Full Transcript

·YouTLDR

ทำสิ่งนี้ทุกวัน…สมาธิจะมาเอง | เคล็ดลับง่ายๆที่ไม่ต้องพยายาม 'ทำสมาธิ' แล้วสมาธิจะมาหาคุณเอง!

17:16128 summary words · ~1 min readThaiBy สุญญตาปัญญา : SunyataPanyaTranscribed Oct 31, 2026
Analyze another video with Pro30-day money-back guarantee
Summary

สมาธิที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการบังคับหรือกดข่มจิตใจ แต่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อเราฝึกเจริญสติตามรู้กายและใจในกิจวัตรประจำวันโดยไม่ตัดสิน

Section summaries

0:00-4:00

มายาคติของการบังคับจิตและหลุมพรางความอยากสงบ

watch

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการทำสมาธิต้องนั่งนิ่งในห้องเงียบและพยายามหยุดความคิดทั้งหมด ซึ่งธรรมชาติของจิตเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวหรือลิง การฝืนต้านมีแต่จะสร้างความตึงเครียด ความพยายามจะให้จิตนิ่งแท้จริงแล้วคือตัณหาหรือความอยากที่นำไปสู่ความหงุดหงิด สมาธิไม่ได้เกิดจากการบังคับแต่เกิดจากการผ่อนคลายและยอมรับธรรมชาติของจิต

  • การพยายามหยุดคิดเปรียบเหมือนการใช้มือเปล่ากั้นกระแสน้ำเชี่ยว ยิ่งต้านยิ่งเหนื่อย
  • ความอยากให้จิตสงบคือตัณหา เมื่อจิตไม่เป็นไปตามหวังย่อมเกิดความทุกข์
  • ความคิดไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเอาชนะ แต่เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ที่จะเฝ้ามองอย่างสงบ
4:00-6:00

ความต่างระหว่างสติกับสมาธิและการตามรู้ความคิด

watch

ผู้ปฏิบัติควรเลิกพยายามทำสมาธิแล้วหันมาเจริญสติ เพราะสติคือตัวรู้ที่เป็นเหตุ ส่วนสมาธิคือผลลัพธ์ของจิตที่ตั้งมั่น เมื่อมีความคิดเรื่องงานหรือเรื่องอื่นแทรกเข้ามา ให้ทำหน้าที่แค่ตามรู้เฉยๆ เหมือนคนยืนมองรถแล่นผ่านไปบนถนน โดยไม่ต้องวิ่งตามหรือกระโดดไปขวาง เมื่อไม่เติมเชื้อเพลิงด้วยการตัดสินหรือหงุดหงิด ความคิดจะสลายตัวไปเอง

  • สติคือการรดน้ำพรวนดิน ส่วนสมาธิคือดอกผลที่ผลิบานออกมาเอง
  • ความคิดต้องการความสนใจเป็นอาหาร หากมองดูเป็นกลางความคิดจะอ่อนแรงและดับไป
  • การตามรู้โดยไม่ตัดสินเปิดทางให้สมาธิก่อตัวขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติ
6:00-9:00

การฝึกสติในกิจวัตรประจำวันตั้งแต่ตื่นนอน

watch

การสร้างพื้นที่ความสงบไม่ต้องรอเวลาว่างหรือห้องพระ แต่ทำได้ผ่านกิจวัตรปกติ เช่น ตื่นนอนให้สัมผัสลมหายใจและแผ่นหลังที่แนบที่นอน 10 วินาที หรือช่วงอาบน้ำให้รับรู้ความเย็นของน้ำ กลิ่นสบู่ และการเคลื่อนไหวของมือ แทนที่จะปล่อยให้ใจคิดเรื่องงาน การดึงความรู้สึกตัวกลับมาที่ร่างกายบ่อยๆ เหมือนการหยดน้ำใส่ภาชนะทีละหยด ช่วยลดความฟุ้งซ่านและทำให้จิตรวมตัวได้ง่าย

  • เริ่มต้นวันด้วยการรับรู้ลมหายใจและความรู้สึกทางกาย 10 วินาทีหลังตื่นนอน
  • การอาบน้ำ ดื่มน้ำ หรือเคี้ยวข้าวอย่างจดจ่อ เป็นการดึงจิตกลับสู่ร่างกายซึ่งเป็นบ้านของจิต
  • การสะสมความรู้สึกตัวทีละน้อยในชีวิตประจำวันทำให้จิตรวมตัวเป็นสมาธิได้เร็วเมื่อนั่งพัก
9:00-11:00

ใช้การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นสมอเรือยึดเหนี่ยวจิต

skim

การเดินไปทำงาน กวาดบ้าน หรือถูบ้าน สามารถใช้เป็นจงกรมในชีวิตประจำวันได้โดยการละทิ้งเป้าหมายชั่วคราวแล้วดึงความสนใจมาอยู่ที่ฝ่าเท้า สัมผัสน้ำหนักที่กดลงพื้นและการก้าวเดิน การมอบหมายงานให้จิตรับรู้การเคลื่อนไหวของกายเปรียบเสมือนการผูกลิงไว้กับเสา เมื่อดิ้นไปไหนไม่ได้นานเข้า จิตก็จะหยุดวิ่งวุ่นและสงบลงเอง

