินหลังออกกำลังกายเบาๆ 30-60 นาที ช่วงบ่ายคู่กับโปรตีน หรือหลังอาหารเช้า เพื่อชะลอภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย

การปรับเพียงช่วงเวลาการกินกล้วยและเสริมโปรตีนช่วยฟื้นฟูมวลกล้ามเนื้อที่สลายตัวปีละ 3% ได้ถึง 5-8% ภายใน 12 สัปดาห์ ลดความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกสะโพกหักได้มากกว่าเท่าตัวโดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริมราคาแพง

Section summaries

0:00-3:54

ปัญหาการสูญเสียกล้ามเนื้อและบทเรียนจากกรณีลุงวินัย

watch

ผู้บรรยายเกริ่นนำถึงความเข้าใจผิดของคนไทยที่คิดว่ากล้วยกินเวลาใดก็ได้ ทั้งที่หลังอายุ 60 ปี อัตราการย่อยและการสลายกล้ามเนื้อเปลี่ยนไป โดยอ้างอิงข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหิดลที่พบว่ามวลกล้ามเนื้อลดลงปีละ 3% ส่งผลให้เสี่ยงต่อการหกล้มสูงขึ้น 2.3 เท่า จากนั้นนำเสนอกรณีศึกษาของลุงวินัย วัย 68 ปี ที่กินกล้วยน้ำว้า 2 ลูกก่อนนอนทุกคืนจนขาอ่อนแรงและเป็นตะคริว เพราะการเผาผลาญช่วงนอนหลับทำงานช้าลงจนเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันสะสม

  • หลังอายุ 60 ปี มวลกล้ามเนื้อสลายตัวปีละ 3% และคนไทยวัย 80+ มีภาวะซาโคพีเนียเกือบ 50%
  • การกินกล้วยก่อนนอนขัดขวางการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและสะสมเป็นไขมันแทนสารอาหาร

ช่วยปรับเปลี่ยนความเชื่อเดิมเรื่องการกินกล้วยก่อนนอนและอธิบายกลไกการสลายกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน

3:54-10:24

วิถีชีวิตเปลี่ยนไป: การทำงานของอินซูลินและโกรทฮอร์โมน

watch

ส่วนนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างคนรุ่นก่อนที่ทำเกษตรกรรมใช้แรงงานทั้งวันกับผู้สูงอายุในปัจจุบันที่นั่งเฉลี่ย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้กินกล้วยเวลาใดก็ได้ไม่ได้อีกต่อไป ร่างกายเปรียบเสมือนโรงงานที่ต้องการโปรตีน โพแทสเซียม แมงกานีส และวิตามิน B6 แต่ต้องการตัวกระตุ้นให้เปิดรับสารอาหาร นอกจากนี้ยังอ้างอิงงานวิจัยของ Johns Hopkins เรื่องระดับอินซูลินที่สูงช่วงก่อนนอนสามารถกดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ลงถึง 37% ทำให้กล้ามเนื้อไม่ได้รับการซ่อมแซม

  • พฤติกรรมเนือยนิ่งนั่ง 8-10 ชม./วัน ทำให้การจัดการน้ำตาลและแร่ธาตุต่างจากอดีตสิ้นเชิง
  • อินซูลินที่พุ่งสูงก่อนนอนจะยับยั้งการหลั่งโกรทฮอร์โมนลงถึง 37%
  • การปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายเบาสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ 5-8% ใน 12 สัปดาห์

ให้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และสรีรวิทยาที่สำคัญเกี่ยวกับฮอร์โมนและการทำงานของกล้ามเนื้อ

10:24-20:48

3 เวลาอันตรายที่ห้ามกินกล้วยเด็ดขาด

watch

แจกแจง 3 ช่วงเวลาที่ควรเลี่ยงอย่างละเอียด เวลาแรกคือก่อนนอน 2 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำตาล 14 กรัมจะกระตุ้นอินซูลินและดึงแร่ธาตุมาย่อยอาหารดึก ยกตัวอย่างกรณีป้าสมศรีที่น้ำตาลตอนเช้าพุ่งสูงและเป็นตะคริวบ่อย เวลาที่สองคือตอนท้องว่างเช้ามืด เพราะทำให้เกิดภาวะ Reactive Hypoglycemia และบังคับให้ร่างกายดึงแมกนีเซียมสำรองจากกล้ามเนื้อและกระดูกมาปรับสมดุล ซึ่งคนไทยวัย 60+ ขาดแมกนีเซียมถึง 43% อยู่แล้ว และเวลาที่สามคือทันทีหลังมื้ออาหารหนัก เพราะการดูดซึมโพแทสเซียมจะลดลง 35-40% และทำให้เกิดการหมักจนท้องอืดแน่น

  • เลี่ยงกินก่อนนอน 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันน้ำตาลค้างและการกดฮอร์โมนซ่อมแซม
  • เลี่ยงกินตอนท้องว่าง เพราะทำให้ร่างกายดึงแมกนีเซียมจากกระดูกและกล้ามเนื้อมาปรับสมดุล
  • เลี่ยงกินหลังมื้อหนักทันที เพราะการดูดซึมโพแทสเซียมลดลงถึง 35-40% และทำให้ท้องอืด

เป็นเนื้อหาหลักที่ตอบชื่อคลิปโดยตรงพร้อมเคสตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจน

20:48-28:36

3 เวลาทองในการกินกล้วยและเกณฑ์การเลือกชนิดกล้วย

watch

ชี้แนะ 3 ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ได้แก่ หลังออกกำลังกายเบาๆ 30-60 นาที ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น 23%, เป็นของว่างช่วงบ่าย (14:30-15:30 น.) ควบคู่กับโปรตีน เช่น นมถั่วเหลืองหรือถั่วคั่ว, และเป็นส่วนหนึ่งของมื้อเช้าหลังจากกินอาหารหลักไปแล้ว 10-15 นาที จากนั้นเปรียบเทียบกล้วย 3 ชนิด: กล้วยน้ำว้ามีแคลเซียมเด่นช่วยกระดูก (ควรเลือกเปลือกเหลืองอมเขียว), กล้วยหอมมีโพแทสเซียมสูงสุด 450 มก. เด่นเรื่องกล้ามเนื้อ, และกล้วยไข่เหมาะสำหรับคุมปริมาณน้ำตาล พร้อมจำกัดปริมาณไม่เกิน 1-2 ลูกต่อวัน

  • เวลาทองที่ดีที่สุดคือ 30-60 นาทีหลังออกกำลังกายเบาๆ ตอนเช้า
  • มื้อว่างบ่ายควรกินกล้วยคู่กับโปรตีนเพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาล
  • กล้วยน้ำว้าเด่นเรื่องแคลเซียม กล้วยหอมเด่นเรื่องโพแทสเซียม และกล้วยไข่เด่นเรื่องควบคุมน้ำตาล

ให้แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและเกณฑ์การเลือกชนิดกล้วยตามปัญหาสุขภาพเฉพาะบุคคล

28:36-37:42

ปัจจัยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ: โปรตีน แรงต้าน การนอน แดด และน้ำ

skim

ผู้บรรยายระบุว่ากล้วยเป็นเพียงส่วนหนึ่ง การรักษากล้ามเนื้อจำเป็นต้องอาศัยเสาหลักอื่นร่วมด้วย ได้แก่ การกินโปรตีนให้ถึง 1.2 กรัม/กก./วัน (พบคนไทยสูงวัย 58% ขาดโปรตีน), การออกกำลังกายแบบมีแรงต้านที่บ้านวันละ 10-15 นาที เช่น ลุกนั่งหรือเขย่งเท้า ซึ่งเพิ่มความแข็งแรงขาได้ 12-18% ใน 8 สัปดาห์, การนอนหลับลึก 7-8 ชั่วโมง, การรับแดดอ่อนเช้า 15-20 นาทีเพื่อสังเคราะห์วิตามินดี (ผู้สูงอายุไทยขาดวิตามินดี 47%), และการดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วเพื่อให้โพแทสเซียมละลายเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อได้สมบูรณ์

  • ผู้สูงอายุต้องการโปรตีนสูงถึง 1.2 กรัม/กก./วัน โดยต้องกระจายกินทุกมื้อ
  • การเดินอย่างเดียวไม่พอ ต้องเสริมท่าลุกนั่งจากเก้าอี้เพื่อสร้างแรงต้านให้กล้ามเนื้อขา
  • การขาดวิตามินดีและน้ำส่งผลโดยตรงต่อการส่งกระแสประสาทและการนำพาโพแทสเซียมเข้าเซลล์

ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านสุขภาพองค์รวมของผู้สูงอายุ แม้จะไม่ใช่เรื่องกล้วยโดยตรงแต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้กล้วยออกฤทธิ์ได้ผล

37:42-42:54

การทดสอบสมรรถภาพตนเอง ข้อควรระวังเรื่องยา และอาหารเสริม

watch

แนะนำวิธีทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยตนเองที่บ้าน 2 ท่า คือ ลุกยืนจากเก้าอี้โดยไม่ใช้มือช่วย และยืนขาเดียวให้ได้มากกว่า 15 วินาที พร้อมทั้งเตือนให้ระวังการใช้ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินที่มีผลข้างเคียงต่ออาการปวดกล้ามเนื้อ และยาขับปัสสาวะที่ขับโพแทสเซียมออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่าไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารเสริมราคาแพง ยกเว้นกรณีแพทย์สั่งวิตามินดีหรือแคลเซียม อาหารธรรมชาติอย่างไข่ต้มและกล้วยในครัวเรือนให้ผลลัพธ์ที่ดีเพียงพอแล้ว

  • เกณฑ์ยืนขาเดียวต่ำกว่า 10 วินาทีบ่งบอกถึงความเสี่ยงสูงต่อการหกล้ม
  • ห้ามหยุดยาสแตตินหรือยาขับปัสสาวะเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการปวดกล้ามเนื้อผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงอาหารเสริมเพิ่มกล้ามเนื้อที่ไม่มีงานวิจัยรองรับ เน้นอาหารธรรมชาติราคาประหยัด

มีแบบทดสอบที่นำไปใช้คัดกรองตนเองได้ทันทีและมีคำเตือนทางการแพทย์ที่สำคัญมาก

42:54-50:42

แผนปฏิบัติตัวรายวัน กรณีศึกษาป้าบุญมี และบทสรุป

watch

รวบรวมคำแนะนำทั้งหมดมาจัดเป็นตารางกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอน ดื่มน้ำอุ่น อาหารเช้าที่มีโปรตีน เดินเร็วและบริหารแรงต้าน 30 นาที แล้วตามด้วยกล้วยลูกแรก จากนั้นกินกล้วยลูกที่สองช่วงบ่ายคู่ถั่วคั่ว และงดของหวานก่อนนอน 2 ชั่วโมง พร้อมทั้งเล่าเรื่องป้าบุญมี วัย 72 ปี ที่นำสูตรนี้ไปใช้จนหายกลัวการล้ม สามารถยกของหนักและเดินขึ้นบันไดได้คล่องแคล่วภายใน 8 สัปดาห์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสรุปข้อคิดเตือนใจให้เริ่มดูแลกล้ามเนื้อตั้งแต่วันนี้

  • จำง่าย 5 จุด: เช้ามีโปรตีน, ออกกำลังกายเบา, กล้วยหลังออกกำลัง, กล้วยบ่ายคู่โปรตีน, งดกล้วยก่อนนอน
  • การฟื้นตัวของกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์แรก

สรุปแผนปฏิบัติการรายวันแบบนำไปใช้ได้ทันทีในเช้าวันถัดไปโดยไม่ต้องจำเนื้อหาทั้งหมด

Key points

  • วิกฤตภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) หลังวัย 60 — หลังอายุ 60 ปี ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเฉลี่ยปีละ 3% ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มสูงขึ้น 2.3 เท่า และพบในผู้สูงอายุไทยวัย 80 ปีขึ้นไปสูงถึงเกือบ 50%
  • กลไกอินซูลินและโกรทฮอร์โมนต่อการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ — การกินกล้วยก่อนนอนทำให้น้ำตาล 14 กรัมกระตุ้นอินซูลินให้พุ่งสูง ซึ่งจะเข้าไปกดการหลั่งโกรทฮอร์โมนตอนหลับลึกลงถึง 37%
  • หน้าต่างเวลาทองในการดูดซึมโพแทสเซียมหลังออกกำลังกาย — ช่วงเวลา 30-60 นาทีหลังกล้ามเนื้อทำงาน เส้นเลือดฝอยจะขยายตัวและเซลล์เปิดรับสารอาหาร ส่งผลให้ดูดซึมโพแทสเซียมได้ดีขึ้นและกล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น 23%
  • การเสริมฤทธิ์ของโพแทสเซียมด้วยโปรตีนในมื้อว่าง — การรับประทานกล้วยร่วมกับอาหารที่มีโปรตีน เช่น นมถั่วเหลือง ถั่วคั่ว หรือโยเกิร์ตไม่หวาน จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลไม่ให้พุ่งสูง
“เหมือนบ้านที่ปลวกกินไม้ทีละนิดทุกวัน ท่านมองไม่เห็นด้วยตาครับแต่วันหนึ่งโครงสร้างก็พังลงมาครับ” — หมอ (ช่องสุขภาพดีมีสุข)
“กินกล้วยเพื่อบำรุงกล้ามเนื้อแต่กลับทำให้กล้ามเนื้อเสียแมกนีเซียมไปแทนครับ” — หมอ (ช่องสุขภาพดีมีสุข)

AI-generated from the transcript. May contain errors.

