0:09
คุณเคยรู้สึกไหมครับว่าการนั่งหลับตา
0:12
เพื่อทำความสงบให้จิตใจหรือที่เราเรียก
0:15
กันติดปากว่าการทำสมาธิเป็นเรื่องที่แสน
0:19
จะยากลำบากเหลือเกินบางคนบอกว่าพอนั่ง
0:23
ปุ๊บความคิดก็ฟุ้งซ่านปับยิ่งอยากให้สงบ
0:27
จิตใจก็ยิ่งวิ่งวุ่นราวกับลิงที่กระโดดไป
0:30
มาบนต้นไม้พอพยายามบังคับให้นิ่งก็กลับ
0:34
กลายเป็นความอึดอัดความตึ่งเครียดสุดท้าย
0:37
ก็ต้องลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกผิด
0:40
หวังและบอกกับตัวเองว่าเราคงไม่มี
0:42
บุญวาสนาทางนี้เราคงทำไม่ได้หรอกแต่ถ้าผม
0:47
บอกคุณว่าที่จริงแล้วคุณอาจจะกำลังเข้าใจ
0:51
ผิดล่ะครับถ้าผมบอกว่าความพยายามที่จะทำ
0:54
สมาธินั่นแหละคือตัวการสำคัญที่ขัดขวาง
1:00
วันนี้ผมมีเคล็ดลับที่เรียบง่ายอย่าง
1:03
เหลือเชื่อเป็นวิธีที่คุณสามารถทำได้ทุก
1:06
วันโดยไม่ต้องฝืนไม่ต้องบังคับและที่
1:09
สำคัญที่สุดคือคุณไม่ต้องพยายามทำสมาธิ
1:12
เลยแม้แต่น้อย[เพลง]แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ
1:15
ความสงบตั้งมั่นจะค่อยๆเดินทางมาหาคุณเอง
1:20
เคล็ดลับที่ว่านั้นคืออะไรทำไมเราถึงไม่
1:25
ธรรมะสวัสดีครับเพื่อนผู้ร่วมเดินทางที่
1:28
มุ่งหน้าสู่ความสงบยินดีต้อนรับสู่ช่วง
1:31
เวลาแห่งกุศลกับปัญญาจากความว่างครับเรา
1:36
มาเริ่มต้นทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า
1:38
ทำไมความพยายามที่จะสงบจึงนำไปสู่ความ
1:41
วุ่นวายคนส่วนใหญ่ในยุคนี้มักจะมีภาพจำ
1:45
เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมว่าจะต้องเป็นการ
1:48
สวมชุดขาวนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่หน้าหิ้ง
1:52
พระหรือต้องปลีกวิเวกไปอยู่ในสถานที่ที่
1:55
เงียบสงัดเท่านั้นเมื่อเรามีภาพจำแบบนี้
1:58
เราจึงตั้งความหวังไว้สูงมากเมื่อเริ่ม
2:01
หลับตาลงเราคาดหวังว่าจิตจะต้องนิ่งสนิท
2:05
ต้องไม่มีความคิดใดๆเกิดขึ้นต้องเหมือน
2:07
สระน้ำที่ราบเรียบไร้ระรอกคลื่นแต่
2:11
ธรรมชาติของจิตไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับพระ
2:14
พุทธองค์ทรงเปรียบจิตของเราเหมือนกับสาย
2:16
น้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลาหรือเหมือนกับลิง
2:19
ที่ชอบกระโดดเกาะกิ่งไม้กิ่งนี้แล้วก็
2:22
ปล่อยไปเกาะกิ่งใหม่การที่เราพยายามจะ
2:25
บังคับจิตให้หยุดคิดก็ไม่ต่างอะไรกับการ
2:28
ที่เราเอา 2 มือเปล่าไปพยายามกั้นกระแส
2:31
น้ำเชี่ยวที่กำลังไหลหลากยิ่งเราออกแรง
2:34