  • ดึงความสนใจมาที่สัมผัสของฝ่าเท้าขณะเดินแทนการคิดถึงปลายทาง
  • ร่างกายทำหน้าที่เหมือนเสาหลักที่ผูกจิตไม่ให้วิ่งวุ่นไปสร้างเรื่องราว
  • ความนิ่งสงบสามารถเกิดขึ้นได้ท่ามกลางการเคลื่อนไหวในกิจวัตรปกติ
11:00-13:00

เปลี่ยนอารมณ์โกรธเป็นอุปกรณ์ฝึกสติด้วยการดูกาย

watch

เมื่อเผชิญหน้ากับความเครียดหรือความโกรธ ไม่ควรกดข่มหรือคิดว่าสมาธิพังทลาย แต่ให้ใช้อารมณ์นั้นเป็นเครื่องมือฝึกสติ โดยถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อสังเกตอาการทางกาย เช่น จังหวะการเต้นของหัวใจ ลมหายใจที่สั้นลง ความร้อนที่ใบหน้า หรือความเกร็งที่กล้ามเนื้อ การเป็นผู้สังเกตอย่างเป็นกลางช่วยตัดวงจรความคิดปรุงแต่ง ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวค่อยๆ คลายตัวลง

  • อารมณ์ด้านลบไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่เป็นอุปกรณ์ชั้นดีในการฝึกสติระดับสูง
  • เปลี่ยนจุดสนใจจากเรื่องราวของความโกรธมาสังเกตอาการทางสรีระของร่างกาย
  • การเฝ้าดูอย่างเป็นกลางทำให้อารมณ์รุนแรงฝ่อลงเพราะขาดเชื้อเพลิงจากการคิดซ้ำ
13:00-15:00

อุปมาแก้วน้ำโคลนและการหยุดควบคุม

watch

หากต้องการให้น้ำโคลนในแก้วใสสะอาด การเอามือลงไปกวนหรือกดตะกอนจะยิ่งทำให้น้ำขุ่น วิธีการที่ได้ผลคือวางแก้วไว้เฉยๆ เพื่อให้ตะกอนนอนก้นไปเอง จิตใจก็เช่นกัน ความพยายามบังคับควบคุมจิตเปรียบเหมือนการกวนน้ำ แต่การเจริญสติตามรู้อย่างเป็นกลางคือการวางแก้วลง เมื่อหมดแรงดิ้นรน ความตึงเครียดจะคลายตัวและความผ่องใสของสมาธิจะปรากฏขึ้นมาเอง

  • การพยายามกดความคิดเปรียบเสมือนการเอามือกวนน้ำโคลนให้ขุ่นยิ่งขึ้น
  • การวางแก้วน้ำไว้เฉยๆ คือการหยุดดิ้นรนควบคุมและปล่อยให้ตะกอนนอนก้นเอง
  • สมาธิที่ประณีตและยั่งยืนเกิดจากความเข้าใจและการปล่อยวางตามธรรมชาติ
15:00-17:27

เปลี่ยนมุมมอง: ความเผลอคือจุดเริ่มต้นของการตื่นรู้

skim

แนะนำให้ปรับเป้าหมายจากการตั้งเงื่อนไขนั่งสมาธิครึ่งชั่วโมง มาเป็นการดึงความรู้สึกตัวกลับมาให้บ่อยที่สุดในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเองเมื่อจิตเผลอคิด เพราะวินาทีที่รู้ตัวว่าเผลอ นั่นคือขณะที่สติได้กลับมาทำงานแล้ว เมื่อเพาะบ่มความรู้สึกตัวอย่างสม่ำเสมอ จิตใจจะเกิดความตั้งมั่นสงบเย็นเป็นพื้นฐาน และสิ่งรบกวนภายนอกจะไม่สามารถทำลายความสงบภายในได้

  • เลิกตั้งเป้าหมายเรื่องเวลาในการนั่งหลับตา แต่เน้นรู้ตัวในปัจจุบันขณะให้บ่อย
  • ไม่ต้องดุด่าตัวเองเวลาจิตเผลอ เพราะการรู้ว่าเผลอคือการกลับมาของสติ
  • สติที่สม่ำเสมอสร้างรากฐานความสงบเย็นที่ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรบกวนภายนอก

Key points

  • สติคือเหตุ สมาธิคือผล — สมาธิเปรียบเสมือนดอกไม้ที่ไม่สามารถเร่งให้บานได้ด้วยการบังคับ หน้าที่ของเราคือการรดน้ำด้วยการเจริญสติตามรู้สภาวะปัจจุบัน แล้วความสงบตั้งมั่นจะเกิดขึ้นเอง
  • ตัดเชื้อเพลิงความคิดด้วยการเป็นผู้ดู — ความคิดต้องการความสนใจเป็นเชื้อเพลิง เมื่อแค่รับรู้ตามจริงโดยไม่ต่อต้านหรือไม่กระโจนตาม ความคิดจะหมดพลังและดับไปเอง
  • ย้ายความสนใจสู่กายเมื่อเกิดอารมณ์ลบ — เมื่อเกิดความโกรธหรือเครียด ให้ถอยออกมาสังเกตปฏิกิริยาทางกาย เช่น การเต้นของหัวใจหรือความร้อนบนใบหน้า แทนการจมไปกับเรื่องราว
  • อุปมาแก้วน้ำโคลน — จิตใจจะสงบลงได้เมื่อหยุดกวนและวางแก้วทิ้งไว้เฉยๆ เพื่อให้ตะกอนความคิดนอนก้นตามธรรมชาติ การหยุดพยายามควบคุมคือหนทางสู่ความผ่องใส

AI-generated from the transcript. May contain errors.

0:07

[เพลง]