0:00

3 เวลาที่ห้ามกินกล้วยเด็ดขาดครับโดย

0:03

เฉพาะท่านที่อายุเกิน 60 กล้ามเนื้อของ

0:06

ท่านหายไปปีละ 3% อยู่แล้วกินผิดเวลาจะ

0:09

ยิ่งเร่งให้เสื่อมครับแต่ถ้ากินถูกจังหวะ

0:12

โพแทสเซียมกับวิตามิน B6 ในกล้วยจะช่วย

0:15

ชะลอการสูญเสียกล้ามเนื้อได้จริงหมอจะบอก

0:18

ทั้ง 3 เวลาที่ต้องเลี่ยงและเวลาทองที่

0:21

ควรกินครับฟังให้จบนะครับเพราะข้อสุดท้าย

0:25

สำคัญที่สุดพวกเราคนไทยกินกล้วยกันมาตั้ง

0:28

แต่เด็กครับกล้วยน้น้ำว้ากล้วยหอมกล้วย

0:31

ไข่ทุกบ้านมีต้นกล้วยอยู่หลังบ้านครับ

0:34

แล้วพวกเราก็เชื่อกันมาตลอดว่ากล้วยนั้น

0:36

ดีต่อสุขภาพกินเมื่อไหร่ก็ได้จะกินตอน

0:40

เช้าตอนบ่ายตอนเย็นหรือนอนก็ไม่มีปัญหา

0:43

ครับถูกมั้ครับท่านผู้ฟังหลายท่านก็คิด

0:46

แบบนี้ใช่มั้ยครับผมเข้าใจครับเพราะกล้วย

0:49

เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารดีจริงมี

0:52

โพแทสเซียมสูงมีวิตามิน B6 มีแมงกานีสมี

0:56

ใยอาหารทุกอย่างดีหมดครับแต่ท่านผู้ฟัง

0:59

ครับสิ่งที่พวกเราไม่รู้กันมานานคือหลัง

1:02

อายุ 60 ร่างกายของพวกเราเปลี่ยนไปมาก

1:05

ครับไม่ใช่แค่ผมหงอกหรือตาฝ้าการดูดซึม

1:09

สารอาหารเปลี่ยนการย่อยอาหารช้าลงและ

1:11

กล้ามเนื้อของพวกเราเริ่มสลายตัวทุกวัน

1:13

ครับศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ผู้สูงวัย

1:16

จากมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่าหลังอายุ 60

1:20

ปีกล้ามเนื้อของคนเราหายไปประมาณ 3% ต่อ

1:23

ปีครับ 3% ต่อปีฟังดูน้อยใช่มั้ยครับแต่

1:26

ลองคิดดูครับถ้าท่านอายุ 60 วันนี้พอถึง

1:29

อายุ 70 กล้ามเนื้อหายไปเกือบ 1 ใน 3

1:32

แล้วครับนั่นหมายความว่าแรงขาลดลงแรงมือ

1:36

ลดลงการทรงตัวแย่ลงครับองค์การอนามัยโลก

1:39

รายงานว่าผู้ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแอมีความ

1:43

เสี่ยงหกล้มสูงกว่าคนปกติถึง 2.3 3 เท่า

1:46

ครับแล้วการหกล้มในวัยหลัง 60 ไม่ใช่

1:49

เรื่องเล็กครับกระดูกสะโพกหักนอนโรง

1:52

พยาบาลเป็นเดือนลูกหลานต้องหยุดงานมาดูแล

1:55

ครับท่านผู้ฟังครับลองถามตัวเองดูนะครับ

1:58

ปีที่แล้วท่านลุกจากพื้นง่ายเหมือนเดิม

2:01

มั้ครับลุกจากเก้าอี้ต่ำท่านต้องเกาะโต๊ะ

2:03

หรือเปล่าครับขึ้นบันไดยังเดินได้สบาย

2:06

เหมือน 5 ปีก่อนมั้ครับถ้าท่านรู้สึกว่า

2:08

แรงมันลดลงนั่นไม่ใช่เพราะขี้เกียจครับ

2:11

นั่นคือกล้ามเนื้อกำลังหายไปจริงๆครับ

2:14

ภาษาแพทย์เรียกว่าสาค

2:16

หรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยง่ายๆก็คือร่าง

2:20

กายสลายกล้ามเนื้อเร็วกว่าสร้างครับ

2:23

เหมือนบ้านที่ปลวกกินไม้ทีละนิดทุกวัน

2:25

ท่านมองไม่เห็นด้วยตาครับแต่วันหนึ่งโครง

2:28

สร้างก็พังลงมาครับงานวิจัยจากโรงพยาบาล

2:31

ศิริราชเมื่อปี 2023 พบว่าในคนไทยอายุ

2:35

60-70 ปีมีภาวะซาโคพีเนียอยู่ประมาณ 8%

2:40

ถึง 13% ครับแต่ถ้าอายุ 80 ขึ้นไปตัวเลข

2:44

พุ่งไปถึงเกือบ 50% เลยครับครึ่งนึงของ

2:47

ผู้ที่อายุเกิน 80 มีกล้ามเนื้อน้อยเกิน

2:50

ไปจนเสี่ยงต่อการหกล้มครับท่านผู้ฟังครับ

2:53

นี่คือเหตุผลที่เรื่องกล้วยจึงสำคัญมาก

2:56

ครับเพราะกล้วยมีสารอาหารที่ช่วยชะลอการ

2:59

สูญเสียกล้ามเนื้อได้จริงๆครับแต่ต้องกิน

3:01

ให้ถูกเวลาครับถ้ากินผิดเวลาสารอาหารดีๆ

3:05

เหล่านั้นจะไม่เข้ากล้ามเนื้อแต่กลับไป

3:08

เพิ่มน้ำตาลในเลือดแทนครับผมจะเล่าเรื่อง

3:10

ลุงวินัยอายุ 68 ปีอดีตครูประถมอยู่

3:14

จังหวัดนครนครราชสีมาครับลุงวินัยชอบกิน

3:17

กล้วยน้ำว้าสุก 2 ลูกทุกคืนก่อนนอนกินมา

3:20

หลายปีครับเพราะเชื่อว่าช่วยนอนหลับสบาย

3:24

แต่ลุงวินัยสังเกตว่า 2 ปีที่ผ่านมาขา

3:27

เริ่มอ่อนแรงลุกจากเก้าอี้ต้องใช้มือยัน

3:30

เดินขึ้นบันไดหอบตอน 3:00 น. 4:00 น.ขา

3:33

เป็นตะคริวบ่อยครับพอไปหาหมอหมอตรวจพบว่า

3:37

กล้ามเนื้อขาลดลงมากครับหมอถามว่ากินอะไร

3:40

เป็นประจำลุงวินัยบอกว่ากินกล้วยทุกคืน

3:44

หมอบอกว่ากล้วยดีครับแต่กินก่อนนอนนี่ไม่

3:48

ดีสำหรับวัยท่านครับเพราะร่างกายตอนนอนจะ

3:51

เผาผลาญช้าน้ำตาลจากกล้วยจะไปสะสมเป็นไข

3:54

มันไม่ได้เข้ากล้ามเนื้อครับแถมยังดึงแร่

3:58

ธาตุจากกล้ามเนื้อมาใช้ย่อยอาหารตอนดึก

4:00

อีกด้วยครับท่านผู้ฟังเห็นมั้ครับกล้วย

4:03

ลูกเดียวกันกินเวลาต่างกันผลลัพธ์ต่างกัน

4:06

ลิบลับครับนี่คือสิ่งที่หลายท่านไม่เคย

4:09

รู้มาก่อนครับแล้วทำไมพวกเราถึงเชื่อมา

4:12

ตลอดว่ากินกล้วยเวลาไหนก็ได้ผมจะอธิบาย

4:15

ให้ชัดครับสมัยก่อนครับพ่อแม่ปู่ย่าของ

4:19

พวกเราทำนาทำไร่ออกแรงหนักทั้งวันตั้งแต่

4:22

เช้ามืดจนค่ำร่างกายเผาผลาญพลังงานตลอด

4:26

เวลาครับกินกล้วยตอนไหนก็ได้เพราะร่างกาย

4:29

ต้องการพลังงานอยู่แล้วครับน้ำตาลจาก

4:31

กล้วยถูกเผาผลาญหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง

4:35

โพแทสเซียมก็ถูกดูดซึมเข้ากล้ามเนื้อได้

4:37

ดีเพราะกล้ามเนื้อทำงานหนักตลอดครับแต่

4:40

พวกเราในยุคนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้วครับ

4:43

ท่านลองนึกดูสิครับตอนนี้ท่านนั่งดู

4:46

โทรทัศน์กี่ชั่วโมงต่อวันครับนั่งอยู่กับ

4:48

ที่กี่ชั่วโมงกรมนามัยสำรวจพบว่าคนไทยวัย

4:52

หลัง 60 นั่งอยู่กับที่เฉลี่ย 8-10 ชมง

4:55

ต่อวันครับร่างกายแทบไม่ได้เผาผลาญอะไร

4:58

เลยครับดังนั้นกินกล้วยตอนไหนก็ได้เหมือน

5:01

สมัยสมัยก่อนไม่ได้แล้วครับเวลากินสำคัญ

5:04

มากครับอีกเหตุผลนึงที่ทำให้พวกเราเข้าใจ

5:07

ผิดคือข้อมูลทั่วไปบอกว่ากล้วยดีต่อ

5:11

สุขภาพแต่ไม่บอกว่ากินเวลาไหนดีที่สุด

5:14

ครับท่านเคยเห็นข่าวหรือบทความบอกว่า

5:17

กล้วยมีโพแทสเซียมสูงช่วยลดความดันช่วย

5:20

ระบบย่อยอาหารช่วยให้นอนหลับทุกอย่างถูก

5:23

หมดครับแต่ไม่ครบถ้วนเพราะว่าสิ่งที่ไม่

5:26

ค่อยมีใครพูดถึงคือเวลาที่กินมีผลต่อการ

5:29

ดูดซึมสารอาหารมากครับงานวิจัยจาก

5:32

มหาวิทยาลัยฮาวardดยืนยันว่าร่างกาย

5:35

มนุษย์ดูดซึมสารอาหารได้ต่างกันในแต่ละ

5:37

ช่วงเวลาของวันตอนเช้าร่างกายดูดซึมแร่

5:40

ธาตุได้ดีกว่าตอนค่ำตอนหลังออกกำลังกาย

5:44

ร่างกายดูดซึมโพแทสเซียมเข้ากล้ามเนื้อ

5:46

ได้ดีกว่าตอนพักครับเห็นมั้ยครับเวลา

5:48

เดียวกันอาหารเดียวกันแต่ผลลัพธ์ต่างกัน

5:51

มากครับทีนี้ผมจะอธิบายให้ท่านเข้าใจครับ

5:54

ว่ากล้ามเนื้อของพวกเราทำงานยังไงหลัง

5:58

อายุ 60 ท่านลองนึกภาพโรงงานเล็กๆในร่าง

6:01

กายครับโรงงานนี้มีหน้าที่สร้างกล้าม

6:04

เนื้อใหม่ทดแทนกล้ามเนื้อเก่าที่ศึกหรอ

6:07

ครับตอนท่านอายุ 20-40 ปีโรงงานนี้ทำงาน

6:11

เต็มกำลังสร้างกล้ามเนื้อใหม่ได้เร็วกว่า

6:13

ที่สูญเสียไปครับแต่พอหลังอายุ 50 โรงงาน

6:17

เริ่มชะลอการผลิตลงพอหลังอายุ 60 โรงงาน

6:20

ผลิตได้น้อยกว่าที่สูญเสียไปครับนั่นคือ

6:23

เหตุผลว่าทำไมกล้ามเนื้อถึงหายไปปีละ 3%

6:26

ครับแล้วโรงงานนี้ต้องการวัตถุดิบอะไร

6:29

บ้างครับต้องการโปรตีนเป็นวัตถุดิบหลัก

6:31

สำหรับสร้างกล้ามเนื้อต้องการโพแทสเซียม

6:34

เป็นตัวช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัว

6:36

ได้ปกติต้องการวิตามิน B6 เป็นตัวช่วยให้

6:40

ร่างกายใช้โปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6:42

และต้องการแมงกานีสเป็นตัวช่วยกระบวนการ

6:45

เผาผลาญโปรตีนครับกล้วย 1 ลูกมีทั้ง

6:47

โพแทสเซียมวิตามิน B6 และแมงกานีสครบเลย

6:51

ครับกล้วยน้ำว้า 1 ลูกให้โพแทสเสียม

6:54

ประมาณ 422 มกรัให้วิตามิน B6 ประมาณ 25%

6:59

ของที่ร่างกายต้องการต่อวันให้แมงกานีอีก

7:02

14% ของที่ต้องการต่อวันครับท่านเห็น

7:05

มั้ยครับว่ากล้วยมีทุกอย่างที่โรงงาน

7:07

กล้ามเนื้อต้องการแต่ประเด็นสำคัญอยู่ตรง

7:10

นี้ครับวัตถุดิบดีแค่ไหนถ้าส่งไปถึงโรง

7:13

งานผิดเวลาโรงงานก็ใช้ไม่ได้ครับลองนึก

7:17

แบบนี้ครับสมมุติว่าท่านสั่งของมาส่งที่

7:20

บ้านแต่ของมาถึงตอน 3:00 น.ท่านหลับอยู่

7:23

ไม่มีใครเปิดประตูรับของก็วางทิ้งไว้หน้า

7:26

บ้านอาจเสียหายอาจสูญหายครับกล้ามเนื้อก็

7:30

เหมือนกันครับถ้าส่งสารอาหารไปตอนที่

7:33

กล้ามเนื้อไม่ได้ทำงานสารอาหารเหล่านั้น

7:36

ก็ไม่ได้ถูกนำไปใช้ครับโพแทสเซียมที่ไม่

7:39