ต้านทานมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งเหนื่อยล้า
2:37
และเจ็บปวดมากเท่านั้นความพยายามที่จะ
2:40
หยุดคิดนี่แหละครับคือความอยากหรือตัณหา
2:43
ในรูปแบบหนึ่งเป็นความอยากที่จะให้จิต
2:46
[เพลง]สงบเมื่อมีความอยากก็ย่อมมีความยึด
2:49
ติดและเมื่อจิตไม่เป็นตามที่อยากความ
2:52
ทุกข์และความหงุดหงิดก็ตามมานี่คือหลุม
2:56
พรางดักใจที่นักปฏิบัติมือใหม่เกือบทุกคน
2:59
ต้องเคยตกลงไปเราใช้ชีวิตประจำวันด้วยการ
3:02
พยายามควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง[เพลง]ควบคุม
3:05
งานควบคุมคนรอบข้างควบคุมเวลาและเมื่อเรา
3:09
มาปฏิบัติธรรมเราก็นำเอาความคุ้นชินนั้น
3:12
มาพยายาม[เพลง]ควบคุมจิตใจตัวเองซึ่งนั่น
3:15
เป็นวิธีการที่ผิดทางอย่างสิ้นเชิงสมาธิ
3:19
ที่แท้จริงในทางพระพุทธศาสนาไม่ได้เกิด
3:22
จากการกดข่มหรือการบังคับจิตให้อยู่ใน
3:25
กรอบคับแคบแต่เกิดจากความผ่อนคลายเกิดจาก
3:28
การยอมรับธรรมชาติของจิตตามที่มันเป็น
3:31
เมื่อเราเริ่มตระหนักได้ว่าความคิดไม่ใช่
3:34
ศัตรูที่เราต้องไปสู้รุบตบมือด้วยเมื่อ
3:37
นั้นประตูแห่งความสงบที่แท้จริงจึงจะ
3:40
เริ่มแง้มเปิดออกสิ่งที่เราต้องทำจึงไม่
3:43
ใช่การประกาศสงครามกับความคิดแต่เป็นการ
3:46
เรียนรู้ที่จะเป็นเพียงแค่ผู้เฝ้ามอง
3:48
[เพลง]อย่างสงบต่างหากครับเมื่อเราเข้าใจ
3:51
แล้วว่าการบังคับไม่ใช่ทางออกคำถามต่อมา
3:54
ก็คือแล้วเราจะทำอย่างไรให้จิตเกิดความ
3:58
ตั้งมั่นได้คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในหลักธรรม
4:01
ที่เรียบง่ายที่สุดแต่ทรงพลังที่สุดนั่น
4:05
คือเรื่องของการมีสติครับเรามักจะสับสน
4:08
ระหว่างคำว่าสติกับสมาธิสมาธิคือความตั้ง
4:12
มั่นของจิตเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นส่วนสติ
4:16
คือความระลึกได้คือตัวเหตุที่ทำให้เกิดผล
4:19
ลัพธ์นั้น[เพลง]เปรียบเสมือนการปลูกต้น
4:22
ไม้สมาธิคือดอกผลที่สวยงามแต่[เพลง]สติ
4:26
คือการรดน้ำพรวนดินเราไม่สามารถไปดึงหรือ
4:30
ไปบังคับให้ดอกไม้มันบานได้สิ่งที่เราทำ
4:33
ได้คือการรด[เพลง]น้ำอย่างสม่ำเสมอแล้ว
4:36
เมื่อถึงเวลาดอกไม้นั้นก็จะผลิบานออกมา
4:39
เองดังนั้นเคล็ดลับที่ผมกำลังจะบอกก็คือ
4:43
ให้คุณเลิกพยายามทำสมาธิแต่ให้หันมาเจริญ
4:47
สติแทนการเจริญสติก็คือการตามรู้สิ่งต่าง
4:51
ๆที่[เพลง]กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ
4:54
ความเป็นจริงไม่ปรุงแต่งไม่ตัดสินสมมุติ
4:58
ว่าคุณกำลังนั่งพักแล้วจู่ๆก็มีความคิด