0:09

คุณเคยรู้สึกไหมครับว่าการนั่งหลับตา

0:12

เพื่อทำความสงบให้จิตใจหรือที่เราเรียก

0:15

กันติดปากว่าการทำสมาธิเป็นเรื่องที่แสน

0:19

จะยากลำบากเหลือเกินบางคนบอกว่าพอนั่ง

0:23

ปุ๊บความคิดก็ฟุ้งซ่านปับยิ่งอยากให้สงบ

0:27

จิตใจก็ยิ่งวิ่งวุ่นราวกับลิงที่กระโดดไป

0:30

มาบนต้นไม้พอพยายามบังคับให้นิ่งก็กลับ

0:34

กลายเป็นความอึดอัดความตึ่งเครียดสุดท้าย

0:37

ก็ต้องลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกผิด

0:40

หวังและบอกกับตัวเองว่าเราคงไม่มี

0:42

บุญวาสนาทางนี้เราคงทำไม่ได้หรอกแต่ถ้าผม

0:47

บอกคุณว่าที่จริงแล้วคุณอาจจะกำลังเข้าใจ

0:51

ผิดล่ะครับถ้าผมบอกว่าความพยายามที่จะทำ

0:54

สมาธินั่นแหละคือตัวการสำคัญที่ขัดขวาง

0:58

ไม่ให้คุณมีสมา

1:00

วันนี้ผมมีเคล็ดลับที่เรียบง่ายอย่าง

1:03

เหลือเชื่อเป็นวิธีที่คุณสามารถทำได้ทุก

1:06

วันโดยไม่ต้องฝืนไม่ต้องบังคับและที่

1:09

สำคัญที่สุดคือคุณไม่ต้องพยายามทำสมาธิ

1:12

เลยแม้แต่น้อย[เพลง]แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ

1:15

ความสงบตั้งมั่นจะค่อยๆเดินทางมาหาคุณเอง

1:20

เคล็ดลับที่ว่านั้นคืออะไรทำไมเราถึงไม่

1:23

ต้องพยายาม

1:25

ธรรมะสวัสดีครับเพื่อนผู้ร่วมเดินทางที่

1:28

มุ่งหน้าสู่ความสงบยินดีต้อนรับสู่ช่วง

1:31

เวลาแห่งกุศลกับปัญญาจากความว่างครับเรา

1:36

มาเริ่มต้นทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า

1:38

ทำไมความพยายามที่จะสงบจึงนำไปสู่ความ

1:41

วุ่นวายคนส่วนใหญ่ในยุคนี้มักจะมีภาพจำ

1:45

เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมว่าจะต้องเป็นการ

1:48

สวมชุดขาวนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่หน้าหิ้ง

1:52

พระหรือต้องปลีกวิเวกไปอยู่ในสถานที่ที่

1:55

เงียบสงัดเท่านั้นเมื่อเรามีภาพจำแบบนี้

1:58

เราจึงตั้งความหวังไว้สูงมากเมื่อเริ่ม

2:01

หลับตาลงเราคาดหวังว่าจิตจะต้องนิ่งสนิท

2:05

ต้องไม่มีความคิดใดๆเกิดขึ้นต้องเหมือน

2:07

สระน้ำที่ราบเรียบไร้ระรอกคลื่นแต่

2:11

ธรรมชาติของจิตไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับพระ

2:14

พุทธองค์ทรงเปรียบจิตของเราเหมือนกับสาย

2:16

น้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลาหรือเหมือนกับลิง

2:19

ที่ชอบกระโดดเกาะกิ่งไม้กิ่งนี้แล้วก็

2:22

ปล่อยไปเกาะกิ่งใหม่การที่เราพยายามจะ

2:25

บังคับจิตให้หยุดคิดก็ไม่ต่างอะไรกับการ

2:28

ที่เราเอา 2 มือเปล่าไปพยายามกั้นกระแส

2:31

น้ำเชี่ยวที่กำลังไหลหลากยิ่งเราออกแรง

2:34

ต้านทานมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งเหนื่อยล้า

2:37

และเจ็บปวดมากเท่านั้นความพยายามที่จะ

2:40

หยุดคิดนี่แหละครับคือความอยากหรือตัณหา

2:43

ในรูปแบบหนึ่งเป็นความอยากที่จะให้จิต

2:46

[เพลง]สงบเมื่อมีความอยากก็ย่อมมีความยึด

2:49

ติดและเมื่อจิตไม่เป็นตามที่อยากความ

2:52

ทุกข์และความหงุดหงิดก็ตามมานี่คือหลุม

2:56

พรางดักใจที่นักปฏิบัติมือใหม่เกือบทุกคน

2:59

ต้องเคยตกลงไปเราใช้ชีวิตประจำวันด้วยการ

3:02

พยายามควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง[เพลง]ควบคุม

3:05

งานควบคุมคนรอบข้างควบคุมเวลาและเมื่อเรา

3:09

มาปฏิบัติธรรมเราก็นำเอาความคุ้นชินนั้น

3:12

มาพยายาม[เพลง]ควบคุมจิตใจตัวเองซึ่งนั่น

3:15

เป็นวิธีการที่ผิดทางอย่างสิ้นเชิงสมาธิ

3:19

ที่แท้จริงในทางพระพุทธศาสนาไม่ได้เกิด

3:22

จากการกดข่มหรือการบังคับจิตให้อยู่ใน

3:25

กรอบคับแคบแต่เกิดจากความผ่อนคลายเกิดจาก

3:28

การยอมรับธรรมชาติของจิตตามที่มันเป็น

3:31

เมื่อเราเริ่มตระหนักได้ว่าความคิดไม่ใช่

3:34

ศัตรูที่เราต้องไปสู้รุบตบมือด้วยเมื่อ

3:37

นั้นประตูแห่งความสงบที่แท้จริงจึงจะ

3:40

เริ่มแง้มเปิดออกสิ่งที่เราต้องทำจึงไม่

3:43

ใช่การประกาศสงครามกับความคิดแต่เป็นการ

3:46

เรียนรู้ที่จะเป็นเพียงแค่ผู้เฝ้ามอง

3:48

[เพลง]อย่างสงบต่างหากครับเมื่อเราเข้าใจ

3:51

แล้วว่าการบังคับไม่ใช่ทางออกคำถามต่อมา

3:54

ก็คือแล้วเราจะทำอย่างไรให้จิตเกิดความ

3:58

ตั้งมั่นได้คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในหลักธรรม

4:01

ที่เรียบง่ายที่สุดแต่ทรงพลังที่สุดนั่น

4:05

คือเรื่องของการมีสติครับเรามักจะสับสน

4:08

ระหว่างคำว่าสติกับสมาธิสมาธิคือความตั้ง

4:12

มั่นของจิตเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นส่วนสติ

4:16

คือความระลึกได้คือตัวเหตุที่ทำให้เกิดผล

4:19

ลัพธ์นั้น[เพลง]เปรียบเสมือนการปลูกต้น

4:22

ไม้สมาธิคือดอกผลที่สวยงามแต่[เพลง]สติ

4:26

คือการรดน้ำพรวนดินเราไม่สามารถไปดึงหรือ

4:30

ไปบังคับให้ดอกไม้มันบานได้สิ่งที่เราทำ

4:33

ได้คือการรด[เพลง]น้ำอย่างสม่ำเสมอแล้ว

4:36

เมื่อถึงเวลาดอกไม้นั้นก็จะผลิบานออกมา

4:39

เองดังนั้นเคล็ดลับที่ผมกำลังจะบอกก็คือ

4:43

ให้คุณเลิกพยายามทำสมาธิแต่ให้หันมาเจริญ

4:47

สติแทนการเจริญสติก็คือการตามรู้สิ่งต่าง

4:51

ๆที่[เพลง]กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ

4:54

ความเป็นจริงไม่ปรุงแต่งไม่ตัดสินสมมุติ

4:58

ว่าคุณกำลังนั่งพักแล้วจู่ๆก็มีความคิด

5:01

เรื่องงานแว๊บเข้ามาในหัวแทนที่คุณจะ

5:04

หงุดหงิดแล้วบอกตัวเองว่าห้ามคิดให้คุณ

5:07

เพียงแค่รู้ว่าตอนนี้จิตมันคิดไปเรื่อง

5:10

งานแล้วนะแค่รู้เฉยๆเหมือนคุณนั่งอยู่ริม

5:14

ถนนแล้วมองเห็นรถยนต์แล่นผ่านไปคุณแค่

5:17

เห็นว่ารถสีแดงแล่นผ่านไปรถสีขาวแล่นผ่าน

5:21

ไป[เพลง]คุณไม่ได้วิ่งตามรถคันนั้นไปและ

5:24

คุณก็ไม่ได้กระโดดลงไปขวางหน้ารถเมื่อคุณ

5:27

แค่ตามรู้ความคิดนั้นจะค่อยๆอ่อนกำลังลง

5:31

และดับไปเองตามธรรมชาติของมันเพราะความ

5:34

คิดมันต้องการเชื้อเพลิงเชื้อเพลิงของมัน

5:37

ก็คือความสนใจของเราการที่เราเข้าไป

5:41

หงุดหงิดหรือพยายามไปกดข่มมัน[เพลง]