ถูกดูดซึมเข้ากล้ามเนื้อก็จะถูกขับออกทาง

7:42

ปัสสาวะน้ำตาลจากกล้วยที่ไม่ถูกเผาผลาญก็

7:45

จะถูกเก็บเป็นไขมันแทนครับงานวิจัยจาก

7:48

เมโยคินิกในสหรัฐอเมริกาศึกษาพบว่าร่าง

7:52

กายดูดซึมโพแทสเซียมเข้ากล้ามเนื้อได้ดี

7:55

ที่สุดในช่วง 30-60 นาทีหลังจากกล้าม

7:59

เนื้อได้ทำงานนั่นหมายความว่าถ้าท่านออก

8:02

กำลังกายเบาๆตอนเช้าแล้วกินกล้วยหลังจาก

8:05

นั้น 30 นาทีโพแทสเซียมจะเข้ากล้ามเนื้อ

8:08

ได้เต็มที่ครับแต่ถ้าท่านกินกล้วยตอนนอน

8:11

ดูโทรทัศน์กล้ามเนื้อไม่ได้ทำงาน

8:13

โพแทสเซียมก็ไหลผ่านไปเฉยๆครับเสียของ

8:16

เปล่าๆครับท่านผู้ฟังครับตอนนี้ท่านเริ่ม

8:19

เข้าใจแล้วใช่มั้ยครับว่าทำไมเวลากินจึง

8:22

สำคัญแต่ยังไม่หมดครับผมต้องอธิบายเพิ่ม

8:26

เติมอีกเรื่องนึงที่สำคัญมากครับนั่นคือ

8:28

เรื่องอินซูลินเมื่อท่านกินกล้วยร่างกาย

8:32

จะปล่อยอินซูลินออกมาเพื่อจัดการกับน้ำ

8:34

ตาลครับอินซูลินก็เหมือนกุญแจครับกุญแจ

8:38

นี้ไขเปิดประตูเซลล์เพื่อให้น้ำตาลเข้าไป

8:41

ในเซลล์ได้ตอนที่ท่านอายุน้อยกุญแจนี้

8:44

ใหม่เอี่ยมไขได้ง่ายดายครับแต่หลังอายุ 60

8:48

กุญแจเริ่มสึกตัวล็อคก็เริ่มฝืดร่างกาย

8:51

ต้องผลิตกุญแจมากขึ้นเพื่อเปิดประตูเดิม

8:53

ครับถ้าท่านกินกล้วยตอนที่ร่างกายไม่

8:56

ต้องการพลังงานเช่นก่อนนอนอินซูลินจะพุ่ง

8:59

สูงโดยไม่จำเป็นน้ำตาลเข้าเซลล์ไม่หมดก็

9:02

เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมครับแถมอินซูลินที่

9:05

สูงตอนกลางคืนยังไปยับยั้งการหลั่ง

9:08

ฮอร์โมนการเจริญเติบโตอีกด้วยครับฮอร์โมน

9:11

การเจริญเติบโตนี้สำคัญมากครับสำหรับพวก

9:14

เราที่อายุเกิน 60 กันที่ไม่ใช่เรื่องโต

9:17

สูงนะครับแต่ฮอร์โมนนี้ช่วยซ่อมแซมกล้าม

9:19

เนื้อตอนกลางคืนครับตอนที่ท่านนอนหลับลึก

9:22

ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาเพื่อซ่อม

9:25

แซมเซลล์กล้ามเนื้อที่สึกหรอระหว่างวัน

9:27

ครับแต่ถ้าอินซูลินสูงเกินไปฮอร์โมนการ

9:30

เจริญเติบโตจะถูกกดลงครับงานวิจัยจาก

9:33

มหาวิทยาลัยJohจส Hopkins ชี้ชัดว่าระดับ

9:36

อินซูลินสูงก่อนนอนลดการหลั่งฮอร์โมนการ

9:39

เจริญเติบโตลงถึง 37% ครับท่านลองคิดดู

9:43

ครับกินกล้วยก่อนนอนแทนที่กล้ามเนื้อจะ

9:46

ถูกซ่อมแซมตอนกลางคืนกลับถูกปล่อยให้

9:49

เสื่อมต่อไปครับนี่คือเหตุผลที่ลุงวินัย

9:52

ที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้ขาอ่อนแรงลง

9:55

เรื่อยๆทั้งๆที่กินกล้วยทุกวันครับกินดี

9:59

แต่กินผิดเวลาครับท่านผู้ฟังครับผมรู้ว่า

10:03

ตอนนี้ท่านอาจกำลังกังวลครับบางท่านอาจ

10:06

กำลังคิดว่าโอ๊ผมก็กินกล้วยก่อนนอนมาตั้ง

10:09

หลายปีอย่าเพิ่งตกใจนะครับข่าวดีคือยัง

10:14

แก้ไขได้ครับกล้ามเนื้อของพวกเรามีความ

10:17

สามารถฟื้นตัวได้แม้อายุเกิน 60 แล้วก็

10:20

ตามครับงานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์

10:22

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าผู้ที่อายุ

10:26

60-75 ปีที่เปลี่ยนพฤติกรรมการกินและ

10:29

เริ่มออกกำลังกายเบาๆสามารถเพิ่มมวลกล้าม

10:32

เนื้อได้ 5% ถึง 8% ภายใน 12 สัปดาห์ครับ

10:37

12 สัปดาห์ประมาณ 3 เดือนท่านก็เริ่ม

10:40

เห็นผลแล้วครับนั่นหมายความว่าถ้าท่าน

10:42

เริ่มเปลี่ยนวิธีกินกล้วยตั้งแต่วันนี้

10:45

อีก 3 เดือนท่านจะรู้สึกแตกต่างครับแต่

10:48

ก่อนที่ผมจะบอกเวลาทองที่ควรกินผมต้องบอก

10:51

เวลาที่ห้ามกินก่อนครับเพราะหลายท่านยัง

10:53

ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวครับเวลาที่ห้าม

10:57

กินมี 3 เวลาครับและแต่ละเวลามีเหตุผลทาง

11:00

วิทยาศาสตร์ชัดเจนครับผมจะอธิบายทีละเวลา

11:03

เริ่มจากเวลาที่อันตรายที่สุดก่อนเลยครับ

11:06

เวลาที่ 1 ที่ห้ามกินกล้วยเด็ดขาดสำหรับ

11:09

ท่านที่อายุเกิน 60 คือก่อนนอนครับก่อน

11:12

นอน 2 ช่โมงเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด

11:15

สำหรับการกินกล้วยครับท่านผู้ฟังหลายท่าน

11:18

น่ะอาจเคยได้ยินว่ากล้วยช่วยให้นอนหลับ

11:21

สบายเพราะมีสารทริปโตแฟนที่เปลี่ยนเป็น

11:24

เซโรโทนินแล้วก็เมลาโทนินครับถูกต้องครับ

11:27

กล้วยมีสารทริปโตแฟนจริงแต่สิ่งที่คนไม่

11:30

ค่อยรู้คือปริมาณทริปโตแฟนในกล้วย 1 ลูก

11:33

มีน้อยมากครับน้อยเกินกว่าที่จะส่งผลต่อ

11:36

การนอนหลับอย่างมีในสำคัญครับในขณะที่น้ำ

11:40

ตาลในกล้วย 1 ลูกมีประมาณ 14 กรัมซึ่งมาก

11:43

พอที่จะทำให้อินซูลินพุ่งสูงก่อนนอนครับ

11:46

ผมจะอธิบายให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นใน

11:48

ร่างกายเมื่อท่านกินกล้วยก่อนนอนนะครับ

11:51

ขั้นตอนที่ 1 ท่านกินกล้วยน้ำตาลในเลือด

11:54

พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วครับขั้นตอนที่ 2

11:57

ร่างกายปล่อยอินซูลินออกมาจัดการน้ำตาล

11:59

ครับขั้นตอนที่ 3 เพราะท่านจะนอนไม่ได้

12:02

ใช้พลังงานน้ำตาลถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม

12:05

ครับขั้นตอนที่ 4 อินซูลินที่สูงกด

12:08

ฮอร์โมนการเจริญเติบโตกล้ามเนื้อไม่ถูก

12:11

ซ่อมแซมตอนนอนครับขั้นตอนที่ 5 ร่างกาย

12:14

ต้องดึงแร่ธาตุจากที่อื่นมาช่วยย่อยอาหาร

12:16

ตอนดึกรวมถึงแร่ธาตุจากกล้ามเนื้อด้วย

12:19

ครับท่านเห็นมั้ครับแค่กินกล้วย 1 ลูก

12:22

ก่อนนอนเกิดผลเสียถึง 5 ขั้นตอนเลยครับ

12:25

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแนะนำว่าผู้

12:28

ที่มีอายุเกิน 55 ปีไม่ควรกินผลไม้ที่มี

12:32

น้ำตาลสูงภายใน 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนครับ

12:34

กล้วยเป็นหนึ่งในนั้นครับผมจะเล่าเรื่อง

12:37

ป้าสมสีอายุ 73 ปีแม่บ้านจากจังหวัด

12:40

พิจิตรให้ฟังครับป้าสมศรีกินกล้วยน้ำว้า

12:44

สุก 2 ลูกทุกคืนหลังดูละครจบประมาณ 22:30

12:47

น.กินมา 5 ปีครับช่วง 2 ปีหลังป้าสมศรี

12:52

เริ่มมีอาการตะคริวที่ขาตอนกลางคืนบ่อย

12:54

มากบางทีสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งครับน้ำหนัก

12:58

เพิ่มขึ้น 4 กก.ทั้งๆที่ไม่ได้กินอะไรมาก

13:02

แรงขาลดลงเดินไปตลาดเช้าเริ่มเหนื่อยเร็ว

13:05

กว่าเดิมครับพอไปหาหมอหมอตรวจพบว่าน้ำตาล

13:09

ในเลือดช่วงเช้าสูงผิดปกติทั้งๆที่ป้า

13:12

สมศรีไม่ได้กินอะไรตอนเช้าเลยครับหมอบอก

13:15

ว่าสาเหตุน่าจะมาจากการกินอาหารที่มีน้ำ

13:18

ตาลก่อนนอนพอป้าสมศรีเปลี่ยนมากินกล้วย

13:20

ตอนเช้าหลังเดินออกกำลังกายแทนแค่ 6

13:23

สัปดาห์ตะคริวหายไปเลยครับน้ำตาลในเลือด

13:26

กลับมาปกติน้ำหนักลดลง 2 กกัโดยไม่ต้องลด

13:30

อาหารครับเปลี่ยนแค่เวลากินเท่านั้นเอง

13:33

ครับท่านผู้ฟังครับลองสังเกตตัวเองดูนะ

13:36

ครับท่านเคยตื่นมาตอนเช้าแล้วรู้สึกหิว

13:39

มากผิดปกติไหมครับหรือสึกเหนื่อยตอนเช้า

13:42

ทั้งๆที่นอนเต็มอิ่มถ้าเป็นเช่นนั้นอาจ

13:45

เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ท่านกินก่อนนอนครับ

13:48

ลองหยุดกินกล้วยก่อนนอนสัก 2 สัปดาห์แล้ว

13:50

สังเกตดูครับว่าอาการเปลี่ยนแปลงมยท่าน

13:54

ไม่ต้องหยุดกินกล้วยนะครับแค่เปลี่ยนเวลา

13:56

กินเท่านั้นเองครับทีนี้มาถึงเวลาที่ 2

13:59

ที่ห้ามกินกล้วยสำหรับท่านที่อายุเกิน 60

14:02

ครับเวลาที่ 2 คือตอนท้องว่างตอนเช้ามืด

14:06

ครับหลายท่านตื่นมาตอน 5:00 น.หรือ 18:00

14:09

น.แล้วกินกล้วยเป็นอย่างแรกเลยไม่ได้กิน

14:12

อย่างอื่นก่อนไม่ได้ดื่มน้ำก่อนลุกขึ้นมา

14:15

กินกล้วยเลยครับท่านทำแบบนี้อยู่ไหมครับ

14:19

ผมต้องอธิบายว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเป็นปัญหา

14:22

ครับตอนที่ท่านตื่นนอนใหม่ๆร่างกายอยู่ใน

14:26

สถานะอดอาหารมา 7-8 ชมงครับกระเพาะว่างลำ

14:30

ไส้ว่างเมื่อท่านกินกล้วยตอนท้องว่างน้ำ

14:33

ตาลจากกล้วยจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด

14:36

เร็วมากครับเร็วกว่าตอนกินหลังอาหารมื้อ

14:39

หลักถึง 2 เท่าครับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้น

14:42

อย่างรวดเร็วอินซูลินก็พุ่งตามครับแล้ว

14:45

หลังจากนั้น 1-2 ชมงน้ำตาลก็ตกลงอย่างรวด

14:48

เร็วเช่นกันครับท่านเคยรู้สึกมั้ครับว่า

14:51

กินกล้วยตอนเช้าแต่พอสัก 9 น. 10:00 น.

14:55

รู้สึกหิวมากผิดปกติเหนื่อยอ่อนเพลียนั่น

14:58

คือผลจากน้ำตาลตกอย่างรวดเร็วครับภาษา

15:01

แพทย์เรียกว่า reactive hyplyซemiaหรือ

15:04

ภาวะน้ำตาลต่ำหลังกินง่ายๆคือร่างกายตอบ

15:08

สนองรุนแรงเกินไปต่อน้ำตาลที่มาเร็วครับ

15:11

แต่สิ่งที่เป็นปัญหามากกว่าสำหรับท่านที่

15:13

อายุเกิน 60 คือเรื่องแมกนีเซียมครับ

15:16

กล้วยมีโพแทสเซียมสูงแต่มีแมกนีเซียมน้อย

15:19

ครับเมื่อท่านกินกล้วยตอนท้องว่าง

15:21

โพแทสเซียมจำนวนมากจะเข้าสู่ร่างกายใน

15:24

คราว

15:24

ร่างกายจะต้องใช้แมกนีเซียมมาช่วยรักษา

15:27

สมดุลครับแต่เพราะตอนเช้าท้องว่างยังไม่

15:30

มีแมกนีเซียมจากอาหารอื่นเข้ามาร่างกาย

15:33

จึงดึงแมกนีเซียมจากแหล่งสำรองครับแหล่ง

15:36

สำรองนั้นคือกล้ามเนื้อและกระดูกครับท่าน

15:39

เข้าใจมั้ครับกินกล้วยเพื่อบำรุงกล้าม

15:42

เนื้อแต่กลับทำให้กล้ามเนื้อเสีย

15:44

แมกนีเซียมไปแทนครับผลลัพธ์สุทธิกล้าม

15:47

เนื้อได้ประโยชน์น้อยกว่าที่ควรครับงาน

15:50

วิจัยจากโรงพยาบาลรามาธิบดีพบว่าคนไทย

15:53

อายุอายุเกิน 60-43%

15:56

มีภาวะขาดแมกนีเซียมอยู่แล้วครับเกือบ

15:59

ครึ่งนึงเลยครับดังนั้นการกินกล้วยตอน

16:01

ท้องว่างจะยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ครับแล้ว

16:04

แมกนีเซียมที่ขาดไปไม่ได้ส่งผลแค่กล้าม

16:06

เนื้อครับยังส่งผลต่อการนอนหลับส่งผลต่อ

16:10

อารมณ์ส่งผลต่อหัวใจด้วยครับหลายท่านที่

16:13

นอนไม่หลับหรือรู้สึกหงุดหงิดง่ายอาจเป็น

16:16

เพราะแมกนีเซียมต่ำโดยไม่รู้ตัวครับผมจะ

16:18

เล่าเรื่องลุงประสิทธิ์อายุ 64 ปีอดีต

16:21

พนักงานบริษัทจากจังหวัดขอนแก่นแก่นให้

16:24

ฟังครับลุงประสิทธิ์เกษียณมาได้ 4 ปีทุก

16:27

เช้าตื่นมา 17:00 น.กินกล้วยหอม 1 ลูก

16:30

แล้วไปเดินออกกำลังกายในสวนสาธารณะฟังดู

16:33

ดีใช่มั้ครับแต่ลุ้งประสิทธิ์เริ่มมี

16:36

อาการใจสั่นเป็นพักๆตอนสายมือสั่นเล็ก

16:39

น้อยอ่อนเพลียผิดปกติทั้งๆที่นอนเพียงพอ

16:42

พอไปตรวจเลือดพบว่าระดับแมกนีเซียมต่ำ

16:45

กว่าเกณฑ์ครับหมอแนะนำให้เปลี่ยนวิธีคือ

16:48

ตอนเช้าให้กินข้าวต้มหรือโจ๊กก่อนใส่ไข่

16:51

ต้มซักฟองแล้วค่อยกินกล้วยหลังออกกำลัง

16:54

กายเสร็จประมาณ 7:30 น. - 8:00 น.ครับ

16:57

ภายใน 3 สัปดาห์อาการใจสั่นหายไปครับพลัง

17:00

งานตลอดวันดีขึ้นชัดเจนลุงประสิทธิ์บอก

17:03

ว่าไม่คิดว่าแค่เปลี่ยนลำดับการกินจะ

17:06

เปลี่ยนชีวิตขนาดนี้ครับท่านผู้ฟังครับ

17:09

สิ่งที่ต้องจำคืออยกล้า

17:12

ครับให้กินอาหารอย่างอื่นก่อนโดยเฉพาะ

17:15

อาหารที่มีโปรตีนเช่นไข่ต้มนมอุ่นถั่ว

17:19

เหลืองโจ๊กใส่หมูกินอาหารพวกนี้ก่อนแล้ว

17:23

ค่อยกินกล้วยเป็นอาหารว่างช่วงสายหรือ

17:26

หลังออกกำลังกายครับวิธีนี้จะทำให้น้ำตาล

17:29

ในเลือดไม่พุ่งเร็วเกินไปและร่างกายจะดูด

17:32

ซึมสารอาหารจากกล้วยได้ดีกว่ามากครับที

17:35

นี้มาถึงเวลาที่ 3 ครับเวลาสุดท้ายที่

17:38

ห้ามกินกล้วยนี่คือข้อที่ผมบอกตอนต้นว่า

17:41

สำคัญที่สุดครับและหลายท่านอาจไม่เคยได้

17:44

ยินมาก่อนเลยครับเวลาที่ 3 ที่ห้ามกิน

17:46

กล้วยสำหรับท่านที่อายุเกิน 60 คือทันที

17:50

หลังกินอาหารมื้อหนักครับหลายท่านกินข้าว

17:52

เสร็จอิ่มแล้วแล้วก็หยิบกล้วยมากินต่อ

17:55

เป็นของหวานครับกินข้าวมื้อเที่ยงจานเต็ม

17:58

แกงจืดผัดผักปลาทอดแล้วปิดท้ายด้วยกล้วย

18:01

1-2 ลูกท่านทำแบบนี้อยู่ไหมครับถ้าท่าน

18:05

อายุ 20 หรือ 30 ทำแบบนี้ไม่มีปัญหาครับ

18:08

แต่หลังอายุ 60 เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่

18:11

ครับผมอธิบายให้ฟังนะครับเมื่อท่านกิน

18:13

อาหารมื้อหนักกระเพาะและลำไส้ต้องทำงาน

18:16

หนักมากเพื่อย่อยอาหารทั้งหมดครับร่างกาย

18:19

ต้องส่งเลือดไปที่ระบบทางเดินอาหารเป็น

18:21

จำนวนมากท่านเคยรู้สึกง่วงหลังกินข้าว

18:24

เที่ยงมั้ครับนั่นเพราะเลือดไหลไปที่

18:26

กระเพาะเป็นหลักสมองได้รับเลือดน้อยลง

18:29

ครับทีนี้ถ้าท่านเพิ่มกล้วยเข้าไปอีกระบบ

18:32

ย่อยอาหารต้องทำงานหนักขึ้นอีกครับน้ำตาล

18:35

จากกล้วยรวมกับน้ำตาลจากข้าวและอาหารอื่น

18:38

ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงมากครับแต่

18:40

ปัญหาที่ร้ายแรงกว่านั้นคือเรื่องการดูด

18:43

ซึมครับเมื่อกระเพาะมีอาหารมื้อหนักอยู่

18:46

แล้วการดูดซึมสารอาหารจากกล้วยจะลดลงมาก

18:49

ครับโพแทสเซียมจากกล้วยที่ท่านอยากให้

18:51

เข้ากล้ามเนื้อถูกเจือจางไปกับอาหารอื่น

18:54

จำนวนมากครับร่างกายไม่สามารถดูดซึมสาร

18:56

อาหารทุกอย่างพร้อมกันได้อย่างมี

18:58

ประสิทธิภาพครับมันเหมือนท่านเปิดก๊อกน้ำ

19:01

ในบ้านพร้อมกัน 5 ก๊อกครับแรงดันน้ำแต่ละ

19:04

ก๊อกก็ลดลงน้ำไหลอ่อนหมดครับการดูดซึมสาร

19:07

อาหารก็เช่นเดียวกันถ้ามีสารอาหารเข้ามา

19:10

พร้อมกันมากเกินไปร่างกายดูดซึมแต่ละตัว

19:13

ได้น้อยลงครับงานวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์

19:16

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาพบว่าการดูด

19:20

ซึมโพแทสเซียมจากผลไม้ลดลงประมาณ 35%

19:24

ถึง 40% เมื่อกินพร้อมกับมื้ออาหารที่มี

19:28

คาร์โบไฮเดรตและไขมันสูงครับนั่นหมายความ

19:31

ว่ากล้วย 1 ลูกที่ท่านกินหลังข้าวท่านได้

19:34

รับโพแทสเซียมจริงๆแค่ 60% ของที่ควรจะ

19:37

ได้ครับเสียไปเปล่าๆเกือบครึ่งเลยครับแถม

19:40

ยังมีอีกเรื่องที่หลายท่านไม่รู้ครับ

19:43

เมื่อกินกล้วยหลังอาหารมื้อหนักกล้วยจะ

19:45

ถูกกักอยู่ในกระเพาะนานกว่าปกติเพราะ

19:47

อาหารที่กินไปก่อนหน้ายังย่อยไม่เสร็จ

19:50

ครับกล้วยที่ค้างอยู่ในกระเพาะนานจะเริ่ม

19:52

หมักครับการหมักนี้ทำให้เกิดก๊าซืดท้อง

19:56

เฟ้อแน่นท้องหลายท่านที่บ่นว่าหลังกิน

19:59

ข้าวเที่ยงท้องอืดมากอาจเป็นเพราะกิน

20:01

กล้วยปิดท้ายมื้ออาหารครับผมเล่าเรื่อง

20:04

ป้าจำเนียนอายุ 69 ปีอดีตพยาบาลจาก

20:08

จังหวัดเชียงใหม่ให้ฟังครับป้าจำเหียน

20:11

เป็นคนรักสุขภาพออกกำลังกายทุกเช้ากินผัก

20:14

ผลไม้เยอะแต่มีนิสัยกินกล้วยน้ำว้า 1 ลูก

20:17

หลังข้าวกลางวันทุกวันเพื่อช่วยระบบย่อย

20:20

อาหารกินมา 7 ปีครับแต่ 3 ปีหลังสุดป้า

20:24

จำเนียนเริ่มมีอาการท้องอืดหลังกินข้าว

20:27

ทุกมื้อต้องนอนพักสัก 1 ช่โมงหลังกินข้าว

20:30

ทุกมื้อแรงขาเริ่มลดลงทั้งๆที่ออกกำลัง

20:33

กายทุกวันตรวจเลือดพบว่าระดับโพแทสเซียม

20:37

อยู่ในเกณฑ์ต่ำของปกติทั้งๆที่กินกล้วย

20:40

ทุกวันหมอแนะนำให้เปลี่ยนเวลากินกล้วยจาก

20:43

หลังอาหารเที่ยงเป็นของว่างตอนนแทนห่าง

20:47

จากมื้อเที่ยนประมาณ 2-3 ชมงครับภายใน 4

20:50

สัปดาห์อาการท้องอืดลดลงไปมากครับระดับ

20:54

โพแทสเซียมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและที่สำคัญ

20:57

ป้าจำเนียรู้สึกว่ามีพลังงานมากขึ้นใน

21:00

ช่วงบ่ายครับไม่ต้องนอนพักหลังกินข้าว

21:02

เที่ยงอีกเลยครับท่านผู้ฟังครับผมสรุปให้

21:05

ชัดเจนอีกครั้งนะครับ 3 เวลาที่ห้ามกิน

21:08

กล้วยสำหรับท่านที่อายุเกิน 60 คือ 1

21:11

ก่อนนอน 2 ช่โมง 2 ตอนท้องว่างเช้ามืดและ

21:15

3 ทันทีหลังกินอาหารมื้อหนักครับ 3 เวลา

21:18

นี้ถ้าท่านเลี่ยงได้ร่างกายจะดูดซึมสาร

21:21

อาหารจากกล้วยได้ดีขึ้นมากกล้ามเนื้อจะ

21:24

ได้ประโยชน์มากขึ้นและน้ำตาลในเลือดจะไม่

21:27

พุ่งสูงโดยไม่จำเป็นครับทีนี้ท่านอาจ

21:30