5:43

กลับยิ่งเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้มันลุก

5:45

โชนมากขึ้นแต่ถ้าเราแค่มองดูมันด้วยใจที่

5:49

เป็นกลางความคิดเหล่านั้นก็จะขาดสารอาหาร

5:52

และสลายตัวไปในที่

5:54

นี่คือกระบวนการทางธรรมชาติที่งดงามมาก

5:58

เมื่อความคิดสงบลงสมาธิ[เพลง]ก็จะค่อยๆ

6:01

ปรากฏตัวขึ้นมาเองอย่างเป็นธรรมชาติโดย

6:04

ที่คุณไม่ต้องออกแรงพยายาม[เพลง]อะไรเลย

6:07

ทีนี้เราจะนำหลักการตามรู้นี้มาใช้ใน

6:11

ชีวิตประจำวันได้อย่างไรนี่คือหัวใจสำคัญ

6:14

ของเนื้อหาในวันนี้ครับคุณไม่จำเป็นต้อง

6:18

รอให้ถึงเวลาก่อนนอนไม่ต้องรอให้มีห้อง

6:21

พระเงียบๆคุณสามารถสร้างพื้นที่แห่งความ

6:24

สงบได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านกิจกรรมที่แสนจะ

6:28

ธรรมดาที่สุดในชีวิตของคุณ

6:31

สิ่งที่คุณต้องทำในทุกๆวันเพื่อปูทางให้

6:33

สมาธิเดินเข้ามาหาก็คือการฝึกอยู่กับ

6:37

ปัจจุบันขณะในกิจวัตรประจำวันเริ่มต้น

6:40

ตั้งแต่ตอนที่คุณตื่นนอนเลยครับทันทีที่

6:43

ลืมตาขึ้นมาลองใช้เวลาสัก 10 วินาที

6:46

สัมผัสถึงลมหายใจที่เข้าและออกสัมผัสถึง

6:50

แผ่นหลังที่แนบอยู่กับที่นอนแค่รู้ว่า

6:53

กำลังนอนอยู่จากนั้นเมื่อคุณลุกไปอาบน้ำ

6:57

นี่คือช่วงเวลาทองคำแห่งการเจริญสติเลย

7:00

ล่ะครับเวลาที่คุณอาบน้ำให้จิตใจของคุณ

7:03

อยู่กับการอาบน้ำจริงๆสัมผัสถึงความเย็น

7:07

ของน้ำที่กระทบผิวสัมผัสถึงกลิ่นของสบู่

7:10

สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของมือที่กำลังถู

7:13

ไปตามร่างกายคนส่วนใหญ่มักจะอาบน้ำไป

7:16

พร้อมกับคิดถึงเรื่องงานที่จะต้องทำหรือ

7:19

[เพลง]ปัญหาที่ค้างคามาตั้งแต่เมื่อวาน

7:22

ร่างกายอยู่ในห้องน้ำแต่จิตใจกลับวิ่งไป

7:25

อยู่ที่ทำงานซะแล้วลองเปลี่ยนใหม่ครับอาบ

7:28

น้ำก็ให้รู้ว่าอาบน้ำดื่มน้ำก็ให้รู้ถึง

7:31

ความเย็นที่ไหลลงไปในลำคอเคี้ยวข้าวก็ให้

7:35

รับรู้ถึงรสชาติและการบดเคี้ยวการทำสิ่ง

7:38

ธรรมดาเหล่านี้อย่างจดจ่อคือการดึง[เพลง]

7:41

จิตที่ชอบเร่หร่อนกลับมาสู่บ้านของมัน

7:44

บ้านของจิตก็คือร่างกายของเราในปัจจุบัน

7:47

ขณะนี้เองครับ[เพลง]เมื่อคุณฝึกดึงจิต

7:49

กลับมาบ่อยๆจิตจะมีกำลังมากขึ้นมันจะ

7:53

เริ่มคุ้นชินกับการอยู่กับเนื้อกับตัว

7:55

ความฟุ้งซ่านจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดการฝึก

7:59

แบบนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่

8:01

เชื่อมครับว่ามันเป็นการสะสมพลังงานที่

8:04

ยิ่งใหญ่มากเหมือนการ[เพลง]หยดน้ำลงใน

8:07

ภาชนะทีละหยดวันหนึ่งภาชนะนั้นก็ย่อมเต็ม

8:10

เปี่ยม[เพลง]ด้วยน้ำใสสะอาดเมื่อคุณทำ

8:13

กิจวัตรประจำวันด้วยความรู้สึกตัวอย่าง

8:15

ต่อเนื่องพอถึงเวลาที่คุณล้มตัวลงนอนหรือ

8:18

อยากจะนั่งพักหลับตาสักนิดจิตของคุณจะรวม

8:22

ตัวเป็นสมาธิได้ง่ายดายและรวดเร็วอย่าง

8:24

ที่คุณเองก็จะต้องประหลาดใจนอกจากการมี

8:28

สติในกิจวัตร[เพลง]ประจำวันแล้วเคล็ดลับ

8:30

ข้อต่อมาที่ผมอยากจะแนะนำก็คือการ[เพลง]