กำลังสงสัยว่าแล้วกินตอนไหนถึงจะดีที่สุด

21:33

ล่ะครับนี่คือส่วนที่สำคัญมากครับผมจะบอก

21:36

เวลาทองที่ควรกินกล้วยสำหรับท่านที่อายุ

21:39

เกิน 60 ครับถ้าท่านกินถูกเวลาเหล่านี้

21:42

โพแทสเซียมและวิตามิน B6 จากกล้วยจะเข้า

21:45

กล้ามเนื้อได้เต็มที่ช่วยชะลอการสูญเสีย

21:48

กล้ามเนื้อได้จริงๆครับเวลาทองที่ 1 คือ

21:51

30- ถึง 60 นาทีหลังออกกำลังกายเบาๆครับ

21:55

นี่คือเวลาที่ดีที่สุดในรอบวันสำหรับการ

21:57

กินกล้วยครับท่านไม่ต้องออกกำลังกายหนัก

22:00

นะครับแค่เดินเร็ว 15-20 นาทีหรือแกว่ง

22:04

แขนหรือยืดเส้นยืดสายก็พอครับเมื่อกล้าม

22:07

เนื้อได้ทำงานเส้นเลือดฝอยในกล้ามเนื้อจะ

22:10

ขยายตัวเลือดไหลเวียนเข้ากล้ามเนื้อมาก

22:13

ขึ้นครับเซลล์กล้ามเนื้อจะเปิดประตูรับ

22:16

สารอาหารกว้างขึ้นนี่คือจังหวะที่

22:19

โพแทสเซียมจากกล้วยจะถูกดูดซึมเข้ากล้าม

22:21

เนื้อได้ดีที่สุดครับงานวิจัยจากสถาบัน

22:25

วิจัยระบบสาธารณสุขไทยพบว่าการกินอาหาร

22:28

ที่มีโพแทสเซียมสูงภายใน 60 นาทีหลังออก

22:31

กำลังกายช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็ว

22:33

ขึ้น 23% เมื่อเทียบกับการกินในเวลาอื่น

22:37

ครับ 23% นี่ไม่น้อยเลยนะครับแค่เปลี่ยน

22:40

เวลากินประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 4

22:43

ครับท่านผู้ฟังครับลองทำแบบนี้ดูนะครับ

22:46

ตอนเช้าตื่นมาดื่มน้ำสัก 1 แก้วกินอาหาร

22:50

เช้าเบาๆเช่นโจ๊กข้าวต้มไข่ต้มแล้วไปเดิน

22:54

ออกกำลังกายเบาๆสัก 15-20 นาทีกลับมาบ้าน

22:58

พักสัก 10 นาทีแล้วค่อยกินกล้วย 1 ลูก

23:01

ครับเท่านี้เองครับง่ายมากใช่ไหมครับไม่

23:04

ต้องซื้อยาแพงไม่ต้องไปหาหมอไม่ต้อง

23:07

เปลี่ยนอะไรมากแค่เปลี่ยนลำดับเปลี่ยน

23:09

เวลาครับผมจะเล่าเรื่องลุงทองดีอายุ 71

23:13

ปีเกษตรกรเกษียณจากจังหวัดสุรินทร์ให้ฟัง

23:16

ครับลุงทองดีเคยกินกล้วยหอมทอง 2 ลูกทุก

23:20

คืนก่อนนอนเพราะเชื่อว่าช่วยให้ท้องไม่

23:22

ผูกตอนเช้าแต่ 3 ปีที่ผ่านมาลุงทองดีรู้

23:25

สึกว่าแรงขามันหายไปยกถุงข้าว 5 กเริ่ม

23:29

เหนื่อยลุกนั่งจากเตียงต้องหาอะไรยึดเกาะ

23:32

ลูกสาวพาไปหาหมอหมอตรวจพบว่ามวลกล้าม

23:35

เนื้อขาลดลงเกือบ 18% ในรอบ 2 ปีครับหมอ

23:39

แนะนำให้เปลี่ยนเวลากินกล้วยจากก่อนนอน

23:41

เป็นหลังเดินออกกำลังกายตอนเช้าลุงทองดี

23:44

ออกเดินเร็วในหมู่บ้านทุกเช้า 20 นาที

23:48

กลับมาพักนิดนึงแล้วกินกล้วย 1 ลูกลุง

23:51

ทองดีทำตามมา 10 สัปดาห์ครับผลคือแรงขา

23:54

เพิ่มขึ้นจนยกถุงข้าว 5 กก.ได้สบายลุกจาก

23:58

เตียงไม่ต้องเกาะอะไรตะคริวที่เคยเป็นทุก

24:01

สัปดาห์หายไปเลยครับลุงทองดีบอกว่าไม่คิด

24:04

ว่าแค่เปลี่ยนเวลากินกล้วยจะเปลี่ยนชีวิต

24:07

ได้ขนาดนี้ครับพวกเราอาจคิดว่านี่มันง่าย

24:10

เกินไปหรือเปล่าแค่เปลี่ยนเวลากินจะช่วย

24:13

ได้จริงหรอผมเข้าใจความสงสัยครับแต่หลัก

24:16

การทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนครับสารอาหาร

24:19

เดียวกันกินถูกเวลาร่างกายใช้ได้เต็มที่

24:23

กินผิดเวลาร่างกายเอาไปสะสมเป็นไขมันหรือ

24:26

ขับทิ้งครับมันเหมือนท่านรดน้ำต้นไม้ครับ

24:29

ถ้ารดตอนเช้าน้ำซึมเข้ารากได้ดีต้นไม้

24:32

เจริญเติบโตถ้ารถตอนเที่ยงแดดจัดน้ำระเหย

24:36

หมดก่อนซึมเข้ารากครับน้ำเท่ากันแต่ผล

24:39

ต่างกันลิบลับครับเวลาทองที่ 2 คือเป็น

24:43

ของว่างช่วงบ่ายครับเวลาทองที่ 2 คือเป็น

24:46

ของว่างช่วงบ่ายครับประมาณ 14:30 น.ถึง

24:50

15:30 น.ช่วงนี้ดีเพราะอะไรครับเพราะ

24:54

ห่างจากมื้อเที่ยงพอที่กระเพาะจะว่างพอสม

24:57

ควรแล้วและห่างจากมื้อเย็นพอที่จะไม่ไปรบ

25:00

กวนการย่อยอาหารมื้อเย็นครับช่วงบ่ายยัง

25:03

เป็นเวลาที่หลายท่านเริ่มรู้สึกหิวเล็ก

25:06

น้อยอยากกินของว่างครับแทนที่จะกินขนม

25:09

หวานขนมกรุบกรอบหรือขนมปังปิ้งลองเปลี่ยน

25:12

มากินกล้วยแทนครับแต่มีเคล็ดลับนะครับ

25:15

อย่ากินกล้วยเปล่าๆครับกินคู่กับอาหารที่

25:18

มีโปรตีนจะดีกว่ามากครับเช่นกินกล้วยกับ

25:21

นมถั่วเหลืองอุ่น 1 แก้วหรือกินกล้วยกับ

25:24

ถั่วคั่วสัก 1 กำมือหรือกินกล้วยกับ

25:26

โยเกิร์ตไม่หวานครับเหตุผลคือโปรตีนจะ

25:29

ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากกล้วยทำให้น้ำ

25:32

ตาลในเลือดไม่พุ่งเร็วเกินไปครับและ

25:34

โปรตีนรวมกับโพแทสเซียมจากกล้วยจะทำงาน

25:37

ร่วมกันช่วยบำรุงกล้ามเนื้อได้ดีกว่ากิน

25:39

อย่างใดอย่างหนึ่งเดี่ยวๆครับงานวิจัยจาก

25:43

วารสาร New England Journal of

25:44

Medicine พบว่าการกินผลไม้ที่มี

25:47

โพแทสเซียมสูงเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยง

25:50

ต่อโรคหลอดเลือดได้ถึง 40% ครับแต่ต้อง

25:53

กินอย่างถูกวิธีครับกินกล้วยเปล่าก็ได้

25:56

ประโยชน์แต่กินคู่กับโปรตีนจะได้ประโยชน์

25:58

มากกว่ามากครับเพราะร่างกายจะดูดซึม

26:01

โพแทสเซียมได้ช้าลงสม่ำเสมอขึ้นไม่กระชาก

26:04

ขึ้นลงครับเวลาทองที่ 3 คือกินกล้วยเป็น

26:08

ส่วนหนึ่งของมื้อเช้าแต่ต้องไม่ใช่สิ่ง

26:10

แรกที่กินนะครับท่านกินอาหารเช้าก่อนไม่

26:13

ว่าจะเป็นข้าวต้มโจ๊กไข่ต้มหรือขนมปัง

26:17

โฮลวีดกับนมกินอาหารหลักไปสัก 10-15 นาที

26:22

แล้วค่อยกินกล้วยตามครับวิธีนี้ทำให้

26:24

กระเพาะมีอาหารอยู่แล้วน้ำตาลจากกล้วยจะ

26:27

ถูกดูดซึมช้าลงไม่กระชากน้ำตาลในเลือด

26:30

ครับและเพราะเช้าเป็นช่วงที่ร่างกายเผา

26:32

ผลาญดีที่สุดน้ำตาลจากกล้วยจะถูกเปลี่ยน

26:35

เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

26:38

ท่านผู้ฟังครับผมรู้ว่าข้อมูลเยอะมากผม

26:41

สรุปง่ายๆให้ครับเวลาทอง 3 เวลาคือหลัง

26:44

ออกกำลังกายเบาๆ 30-60 นาทีของว่างช่วง

26:48

2:30 น. - 3:30 น.และเป็นส่วนหนึ่งของ

26:51

มื้อเช้าหลังกินอาหารหลักไปแล้วครับ 3

26:54

เวลานี้กล้ามเนื้อของท่านจะได้ประโยชน์

26:57

จากกล้วยมากที่สุดครับทีนี้มีอีกเรื่อง

26:59

ที่ท่านผู้ฟังหลายท่านถามมาบ่อยครับกล้วย

27:02

ชนิดไหนดีที่สุดสำหรับท่านที่อายุเกิน 60

27:05

เพราะบ้านเรามีกล้วยหลายชนิดมากครับผมจะ

27:08

อธิบายให้ชัดเจนครับกล้วยน้ำว้าซึ่งเป็น

27:11

กล้วยที่คนไทยกินกันมากที่สุดเป็นตัว

27:13

เลือกที่ดีมากครับกล้วยน้ำว้ามีข้อดี

27:16

พิเศษคือมีแคลเซียมสูงกว่ากล้วยชนิดอื่น

27:19

ครับแคลเซียมนี้ช่วยเรื่องกระดูกด้วยครับ

27:22

ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อสำหรับท่านที่กังวล

27:25

เรื่องกระดูกกล้วยน้ำว้าเหมาะมากครับแต่

27:27

กล้วยน้ำว้าสุกมากๆจะมีน้ำตาลสูงกว่า

27:30

กล้วยที่สุกพอดีดังนั้นให้เลือกกล้วยน้ำ

27:33

ว้าที่สุกพอดีเปลือกเหลืองอมเขียวเล็ก

27:35

น้อยจะดีที่สุดครับอย่ากินกล้วยที่สุกจน

27:39

เปลือกดำเพราะน้ำตาลจะสูงมากครับกล้วยหอม

27:43

เป็นกล้วยที่มีโพแทสเซียมสูงที่สุดใน

27:45

บรรดากล้วยที่หากินง่ายครับกล้วยหอม 1

27:48

ลูกให้โพแทสเซียมประมาณ 450 มกรัถ้าเป้า

27:51

หมายหลักของท่านคือเรื่องกล้ามเนื้อกล้วย

27:54

หอมเหมาะมากครับแต่กล้วยหอมมีน้ำตาลมาก

27:56

กว่ากล้วยน้ำว้าเล็กน้อยดังนั้นสำหรับ

28:00

ท่านที่ต้องระวังเรื่องน้ำตาลให้กินกล้วย

28:02

หอมลูกไม่ใหญ่มากและกินคู่กับโปรตีนเสมอ

28:05

ครับกล้วยไข่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับท่าน

28:08