8:33

ใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายมาเป็นสมอเรือ

8:36

เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจครับในแต่ละ[เพลง]

8:39

วันเราต้องมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา

8:42

ไม่ว่าจะเป็นการเดินจากที่จอดรถไปที่โต๊ะ

8:45

ทำงานการเดินไปกดน้ำดื่มหรือแม้กระทั่ง

8:48

การทำงานบ้านกวาดบ้านถูบ้านกิจกรรมเหล่า

8:52

นี้แหละครับคือโอกาสทองในการสร้าง[เพลง]

8:54

ความสงบให้กับจิตใจโดยที่เราไม่ต้องไป

8:57

เดินจงกรมในวัดเลยหลักการก็คือในขณะที่

9:01

คุณกำลังเดินให้คุณทิ้งความคิดเกี่ยวกับ

9:04

จุดหมายปลายทางไปชั่วขณะไม่ต้องคิดว่า

9:07

เมื่อไหร่จะถึงไม่ต้องคิดว่าจะไปทำอะไร

9:09

ต่อแต่ให้ดึง[เพลง]ความสนใจทั้งหมดมาอยู่

9:12

ที่ฝ่าเท้าของคุณสัมผัสถึงน้ำหนักที่กด

9:15

ทับลงไปบนพื้นสัมผัส[เพลง]ถึงการยกเท้า

9:18

ขึ้นสัมผัสถึงการก้าก้าวไปข้างหน้าแค่รู้

9:22

สึกลงไปตรงๆที่ร่างกายธรรมชาติของจิตนั้น

9:26

เมื่อเราให้งานมันทำอย่างชัดเจนคือให้มัน

9:29

มารับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายมันก็จะ

9:32

ไม่มีเวลาไปสร้างเรื่องราวหรือปรุงแต่ง

9:34

ความคิดอื่นๆการทำเช่นนี้เปรียบเสมือนการ

9:38

จับลิงที่ชอบกระโดดไปมาผูกไว้กับเสาที่

9:41

มั่นคง[เพลง]เสานั้นก็คือร่างกายของเรา

9:44

เองเมื่อลิงกระโดดไปไหนไม่ได้[เพลง]นาน

9:48

เข้ามันก็จะค่อยๆนั่งลงและสงบไปเองการ

9:52

เคลื่อนไหวอย่างมีสติจึงกลายเป็นอุบายที่

9:54

แยบยนมากในการหลอกให้จิตหยุดวิ่งวุ่น

9:58

เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวแต่[เพลง]จิตใจ

10:00

ตั้งมั่นอยู่กับปัจจุบันความสงบเย็นก็จะ

10:03

ค่อยๆก่อตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของ

10:06

ชีวิตประจำวัน[เพลง]เป็นความนิ่งที่ซ่อน

10:09

อยู่ในการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นรากฐานที่

10:11

สำคัญมากที่จะทำให้สมาธิเดินทางมาหาเราใน

10:15

ที่สุดครับทีนี้เรามาดูสถานการณ์ที่ท้า

10:19

ทายขึ้นมาอีกนิดครับในชีวิตจริงของเราไม่

10:22

ได้มีแค่การนั่งนอนยืนเดินแบบสบายๆเท่า

10:25

นั้นแต่เราต้องเผชิญกับความเครียดความกด

10:29

ดันความโกรธหรือความหงุดหงิดอยู่เสมอหลาย

10:33

คนพอมีความรู้สึกแง่ลบเหล่านี้เกิดขึ้น

10:36

[เพลง]ก็มักจะคิดว่าจิตใจเราไม่สงบแล้ว

10:39

สมาธิพังทลายแล้วต้องรีบ[เพลง]หาทางหนี

10:43

หรือพยายามกดข่มอารมณ์เหล่านั้นไว้ให้ลึก

10:45

ที่สุดแต่ในทางทำแล้วอารมณ์ที่รุนแรงแดง

10:49

เหล่านี้ไม่[เพลง]ใช่ศัตรูที่ต้องหลีกหนี

10:51

เลยครับกลับกันมันคืออุปกรณ์ชั้นดีที่จะ

10:55

ช่วยขัดเกลาจิตใจของเราให้คมชัดยิ่งขึ้น

10:59

เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกโกรธ[เพลง]หรือ

11:02

หงุดหงิดแทนที่จะปล่อยให้ใจจมลงไปในเนื้อ

11:05

หาของความโกรธเช่นไปคิดว่าใครทำอะไรให้

11:08

เราเจ็บช้ำน้ำใจให้คุณเปลี่ยนมุมมองใหม่

11:12

ลองถอยออกมา 1 ก้าวแล้วหันมาสังเกต