ที่ต้องการควบคุมปริมาณครับกล้วยไข่ลูก

28:11

เล็กกว่าน้ำตาลต่อลูกจึงน้อยกว่าแต่สาร

28:14

อาหารก็น้อยกว่าด้วยครับถ้าท่านเลือกกิน

28:16

กล้วยไข่อาจต้องกิน 2 ลูกจึงจะได้

28:19

โพแทสเซียมเท่ากับกล้วยน้ำว้าหรือกล้วย

28:21

หอม 1 ลูกครับท่านผู้ฟังครับสรุปง่ายๆคือ

28:25

ถ้าท่านห่วงเรื่องกระดูกด้วยเลือกกล้วย

28:27

น้ำว้าครับถ้าท่านเน้นเรื่องกล้ามเนื้อ

28:30

เป็นหลักเลือกกล้วยหอมครับถ้าท่านต้อง

28:32

ระวังน้ำตาลกล้วยไข่เป็นทางเลือกที่ดี

28:35

ครับแต่ไม่ว่าจะเลือกชนิดไหนสิ่งที่สำคัญ

28:38

ที่สุดคือเวลาที่กินครับผมย้ำอีกครั้งนะ

28:41

ครับเวลาสำคัญกว่าชนิดครับกินกล้วยชนิด

28:44

ไหนก็ได้แต่ต้องกินถูกเวลาครับแล้วกินกี่

28:48

ลูกต่อวันดีครับสำหรับท่านที่อายุเกิน 60

28:51

แนะนำ 1-2 ลูกต่อวันครับไม่ควรเกิน 2 ลูก

28:55

ครับเพราะถ้ากินมากเกินไปโพแทสเซียมจะสูง

28:58

เกินไปอาจส่งผลต่อหัวใจได้ครับโดยเฉพาะ

29:01

ท่านที่มีโรคไตหรือกินยาบางชนิดต้องระวัง

29:04

เป็นพิเศษควรปรึกษาหมอก่อนครับสำหรับท่าน

29:08

ทั่วไปที่ไม่มีโรคไต 1-2 ลูกต่อวันปลอด

29:11

ภัยครับกินเวลาทองที่ผมบอกจะได้ประโยชน์

29:14

สูงสุดครับทีนี้ท่านผู้ฟังครับผมพูด

29:17

เรื่องกล้วยมาเยอะแล้วแต่การดูแลกล้าม

29:20

เนื้อไม่ได้มีแค่เรื่องกล้วยอย่างเดียว

29:22

ครับผมต้องบอกเคล็ดลับดูแลกล้ามเนื้อที่

29:25

สำคัญมากที่หลายท่านมองข้ามครับเคล็ดลับ

29:29

เหล่านี้ทำร่วมกับการกินกล้วยถูกเวลาจะ

29:32

ช่วยชะลอการสูญเสียกล้ามเนื้อได้ดีมาก

29:34

ครับเคล็ดลับที่ 1 คือเรื่องโปรตีนที่

29:37

หลายท่านกินน้อยเกินไปครับงานวิจัยจากคณะ

29:40

แพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัย

29:44

มหิดลพบว่าคนไทยอายุเกิน 60 ปีกว่า 58%

29:49

กินโปรตีนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการครับ

29:52

เกินครึ่งเลยนะครับหลายท่านกินแค่ข้าวกับ

29:55

แกงข้าวกับต้มข้าวกับผักไม่ค่อยมีเนื้อ

29:58

สัตว์ไม่ค่อยมีไข่ไม่ค่อยมีถั่วพวกเรา

30:01

กลัวว่าเนื้อสัตว์จะทำให้ไขมันสูง

30:04

คอเลสเตอรอลสูงความกลัวนี้ทำให้หลายท่าน

30:07

กินโปรตีนน้อยเกินไปครับร่างกายของท่าน

30:10

ที่อายุเกิน 60 ต้องการโปรตีนมากกว่าตอน

30:13

หนุ่มสาวครับไม่ใช่น้อยกว่านะครับมากกว่า

30:17

เพราะร่างกายดูดซึมโปรตีนได้แย่ลงต้องกิน

30:20

เพิ่มขึ้นจึงจะได้พอครับปริมาณที่แนะนำ

30:23

คือประมาณ 1.2 2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1

30:26

กกัต่อวันครับง่ายๆคือถ้าท่านหนัก 60 กกั

30:31

ต้องกินโปรตีนประมาณ 72 กรัมต่อวันนั่น

30:34

เท่ากับไข่ต้มประมาณ 3 ฟองกับอกไก่ 1

30:37

ชิ้นกับนม 1 แก้วโดยประมาณครับท่านกิน

30:40

ขนาดนี้ทุกวันมั้ครับส่วนใหญ่ไม่ถึงครับ

30:43

เคล็ดลับคือกระจายโปรตีนให้ทั่วทุกมื้อ

30:46

ครับอย่ากินรวมมื้อเดียวเช้ากินไข่ต้ม 1-2

30:50

ฟองเที่ยงกินเนื้อปลาหรือไก่ 1 ชิ้นเย็น

30:53

กินเต้าหู้หรือถั่วถั่วต่างๆครับของว่าง

30:56

กินนมถั่วเหลืองหรือโยเกิร์ตแบบนี้ร่าง

30:59

กายจะดูดซึมโปรตีนได้ดีกว่ากินรวมมื้อ

31:01

เดียวมากครับเคล็ดลับที่ 2 คือเรื่องการ

31:05

ออกกำลังกายแบบมีแรงต้านครับหลายท่านเดิน

31:08

ออกกำลังกายทุกเช้าซึ่งดีมากครับแต่การ

31:11

เดินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการ

31:13

รักษากล้ามเนื้อครับท่านต้องเพิ่มการออก

31:16

กำลังกายแบบมีแรงต้านด้วยครับท่านผู้ฟัง

31:19

อย่าเพิ่งตกใจนะครับไม่ต้องไปยกเหล็กหนัก

31:22

ๆในยิมครับแค่ท่าง่ายๆที่ทำได้ที่บ้าน

31:25

ครับเช่นนั่งบนเก้าอี้แล้วลุกขึ้นยืนทำ

31:29

ซ้ำ 10 ครั้งหรือยืนจับพนักเก้าอี้แล้ว

31:31

ย่อขาลงทำ 10 ครั้งหรือยืนเขย่งส้นเท้า

31:35

ขึ้นลง 15 ครั้งถ้าง่ายๆแค่นี้ทำวันละ 2-3

31:39

รอบก็เพียงพอครับใช้เวลาแค่ 10-15 นาที

31:42

ต่อวันเองครับงานวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์

31:46

การกีฬามหาวิทยาลัยมหิดลพบว่าผู้ที่อายุ

31:50

60-80 ปีที่ทำท่าออกกำลังกายแบบมีแรง

31:54

ต้านง่ายๆที่บ้านวันละ 15 นาที 3-5 วัน

31:58

ต่อสัปดาห์สามารถเพิ่มความแข็งแรงของ

32:01

กล้ามเนื้อขาได้ 12%-18%

32:04

ภายใน 8 สัปดาห์ครับ 8 สัปดาห์ประมาณ 2

32:07

เดือนท่านก็เริ่มเห็นผลแล้วครับไม่ต้องไป

32:10

ยิมไม่ต้องจ่ายเงินทำที่บ้านได้เลยครับ

32:13

แล้วถ้าท่านทำท่าเหล่านี้ตอนเช้าแล้วกิน

32:16

กล้วยหลังจากนั้น 30-60 นาทีท่านก็ได้

32:19

ทั้ง 2 อย่างพร้อมกันครับได้ทั้งการ

32:22

กระตุ้นกล้ามเนื้อและได้ทั้งสารอาหารที่

32:24

เข้ากล้ามเนื้อตรงจุดเลยครับมันเหมือน

32:27

ท่านใส่ปุ๋ยต้นไม้หลังจากพรวนดินครับพรวน

32:30

ดินให้ร่วนก่อนรากก็ดูดปุ๋ยได้เต็มที่

32:32

ครับเคล็ดลับที่ 3 คือเรื่องการนอนหลับ

32:35

ที่เพียงพอครับท่านผู้ฟังหลายท่านอาจไม่

32:38

รู้ว่าการนอนหลับกับกล้ามเนื้อเกี่ยวข้อง

32:41

กันโดยตรงครับผมอธิบายไปแล้วเมื่อกี้ว่า

32:44

ฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะหลั่งออกมาซ่อม

32:46

แซมกล้ามเนื้อตอนนอนหลับลึกครับถ้าท่าน

32:49

นอนไม่พอหรือนอนไม่หลับลึกกล้ามเนื้อก็

32:52

ไม่ได้รับการซ่อมแซมครับงานวิจัยจากคณะ

32:55

แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลพบว่าผู้ที่นอน

32:57

น้อยกว่า 6 ช่โมงต่อคืนมีความเสี่ยงต่อ

33:00

ภาวะซาโคพีเนียสูงกว่าผู้ที่นอน 7-8 ชมง

33:04

ถึง 1.7 7 เท่าครับนอนน้อยกล้ามเนื้อ

33:07

สลายเร็วกว่าครับดังนั้นถ้าท่านต้องการ

33:10

รักษากล้ามเนื้อต้องนอนให้พอด้วยครับเป้า

33:13

หมายคือ 7-8 ชม.ต่อคืนครับเคล็ดลับช่วย

33:17

นอนหลับคือเข้านอนเวลาเดิมทุกคืนห้องนอน

33:20

มืดเงียบเย็นสบายไม่ดูโทรศัพท์หรือ

33:23

โทรทัศน์อย่างน้อย 30 นาทีก่อนนอนและอย่า

33:26

กินอาหารหนักก่อนนอน 2 ช่โมงครับซึ่งรวม

33:29

ถึงกล้วยด้วยนะครับอย่างที่ผมบอกไปแล้ว

33:32

ครับท่านผู้ฟังครับก่อนที่ผมจะไปต่อ

33:34

เรื่องแผนประจำวันผมมีเรื่องสำคัญอีก

33:37

เรื่องที่ต้องบอกครับเรื่องนี้เกี่ยวกับ

33:39

วิตามินดีซึ่งเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อโดย

33:42

ตรงครับหลายท่านอาจไม่รู้ว่าวิตามินดีไม่

33:45

ได้ช่วยแค่เรื่องกระดูกอย่างเดียวแต่ยัง

33:47

ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อด้วยครับวิตามินดี

33:50

ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ปกติช่วยให้

33:53

เส้นประสาทส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อได้ดี

33:56

ถ้าวิตามินดีต่ำกล้ามเนื้อจะอ่อนแอทรงตัว

33:59

ไม่ดีเสี่ยงหกล้มครับงานวิจัยจากโรง

34:02

พยาบาลจุฬาภรณ์พบว่าคนไทยอายุเกิน 60

34:05

ประมาณ 47% มีภาวะขาดวิตามินดีครับเกือบ

34:10

ครึ่งเลยนะครับทั้งๆที่บ้านเราอยู่เมือง

34:12

ร้อนมีแดดตลอดปีแต่คนไทยวัยหลัง 60 ขาด

34:16

วิตามินดีกันเยอะมากครับเพราะอะไรเพราะ

34:19

หลายท่านอยู่แต่ในบ้านไม่ค่อยออกมารับแดด

34:22

ครับหรือออกมาก็ทาครีมกันแดดหนาๆใส่เสื้อ

34:25

แขนยาวกางร่มแดดไม่ถูกผิวหนังเลยร่างกาย

34:29

ก็สร้างวิตามินดีไม่ได้ครับเคล็ดลับง่ายๆ

34:32

คือตอนเช้าที่ท่านออกไปเดินออกกำลังกาย

34:36

พยายามให้แดดอ่อนๆตอนเช้าถูกผิวหนังสัก

34:38

15-20 นาทีครับไม่ต้องเปลื่อยตัวนะครับ

34:42

แค่ใส่เสื้อแขนสั้นไม่ทาครีมกันแดดตอน

34:45

ช่วงเดินตอนเช้าก็พอครับแดดก่อน 9:00 น.