11:15

ปฏิกิริยาของร่างกายตัวเองแทนลองดูซิว่า

11:19

ตอนที่กำลังโกรธ[เพลง]หัวใจมันเต้นแรงแค่

11:22

ไหนลมหายใจมันถี่และสั้นอย่างไรสัมผัสถึง

11:26

ความร้อนที่ผ่าวขึ้นมาบนใบหน้าหรือความ

11:29

ตึงเครียดที่กล้ามเนื้อหัวไหล่หน้าที่ของ

11:32

คุณมีเพียงแค่มองดูอาการทางกายเหล่านี้

11:36

ราวกับว่าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่กำลัง

11:38

สังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างเป็นกลาง

11:42

เมื่อคุณย้ายจุดสนใจจากเรื่องราวที่ทำให้

11:45

โกรธมาเป็นอาการทางกายที่กำลังเกิดขึ้น

11:48

คุณจะพบกับความอัศจรรย์ครับอารมณ์ขุ่นมัว

11:52

ที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่และรุนแรงจะค่อยๆ

11:55

ฝ่อลงและคลายตัวออกเพราะมันขาดเชื้อเพลิง

11:58

จากการคิด[เพลง]ปรุงแต่งการดูอารมณ์แบบ

12:01

นี้คือการฝึกสติขั้นสูงเมื่อคุณทำได้บ่อย

12:05

[เพลง]ๆจิตจะมีกำลังเข้มแข็งมากไม่หวั่น

12:08

ไหวไปกับอะไรง่ายๆและความตั้งมั่นหรือ

12:12

สมาธิก็จะเกิดขึ้นท่ามกลางพายุอารมณ์นั่น

12:15

เองครับจากการฝึกตามรู้ในกิจวัตรประจำวัน

12:19

การมีสติในการเคลื่อนไหวและการเฝ้าสังเกต

12:23

อารมณ์โดยไม่เข้าไปแทรกแซงทั้งหมดนี้คือ

12:27

ขบวนการที่เราไม่ได้ออกแรงพยายามเพื่อ

12:29

สร้างสมาธิเลยแม้แต่น้อยเราเพียงแค่ทำ

12:33

หน้าที่รู้ตัวอยู่ในปัจจุบันขณะเท่านั้น

12:36

แล้วสมาธิมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรผมอยาก

12:40

ให้คุณลองจินตนาการถึงแก้วน้ำที่มีน้ำ

12:42

ขุ่นเปื้อนโคลนอยู่เต็มแก้วดูครับถ้าคุณ

12:46

ต้องการให้น้ำในแก้วนั้นใส[เพลง]สะอาดคุณ

12:48

จะทำอย่างไรคุณจะเอามือล้วงลงไปกดตะกอน

12:52

โคลนให้มันจมลงไปที่ก้นแก้วหรือเปล่าแน่

12:55

นอนว่าถ้าคุณทำแบบนั้นยิ่งคุณแกว่งมือน้ำ

12:59

ก็จะยิ่งขุ่นมัวมากขึ้นไปอีกวิธีเดียวที่

13:02

จะทำให้น้ำใสได้ก็คือการวางแก้วใบนั้นบน

13:06

โต๊ะนิ่งๆปล่อยมันไว้เฉยๆไม่ต้องไปยุ่ง

13:09

อะไรกับมันเลยเมื่อเวลา[เพลง]ผ่านไปตะกอน

13:12

โคลนที่มีน้ำหนักก็จะค่อยๆตกตะกอนและนอน

13:15

ก้นไปเองตามธรรมชาติ

13:17

และในที่สุดน้ำที่อยู่ด้านบนก็จะกลายเป็น

13:20

น้ำที่ใสสะอาดโดยที่คุณไม่ต้องออกแรงทำ

13:23

อะไรเลย

13:25

จิตใจของเราก็ทำงานด้วยหลักการเดียวกัน

13:28

ครับความคิด[เพลง]ความกังวลความฟุ้งซ่าน

13:32

ก็เปรียบเสมือนตะกอนโคลนที่ลอยวนอยู่ใน

13:34

แก้วน้ำความพยายามที่จะบังคับจิตให้นิ่ง

13:38

ก็เหมือนการเอามือไปกวนน้ำให้ขุนขึ้นแต่

13:41

การเจริญสติการตามรู้สิ่งต่างๆอย่างเป็น

13:44

กลางในชีวิตประจำวันนี่แหละครับคือการวาง

13:47

แก้วน้ำลงอย่างแท้จริงเมื่อเราเลิกดิ้นรน

13:51

เลิกพยายามที่จะควบคุมจิตใจก็จะค่อยๆคลาย

13:55

ความตื่นเครียดตะกอดแห่งความคิดก็จะค่อยๆ

13:58

สงบตัวลงและเมื่อความคิดสงบลงสมาธิซึ่ง

14:03

เปรียบเสมือนความใสสะอาดของน้ำก็จะปรากฏ

14:06

ตัวขึ้นมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ[เพลง]