34:48

ยังไม่แรงมากไม่ทำให้ผิวไหม้ครับแต่เพียง

34:51

พอให้ร่างกายสร้างวิตามินดีได้ครับแล้ว

34:54

ท่านก็ได้ออกกำลังกายด้วยได้แดดด้วยกลับ

34:57

มากินกล้วยหลังออกกำลังกายอีกได้ครบ 3

35:00

อย่างในตอนเช้าเลยครับพวกเราลองนึกดูนะ

35:03

ครับท่านตื่นเช้าดื่มน้ำอุ่นกินไข่ต้มออก

35:07

ไปเดินรับแดดอ่อนๆ 20 นาทีกลับมากินกล้วย

35:11

1 ลูกกับนมถั่วเหลืองแค่นี้ท่านก็ได้

35:14

โปรตีนจากไข่ได้โพแทสเซียมจากกล้วยได้

35:17

วิตามินดีจากแดดและได้กระตุ้นกล้ามเนื้อ

35:20

จากการเดินครบหมดเลยครับใช้เวลาทั้งหมด

35:23

แค่ประมาณ 1 ชมงตอนเช้าครับง่ายมั้ครับที

35:27

นี้ผมอยากพูดถึงเรื่องน้ำอีกเรื่องครับ

35:29

น้ำสำคัญมากสำหรับกล้ามเนื้อครับกล้าม

35:31

เนื้อของพวกเราประกอบด้วยน้ำประมาณ 75%

35:34

ครับถ้าร่างกายขาดน้ำกล้ามเนื้อจะหดตัว

35:37

ไม่ดีเป็นตะคริบง่ายอ่อนล้าเร็วครับแต่

35:41

ท่านอาวุโสหลายท่านดื่มน้ำน้อยเกินไปครับ

35:43

เพราะรู้สึกกระหายน้ำน้อยลงสมองส่วนที่

35:47

รับรู้ความกระหายทำงานช้าลงหลังอายุ 60

35:50

ครับท่านอาจไม่กระหายน้ำแต่ร่างกายขาดน้ำ

35:53

อยู่ครับกรมอนามัยแนะนำว่าผู้ที่อายุเกิน

35:56

60 ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน

36:00

ครับไม่ต้องรอกระหายแล้วค่อยดื่มนะครับ

36:02

ให้ตั้งนาฬิกาเตือนหรือเตรียมขวดน้ำไว้

36:05

ข้างตัวดื่มทีละนิดตลอดวันครับโดยเฉพาะ

36:09

ก่อนและหลังออกกำลังกายต้องดื่มน้ำให้

36:12

เพียงพอครับถ้าร่างกายมีน้ำเพียงพอการดูด

36:15

ซึมโพแทสเซียมจากกล้วยก็จะดีขึ้นด้วยครับ

36:18

เพราะโพแทสเซียมต้องละลายในน้ำถึงจะเข้า

36:21

สู่เซลล์กล้ามเนื้อได้ครับท่านผู้ฟังครับ

36:24

ลองสังเกตสีปัสสาวะของท่านดูนะครับถ้าสี

36:27

เหลืองเข้มแสดงว่าดื่มน้ำน้อยเกินไปครับ

36:30

ปัสสาวะควรเป็นสีเหลืองอ่อนๆเหมือนสีฟาง

36:34

นี่คือวิธีง่ายๆในการตรวจสอบว่าท่านดื่ม

36:36

น้ำพอหรือเปล่าครับผมจะเล่าอีกเรื่องครับ

36:39

เรื่องลุงสมพรอายุ 66 ปีอดีตช่างไม้จาก

36:44

จังหวัดนครสวรรค์ลุงสมพรเป็นคนแข็งแรงแรง

36:47

มาตลอดชีวิตเพราะอาชีพช่างไม้ต้องใช้แรง

36:49

เยอะแต่หลังเกษียณลุงสมพรแทบไม่ได้ออกแรง

36:53

เลยนั่งดูโทรทัศน์ทั้งวันกินข้าวนอนภายใน

36:57

3 ปีกล้ามเนื้อแขนและขาลดลงมากลุงสมพรยก

37:01

กระดานไม้ไม่ไหวแล้วทั้งๆที่เมื่อก่อนยก

37:03

ได้สบายครับลูกชายพาไปตรวจหมอบอกว่ามวล

37:07

กล้ามเนื้อลดลงมากผิดปกติสำหรับอายุเพียง

37:10

66 ปีครับสาเหตุหลักคือไม่ได้ใช้งาน

37:13

กล้ามเนื้อเลยหลังเกษียณและกินโปรตีนน้อย

37:16

เกินเกินไปครับหมอแนะนำให้ลุงสมพรเริ่ม

37:19

ออกกำลังกายเบาๆที่บ้านท่าง่ายๆที่ผมบอก

37:23

ไปนั่นแหละครับลุกนั่งจากเก้าอี้ย่อขา

37:26

เขย่งส้นเท้าเพิ่มโปรตีนในทุกมื้อและกิน

37:29

กล้วยหลังออกกำลังกายแทนที่จะกินก่อนนอน

37:32

เหมือนเคยลุงสมพรทำตามมา 12 สัปดาห์ครับ

37:35

ผลคือกล้ามเนื้อแขนแข็งแรงขึ้นจนยกของ

37:38

หนักปานกลางได้อีกครั้งขาแข็งแรงขึ้นจน

37:42

เดินไปตลาดเช้าได้โดยไม่เหนื่อยครับลุง

37:45

สมพรบอกว่ารู้สึกรู้สึกเหมือนได้ร่างกาย

37:47

คืนมาครับเรื่องของลุงสมพรสอนพวกเราว่า

37:50

กล้ามเนื้อนั้นถ้าไม่ใช้ก็หายไปครับภาษา

37:53

อังกฤษเรียกว่า use it or lose it

37:56

ครับใช้มันหรือสูญเสียมันแต่ข่าวดีคือแม้

37:59

กล้ามเนื้อจะลดลงไปแล้วก็ยังเรียกกลับมา

38:02

ได้ถ้าทำถูกวิธีครับท่านผู้ฟังครับผมอยาก

38:06

ให้ท่านลองทำแบบทดสอบง่ายๆตอนนี้เลยนะ

38:08

ครับนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงวางมือบน

38:11

ตักอย่าใช้มือยันแล้วลองลุกขึ้นยืนครับทำ

38:15

ได้ไหมครับถ้าทำได้โดยไม่ต้องใช้มือเกาะ

38:18

แสดงว่ากล้ามเนื้อขาของท่านยังพอใช้ได้

38:21

ครับแต่ถ้าต้องใช้มือยันถึงจะลุกได้หรือ

38:24

ต้องโน้มตัวไปข้างหน้ามากแสดงว่ากล้าม

38:26

เนื้อขาเริ่มอ่อนแรงแล้วครับต้องเริ่มดู

38:29

แลตั้งแต่ตอนนี้เลยครับอย่ารอให้แย่กว่า

38:32

นี้ครับแบบทดสอบอีกอันครับลองยื่นขาเดียว

38:35

จับอะไรสักอย่างไว้ก่อนนะครับเผื่อเซแล้ว

38:38

ค่อยๆปล่อยมือยืนขาเดียวดูว่าท่านทรงตัว

38:41

ได้กี่วินาทีครับถ้าได้มากกว่า 15 วินาที

38:45

ถือว่าดีครับ 10-15 วินาทีพอใช้ได้ครับ

38:49

น้อยกว่า 10 วินาทีต้องระวังเสี่ยงหกล้ม

38:52

ครับน้อยกว่า 5 วินาทีอันตรายครับต้อง

38:55

เริ่มฝึกทันทีครับท่านผู้ฟังครับแบบทดสอบ

38:59

2 อันนี้ท่านทำได้ที่บ้านเลยครับไม่ต้อง

39:02

ไปหาหมอมันจะบอกท่านว่าสถานการณ์กล้าม

39:05

เนื้อของท่านเป็นอย่างไรครับถ้าผลออกมา

39:08

ไม่ค่อยดีอย่าเพิ่งท้อใจนะครับเพราะมัน

39:11

แก้ไขได้ครับทำตามแผนที่ผมบอก 8-12

39:15

สัปดาหดาแล้วลองทดสอบอีกครั้งท่านจะเห็น

39:17

ความแตกต่างครับอีกเรื่องที่ผมอยากเตือน

39:20

ท่านผู้ฟังครับคือเรื่องยาบางชนิดที่อาจ

39:23

ทำให้กล้ามเนื้อสลายเร็วขึ้นโดยที่ท่าน

39:25

ไม่รู้ตัวท่านที่กินยาลดไขมันกลุ่มสติน

39:29

ต้องระวังเป็นพิเศษครับยาสตินบางชนิดมีผล

39:33

ข้างเคียงทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงปวดกล้าม

39:36

เนื้อถ้าท่านกินยาลดไขมันอยู่แล้วรู้สึก

39:39

ว่ากล้ามเนื้อปวดผิดปกติหรืออ่อนแรงมาก

39:42

ขึ้นต้องบอกหมอนะครับหมออาจเปลี่ยนชนิดยา

39:45

หรือปรับขนาดยาให้ท่านครับผมไม่ได้บอกให้

39:48

หยุดยานะครับห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแต่ให้

39:51

ปรึกษาหมอครับเช่นเดียวกันท่านที่กินยา

39:54

ขับปัสสาวะต้องระวังเรื่องโพแทสเซียมด้วย

39:57

ครับยาขับปัสสาวะบางชนิดทำให้ร่างกายสูญ

40:01

เสียโพแทสเซียมมากขึ้นถ้าท่านกินยาขับ

40:03

ปัสสาวะอยู่การกินกล้วยให้ถูกเวลาจะยิ่ง

40:06

สำคัญมากครับเพราะท่านต้องดูดซึม

40:08

โพแทสเซียมให้ได้มากที่สุดจากอาหารกิน

40:11

กล้วยผิดเวลาโพแทสเซียมดูดซึมไม่ได้รวม

40:14

กับยาที่ขับโพแทสเซียมออกกล้ามเนื้อก็

40:17

ยิ่งเสียหายครับท่านผู้ฟังครับผมพูด

40:20

เรื่องยาเพื่อให้ท่านตระหนักว่าการดูแล

40:23

กล้ามเนื้อไม่ได้มีแค่เรื่องอาหารกับการ

40:25

ออกกำลังกายครับยาที่ท่านอยู่ก็มีผลด้วย

40:29

ครับดังนั้นครั้งหน้าที่ไปพบหมอลองถามหมอ

40:33

ดูครับว่าหญ้าที่กินอยู่มีผลต่อกล้าม

40:36

เนื้อมยถ้ามีหมอจะได้แนะนำวิธีดูแลเพิ่ม

40:39

เติมครับทีนี้ผมจะพูดถึงเรื่องที่หลาย

40:42

ท่านถามมาบ่อยครับคือเรื่องอาหารเสริม

40:45

ท่านจำเป็นต้องกินอาหารเสริมเพื่อรักษา

40:47

กล้ามเนื้อมั้ยครับคำตอบสั้นๆคือส่วนใหญ่

40:50

ไม่จำเป็นครับถ้าท่านกินอาหารให้ครบถ้วน

40:53

มีโปรตีนพอมีผักมีผลไม้มีธัญพืชและกิน

40:58

กล้วยถูกเวลาท่านก็ได้สารอาหารที่จำเป็น

41:00

ครบแล้วครับแต่มีข้อยกเว้น 2 อย่างครับ 1

41:05

วิตามินดีที่ผมพูดไปแล้วถ้าท่านไม่ค่อย

41:07

ได้รับแดดหรือตรวจเลือดแล้วพบว่าวิตามิน

41:10

ดีต่ำหมออาจแนะนำให้กินวิตามินกินดีเสริม

41:13

ครับปริมาณปกติคือ 1,000-2,000

41:17

ต่อวันครับแต่ต้องปรึกษาหมอก่อนนะครับ

41:20

อย่าซื้อกินเองครับ 2 แคลเซียมถ้าท่านไม่

41:23

ค่อยดื่มนมไม่กินปลาเล็กปลาน้อยอาจขาด

41:26

แคลเซียมได้ครับแคลเซียมจำเป็นทั้งกระดูก

41:29

และกล้ามเนื้อถ้าหมอตรวจแล้วบอกว่าขาดก็

41:32

ควรเสริมตามที่หมอแนะนำครับแต่นอกเหนือ

41:35

จาก 2 อย่างนี้อาหารเสริมอื่นๆที่โฆษณา

41:38

ว่าช่วยเรื่องกล้ามเนื้อท่านต้องระวัง

41:40

ครับหลายชนิดไม่มีงานวิจัยรองครับบางชนิด

41:44

อาจมีผลข้างเคียงบางชนิดมีสารที่ทำ

41:47

ปฏิกิริยากับยาที่ท่านกินอยู่ดังนั้นก่อน

41:50

กินอาหารเสริมอะไรก็ตามต้องถามหมอก่อน

41:53

เสมอครับอย่าเชื่อโฆษณาอย่างเดียวครับพวก

41:56

เราไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมราคาแพงครับ

41:58

กล้วย 1 ลูกราคาแค่ 2-5 บาทไข่ต้ม 1 ฟอง

42:02

ราคา 4-5 บาทการเดินออกกำลังกายในหมู่

42:06

บ้านไม่เสียเงินเลยครับถ้าลุกนั่งจาก

42:09

เก้าอี้ก็ไม่เสียเงินครับทุกอย่างที่ผม

42:11

แนะนำวันนี้ท่านทำได้โดยแทบไม่ต้องจ่าย

42:14

เพิ่มเลยครับแค่เปลี่ยนนิสัยเปลี่ยนเวลา

42:17

เปลี่ยนลำดับครับนี่คือสิ่งที่ผมภูมิใจ

42:20

ที่สุดในการเป็นหมอครับช่วยให้ท่านดูแล

42:22

ตัวเองได้ด้วยสิ่งที่มีอยู่แล้วในครัวของ

42:25

ท่านในหมู่บ้านของท่านในชีวิตประจำวันของ

42:28

ท่านครับท่านผู้ฟังครับตอนนี้ท่านมีความ

42:31

รู้ครบแล้วครับท่านรู้แล้วว่า 3 เวลาที่

42:34

ห้ามกินกล้วยคืออะไรท่านรู้แล้วว่า 3

42:37

เวลาทองที่ควรกินคืออะไรท่านรู้แล้วว่า

42:41

กล้วยชนิดไหนเหมาะกับท่านและท่านรู้แล้ว

42:43

ว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้างที่ช่วยรักษากล้าม

42:46

เนื้อนอกเหนือจากเรื่องกล้วยทีนี้ผมจะรวม

42:49

ทุกอย่างเป็นแผนประจำวันง่ายๆที่ท่านทำ

42:52

ตามได้เลยครับไม่ต้องจำเยอะไม่ต้องซับ

42:55

ซ้อนลองทำตามดูครับตอนเช้าตื่นมาดื่มน้ำ

42:59

อุ่น 1 แก้วก่อนครับน้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้น

43:02

ระบบย่อยอาหารให้ตื่นตัวครับหลายท่านตื่น

43:05

มาแล้วรีบกินอาหารเลยแต่ร่างกายยังไม่

43:07

พร้อมครับให้ดื่มน้ำอุ่นก่อนแล้วรอสัก

43:10

10-15 นาทีทีครับระหว่างรอก็ล้างหน้า

43:13

แปรงฟันเตรียมตัวได้เลยครับจากนั้นกิน

43:17