14:08

เป็นสมาธิที่ประณีตลึกซึ้งและอยู่กับเรา

14:12

ได้ยาวนานเพราะมันเป็นสมาธิที่เกิดจาก

14:15

ความเข้าใจไม่ใช่เกิดจากการฝืนบังคับครับ

14:19

เดินทางมาถึงส่วนสุดท้ายของเนื้อหาในวัน

14:21

นี้แล้วนะครับท่านผู้ฟังจะเห็นได้ว่า

14:24

เคล็ดลับทั้งหมดที่ผมนำมาฝากไม่ว่าจะเป็น

14:27

การตามรู้ในกิจวัตรประจำวันการ[เพลง]ใช้

14:30

การเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นเครื่องระลึก

14:33

หรือการเฝ้าสังเกตอารมณ์ที่ขุ่นมัวล้วน

14:36

แต่เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องใช้ความพยายามใน

14:39

การกดข่มจิตใจเลยแม้แต่น้อยเราเพียงแค่

14:42

อนุญาตให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับ

14:46

ไปตามธรรมชาติของมัน[เพลง]โดยมีสติเป็น

14:49

เพียงผู้เฝ้ามองอย่างเงียบๆความพยายามที่

14:53

จะบังคับจิตใจมักจะเจือปนไปด้วยความอยาก

14:56

เสมอเป็นความอยากที่จะสงบความอยากที่

14:59

[เพลง]จะหนีจากความวุ่นวายซึ่งความอยาก

15:02

เหล่านั้นแหละครับที่เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่

15:05

ที่สุดแต่เมื่อใดก็ตามที่เราปล่อยวางความ

15:08

อยากที่จะสงบยอมรับความจริงในปัจจุบันขณะ

15:12

ได้อย่างเต็มหัวใจความสงบที่แท้[เพลง]

15:14

จริงก็จะค่อยๆเผยตัวออกมาเองสมาธิไม่ใช่

15:19

สถานที่ที่เราต้องดิ้นรนเดินทางไปให้ถึง

15:22

แต่สมาธิคือเงาที่จะปรากฏขึ้นมาอย่างเป็น

15:26

ธรรมชาติเมื่อเราหยุดยืนนิ่งๆอยู่ใต้แสง

15:29

สว่างแห่งสติ

15:31

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมอยากให้ท่านผู้

15:34

ฟังลองเปลี่ยนมุมมองใหม่[เพลง]ไม่ต้อง

15:36

ตั้งเป้าหมายว่าวันนี้ฉันต้องนั่นหลับตา

15:39

ให้ได้ครึ่งชั่วโมงหรือฉันจะต้องไม่มี

15:42

ความฟุ้งซ่านเลยขอเพียงแค่คุณพยายามดึง

15:46

ความรู้สึกตัวกลับมาอยู่ในปัจจุบันให้

15:48

บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้อาบน้ำก็ให้รู้

15:52

ก้าวเดินก็ให้รู้หงุดหงิดก็ให้รู้แค่รู้

15:56

ด้วยใจที่เบาสบายไม่ต้องไปดุด่าตัวเอง

15:59

เวลาที่จิตเผลอคิดล่องลอยไปเพราะวินาที

16:03

ที่คุณรู้ตัวว่าจิตเผลอนั่นหมายความว่า

16:06

สติได้กลับมาทำงานแล้วความเผลอนี่แหละ

16:10

ครับคือจุดเริ่มต้นของการตื่นรู้ที่แท้

16:13

แท้จริงเมื่อคุณเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์แห่ง

16:16

ความรู้สึกตัวนี้ลงในทุกๆกิจกรรมของชีวิต

16:19

รดน้ำด้วยความใส่ใจอย่างสม่ำเสมอโดยไม่

16:22

ต้องไปเร่งรัดให้มันเติบโตวันหนึ่งคุณจะ

16:26

พบว่าจิตใจของคุณมีความตั้งมั่นและสงบ

16:29

เย็นอยู่เป็นพื้นฐานของชีวิตความวุ่นวาย

16:32

ภายนอกจะไม่สามารถเข้ามารบกวนพื้นที่อัน

16:35

สงบเงียบภายในใจคุณได้อีกต่อไป[เพลง]

16:38

และนี่คือทั้งหมดของรายการปัญญาจากความ

16:42

ว่าง

16:43

หวังว่าเรื่องราวธรรมะที่เราคุยกันในวัน

16:45

[เพลง]นี้จะช่วยนำทางหัวใจของคุณผู้ฟัง

16:48

กลับสู่จิตเดิมแท้จิตประพัดสอนและเพื่อ

16:52

ไม่ให้พลาดเรื่องราวหลักธรรมดีๆที่จะช่วย

16:54

นำทางไปสู่ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญาที่

16:58

แท้จริงเพื่อค้นพบที่พึ่งอันประเสริฐที่

17:01

อยู่ภายในตัวเราเองได้ทุกวันอย่าลืมกดติด

17:04

ตามกดกระดิ่งแจ้งเตือนช่องของเราไว้นะ

17:06

ครับเรามีเรื่องราวธรรมะดีๆมาแบ่งปันกัน

17:09

ในทุกๆวันแล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าธรรมะ

17:13

ครับ

Continue with YouTLDR

Analyze another video with Pro

Process a new video, search every timestamp, compare sources, and keep the result in your library.

Get Pro — $12/month30-day money-back guarantee

More transcripts

Explore other videos transcribed with YouTLDR.