อาหารเช้าที่มีโปรตีนครับไข่ต้ม 1-2 ฟอง

43:21

กับข้าวต้มหรือโจ๊กหมูใส่ไข่หรือนมอุ่น

43:24

กับขนมปังโฮวีทไม่ต้องกินเยอะมากแค่ให้

43:27

กระเพาะมีอาหารรองรับครับจุดสำคัญคือต้อง

43:30

มีโปรตีนในมื้อเช้าเสมอครับหลังอาหารเช้า

43:33

ประมาณ 30 นาทีออกไปเดินเร็วหรือออกกำลัง

43:36

กายเบาๆสัก 15-20 นาทีครับเดินรอบหมู่

43:41

บ้านเดินในสวนสาธารณะหรือแค่เดินหน้าบ้าน

43:43

ก็ได้ครับแต่ต้องเดินเร็วพอให้รู้สึกว่า

43:46

หายใจเร็วขึ้นเล็กน้อยนะครับไม่ใช่เดิน

43:49

ช้าๆเหมือนเดินเที่ยวครับแล้วเพิ่มท่าออก

43:51

กำลังกายแบบมีแรงต้านอีก 5-10 นาทีลุก

43:55

นั่งจากเก้าอี้ 10 ครั้งย่อขา 10 ครั้ง

43:58

เขย่งส้นเท้า 15 ครั้งครับรวมแล้วไม่ถึง

44:01

30 นาทีครับทำได้ทุกวันครับกลับมาบ้าน

44:04

พักสัก 15-20 นาทีดื่มน้ำแล้วกินกล้วย 1

44:08

ลูกครับนี่คือเวลาทองที่ 1 ครับ

44:11

โพแทสเซียมจากกล้วยจะเข้ากล้ามเนื้อที่

44:13

เพิ่งถูกกระตุ้นได้เต็มที่ครับถ้าท่านมี

44:15

นมถั่วเหลืองอุ่นอีกสักแก้วจะดียิ่งขึ้น

44:18

ไปอีกครับโปรตีนจากนมถั่วเหลืองรวมกับ

44:21

โพแทสเซียมจากกล้วยช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ

44:24

ได้ดีมากครับตอนเที่ยงกินอาหารกลางวันตาม

44:27

ปกติครับมีข้าวมีผักมีเนื้อสัตว์หรือ

44:31

เต้าหู้มีปลาครับแต่อย่ากินกล้วยหลังมื้อ

44:34

เที่ยงนะครับทิ้งไว้ก่อนครับให้กระเพาะ

44:36

ย่อยอาหารมื้อเที่ยงให้เสร็จก่อนครับตอน

44:39

บ่ายประมาณ

44:40

น-30น.กินกล้วยอีก 1 ลูกเป็นของว่างครับ

44:44

นี่คือเวลาทองที่ 2 ครับกินคู่กับถั่ว

44:47

คั่วสัก 1 กำมือหรือโยเกิร์ตไม่หวานครับ

44:50

ของว่างนี้จะช่วยให้ท่านมีพลังงานช่วง

44:53

บ่ายโดยไม่ต้องกินขนมหวานครับตอนเย็นกิน

44:56

อาหารเย็นเบาๆครับไม่ต้องกินมากมีโปรตีน

45:00

สักอย่างเช่นปลานึ่งเต้าหู้นุ่มหรือไข่

45:04

ตุ๋นมีผักเยอะแยะครับและอย่ากินอาหารเย็น

45:07

ดึกเกินไปพยายามกินก่อน 20:00 น.ครับก่อน

45:10

นอน 2 ชมงห้ามกินอะไรที่มีน้ำตาลครับไม่

45:14

ว่าจะเป็นกล้วยผลไม้หวานหรือขนมหวานถ้า

45:18

หิวจริงๆให้ดื่มนมอุ่นสัก 1 แก้วเล็กๆ

45:21

ครับนมอุ่นมีทริปโตแฟนช่วยนอนหลับได้จริง

45:23

ๆครับมากกว่ากล้วยอีกครับแล้วก็เข้านอน

45:26

ให้เป็นเวลาครับตั้งเป้า 7-8 ชมงครับท่าน

45:31

ผู้ฟังครับแผนนี้ฟังดูยากมั้ครับผมว่าไม่

45:33

ยากเลยครับแค่ 5 จุดที่ต้องจำ 1 กินอาหาร

45:37

เช้ามีโปรตีน 2 ออกกำลังกายเบาๆตอนเช้า 3

45:42

กินกล้วยหลังออกกำลังกาย 4 กินกล้วยอีก

45:45

ลูกตอนบ่าย 5 ห้ามกินกล้วยก่อนนอนครับแค่

45:49

5 จุดนี้กล้ามเนื้อของท่านจะขอบคุณท่าน

45:52

ครับผมอยากให้ท่านลองทำสัก 2 สัปดาห์ก่อน

45:55

นะครับแค่ 2 สัปดาห์ท่านจะเริ่มรู้สึกแตก

45:58

ต่างแล้วครับตื่นเช้ามาจะรู้สึกสดชื่น

46:01

กว่าเดิมตอนบ่ายจะไม่ง่วงซึมเหมือนเมื่อ

46:04

ก่อนตะคริวจะลดลงและแรงขาจะเริ่มดีขึ้นที

46:07

ละนิดครับไม่ต้องรอ 3 เดือนถึงจะเห็นผลนะ

46:10

ครับ 2 สัปดาห์แรกท่านก็จะรู้สึกเปลี่ยน

46:13

แปลงแล้วครับผมจะเล่าเรื่องสุดท้ายให้ฟัง

46:16

ครับเรื่องของป้าบุญมีอายุ 72 ปีจาก

46:20

จังหวัดอุดรธานีครับป้าบุญมีเป็นคนที่

46:23

กลัวหกล้มมากครับเพราะเพื่อนบ้านหกล้ม

46:26

แล้วกระดูกสะโพกหักต้องนอนโรงพยาบาล 3

46:29

เดือนลูกหลานต้องผลัดกันมาดูแลป้าบุญมี

46:32

กลัวว่าจะเป็นแบบนั้นกลัวเป็นภาระลูกหลาน

46:35

ครับป้าบุญมีเริ่มรู้สึกว่าขาเริ่มอ่อน

46:39

แรงลุกจากเตียงต้องระวังเดินขึ้นบันได

46:42

ต้องจับราวลูกสาวเห็นคลิปของพวกเราใน

46:45

YouTube เรื่องการดูแลกล้ามเนื้อครับลูก

46:48

สาวบอกแม่ว่าลองทำตามดูสิคะแม่ป้าบุญมี

46:53

เปลี่ยนพฤติกรรมตามแผนที่ผมบอกไปเลยครับ

46:56

หยุดกินกล้วยก่อนนอนเปลี่ยนมากินหลังเดิน

46:58

ออกกำลังกายตอนเช้าเพิ่มไข่ต้มในมื้อเช้า

47:02

ทำท่าลุกนั่งจากเก้าอี้วันละ 10 ครั้ง 2

47:05

รอบเดินเร็วรอบหมู่บ้าน 15 นาทีทุกเช้า

47:08

ผ่านไป 8 สัปดาห์ครับป้าบุญมีลุกจากเตียง

47:11

ได้เองโดยไม่ต้องเกาะอะไรเดินขึ้นบันได 10

47:14

ขั้นไม่ต้องจับราวยกถุงข้าวสาร 5 กลจากรถ

47:18

เข้าบ้านได้สบายครับป้าบุญมีโทรมาบอกลูก

47:21

สาวร้องไห้ครับป้าบอกว่าแม่ไม่คิดว่าแม่

47:24

จะกลับมาแข็งแรงแบบนี้ได้อีกแค่เปลี่ยน

47:27

เวลากินกล้วยเพิ่มไข่ตอนเช้าแล้วก็ลุก

47:30

นั่งจากเก้าอี้วันละ 10 ครั้งแค่นี้เอง

47:33

ครับไม่ได้ใช้ยาแพงไม่ได้ไปหาหมอไม่ได้

47:36

จ่ายเงินซื้ออาหารเสริมครับท่านผู้ฟัง

47:39

ครับผมเล่าเรื่องป้าบุญมีให้ฟังเพราะอยาก

47:42

ให้ท่านเห็นว่ามันไม่ยากเลยครับไม่ต้องลง

47:45

ทุนอะไรเลยแค่เปลี่ยนนิสัยเล็กน้อย

47:48

เปลี่ยนเวลากินเปลี่ยนลำดับการกินแค่นี้

47:51

กล้ามเนื้อก็ฟื้นตัวได้ครับร่างกายของพวก

47:53

เราแม้อายุเกิน 60 ยังมีความสามารถฟื้น

47:56

ตัวได้ครับขอแค่ให้โอกาสมันครับให้สาร

47:59

อาหารถูกเวลาให้การออกกำลังกายที่เหมาะสม

48:03

ให้การนอนหลับที่เพียงพอร่างกายจะตอบแทน

48:05

ท่านครับทีนี้ผมจะสรุปทุกอย่างให้ท่านฟัง

48:09

อีกครั้งนะครับผมรู้ว่าวันนี้ข้อมูลเยอะ

48:12

มากผมจะสรุปให้สั้นกระชับท่านจะได้จำง่าย

48:16

ครับเมื่อก่อนพวกเราเข้าใจว่ากล้วยดีต่อ

48:19

สุขภาพกินเมื่อไหร่ก็ได้ตอนนี้พวกเรารู้

48:22

แล้วว่ากล้วยดีจริงครับแต่ต้องกินถูกเวลา

48:26

โดยเฉพาะหลังอายุ 60 ครับเมื่อก่อนพวกเรา

48:29

เข้าใจว่ากินกล้วยก่อนนอนช่วยนอนหลับตอน

48:33

นี้พวกเรารู้แล้วว่ากินกล้วยก่อนนอนทำให้

48:36

อินซูลินพุ่งกดฮอร์โมนซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

48:39

กล้ามเนื้อเสื่อมเร็วขึ้นครับเมื่อก่อน

48:41

พวกเราเข้าใจว่ากินกล้วยเป็นอย่างแรกตอน

48:44

เช้าดีตอนนี้พวกเรารู้แล้วว่ากินกล้วยตอน

48:48

ท้องว่างทำให้น้ำตาลพุ่งร่างกายดึง

48:50

แมกานีเซียมจากกล้ามเนื้อได้ไม่คุ้มเสีย

48:53

ครับเมื่อก่อนพวกเราเข้าใจว่ากินกล้วย

48:56

หลังข้าวเป็นของหวานปิดท้ายดีตอนนี้พวก

48:59

เรารู้แล้วว่ากินกล้วยหลังมื้อหนักร่าง

49:01

กายดูดซึมโพแทสเซียมได้น้อยลง 35% ถึง 40%

49:06

ท้องอืดท้องเฟ้อเสียของเปล่าครับและตอน

49:10

นี้พวกเรารู้แล้วว่าเวลาทองของการกิน

49:13

กล้วยคือหลังออกกำลังกาย 30-60 นาทีของ

49:17

ว่างช่วงบ่ายและเป็นส่วนหนึ่งของมื้อเช้า

49:20

หลังกินอาหารหลักแล้วครับท่านผู้ฟังครับ

49:23

ผมเป็นหมอที่ดูแลท่านอาวุโสมาหลายสิบปี

49:26

ครับสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นมาตลอดคือท่านผู้

49:28

ฟังหลายท่านกลัวว่าจะเป็นภาระลูกหลานกลัว

49:32

ว่าจะล้มกลัวว่าจะเดินไม่ไหวกลัวว่าจะ

49:35

ช่วยตัวเองไม่ได้ความกลัวนี้ผมเข้าใจครับ

49:38

เพราะผมเห็นคนไข้ที่ผ่านเหตุการณ์เหล่า

49:40

นี้มามากครับแต่สิ่งที่ผมอยากบอกท่านคือ

49:43

ท่านมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงครับท่านไม่

49:45

จำเป็นต้องรอให้กล้ามเนื้อหายไปจนไม่ไหว

49:48

แล้วค่อยแก้ครับท่านเริ่มได้ตั้งแต่วัน

49:51

นี้เลยครับเรื่องกล้ามเนื้อหลังอายุ 60

49:54

ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ครับมันแก้ได้

49:56

ถ้าท่านรู้วิธีครับและวันนี้ท่านรู้วิธี

49:59

แล้วครับเปลี่ยนเวลากินกล้วยกินโปรตีนให้

50:02

พอออกกำลังกายเบาๆทุกเช้านอนให้พอแค่ 4

50:07

เรื่องนี้กล้ามเนื้อของท่านจะค่อยๆฟื้น

50:09

ตัวครับผมไม่ได้สัญญาว่ามันจะดีเหมือนตอน

50:12

อายุ 30 นะครับแต่มันจะดีพอที่ท่านจะใช้

50:15

ชีวิตได้อย่างมั่นใจเดินได้อย่างมั่นคง

50:18

ลุกนั่งได้สะดวกไม่ต้องกลัวเรื่องหกล้ม

50:21

ครับท่านผู้ฟังที่เป็นลูกหลานนะครับถ้า

50:24

ท่านกำลังดูคลิปนี้อยู่ช่วยส่งให้คุณพ่อ

50:27

คุณแม่คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายได้ฟังด้วย

50:30

นะครับเรื่องกล้ามเนื้อเป็นเรื่องที่ป้อง

50:33

กันได้แต่ต้องเริ่มทำตอนนี้ครับอย่ารอจน

50:36

กว่าจะหกล้มแล้วค่อยแก้เพราะตอนนั้นจะยาก

50:39

กว่ามากครับแล้วก็ช่วยกดติดตามช่องสุขภาพ

50:41

ดีมีสุขด้วยนะครับผมจะมีเรื่องดีๆมาบอก

50:44

พวกเราอีกเยอะครับเรื่องอาหารเรื่อง

50:47

สุขภาพเรื่องการดูแลตัวเองที่เหมาะสำหรับ

50:50

ท่านอาวุโสโดยเฉพาะครับผมจะพยายามอธิบาย

50:53

ให้ง่ายที่สุดให้ท่านทำตามได้จริงไม่ต้อง

50:56

ใช้เงินมากไม่ต้องพึ่งยาแพงครับเราดูแล

50:59

ตัวเองด้วยอาหารที่มีอยู่ในครัวของพวกเรา

51:01

นี่แหละครับสุดท้ายครับผมฝากประโยคหนึ่ง

51:04

ไว้ให้ท่านจำนะครับกล้วยไม่ใช่ปัญหาเวลา

51:07

ต่างหากที่เป็นกุญแจครับกินถูกเวลาร่าง

51:10

กายได้กินผิดเวลาร่างกายเสียครับง่ายๆแค่

51:15

นี้เองครับขอบคุณท่านผู้ฟังทุกท่านที่ฟัง

51:18

จนจบครับดูแลสุขภาพดูแลกล้ามเนื้อแล้วพวก

51:21

เราจะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความ

51:24

สุขแข็งแรงไม่เป็นภาระใครครับพวกเราทำได้

51:28

ครับเริ่มจากพรุ่งนี้เช้าเลยนะครับสวัสดี

51:31

ครับ

Continue with YouTLDR

Analyze another video with Pro

Process a new video, search every timestamp, compare sources, and keep the result in your library.

Get Pro — $12/month30-day money-back guarantee

More transcripts

Explore other videos transcribed with YouTLDR.