5:01
เรื่องงานแว๊บเข้ามาในหัวแทนที่คุณจะ
5:04
หงุดหงิดแล้วบอกตัวเองว่าห้ามคิดให้คุณ
5:07
เพียงแค่รู้ว่าตอนนี้จิตมันคิดไปเรื่อง
5:10
งานแล้วนะแค่รู้เฉยๆเหมือนคุณนั่งอยู่ริม
5:14
ถนนแล้วมองเห็นรถยนต์แล่นผ่านไปคุณแค่
5:17
เห็นว่ารถสีแดงแล่นผ่านไปรถสีขาวแล่นผ่าน
5:21
ไป[เพลง]คุณไม่ได้วิ่งตามรถคันนั้นไปและ
5:24
คุณก็ไม่ได้กระโดดลงไปขวางหน้ารถเมื่อคุณ
5:27
แค่ตามรู้ความคิดนั้นจะค่อยๆอ่อนกำลังลง
5:31
และดับไปเองตามธรรมชาติของมันเพราะความ
5:34
คิดมันต้องการเชื้อเพลิงเชื้อเพลิงของมัน
5:37
ก็คือความสนใจของเราการที่เราเข้าไป
5:41
หงุดหงิดหรือพยายามไปกดข่มมัน[เพลง]
5:43
กลับยิ่งเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้มันลุก
5:45
โชนมากขึ้นแต่ถ้าเราแค่มองดูมันด้วยใจที่
5:49
เป็นกลางความคิดเหล่านั้นก็จะขาดสารอาหาร
5:54
นี่คือกระบวนการทางธรรมชาติที่งดงามมาก
5:58
เมื่อความคิดสงบลงสมาธิ[เพลง]ก็จะค่อยๆ
6:01
ปรากฏตัวขึ้นมาเองอย่างเป็นธรรมชาติโดย
6:04
ที่คุณไม่ต้องออกแรงพยายาม[เพลง]อะไรเลย
6:07
ทีนี้เราจะนำหลักการตามรู้นี้มาใช้ใน
6:11
ชีวิตประจำวันได้อย่างไรนี่คือหัวใจสำคัญ
6:14
ของเนื้อหาในวันนี้ครับคุณไม่จำเป็นต้อง
6:18
รอให้ถึงเวลาก่อนนอนไม่ต้องรอให้มีห้อง
6:21
พระเงียบๆคุณสามารถสร้างพื้นที่แห่งความ
6:24
สงบได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านกิจกรรมที่แสนจะ
6:28
ธรรมดาที่สุดในชีวิตของคุณ
6:31
สิ่งที่คุณต้องทำในทุกๆวันเพื่อปูทางให้
6:33
สมาธิเดินเข้ามาหาก็คือการฝึกอยู่กับ
6:37
ปัจจุบันขณะในกิจวัตรประจำวันเริ่มต้น
6:40
ตั้งแต่ตอนที่คุณตื่นนอนเลยครับทันทีที่
6:43
ลืมตาขึ้นมาลองใช้เวลาสัก 10 วินาที
6:46
สัมผัสถึงลมหายใจที่เข้าและออกสัมผัสถึง
6:50
แผ่นหลังที่แนบอยู่กับที่นอนแค่รู้ว่า
6:53
กำลังนอนอยู่จากนั้นเมื่อคุณลุกไปอาบน้ำ
6:57
นี่คือช่วงเวลาทองคำแห่งการเจริญสติเลย
7:00
ล่ะครับเวลาที่คุณอาบน้ำให้จิตใจของคุณ
7:03
อยู่กับการอาบน้ำจริงๆสัมผัสถึงความเย็น
7:07
ของน้ำที่กระทบผิวสัมผัสถึงกลิ่นของสบู่
7:10
สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของมือที่กำลังถู
7:13
ไปตามร่างกายคนส่วนใหญ่มักจะอาบน้ำไป
7:16
พร้อมกับคิดถึงเรื่องงานที่จะต้องทำหรือ
7:19
[เพลง]ปัญหาที่ค้างคามาตั้งแต่เมื่อวาน
7:22
ร่างกายอยู่ในห้องน้ำแต่จิตใจกลับวิ่งไป
7:25
อยู่ที่ทำงานซะแล้วลองเปลี่ยนใหม่ครับอาบ
7:28
น้ำก็ให้รู้ว่าอาบน้ำดื่มน้ำก็ให้รู้ถึง
7:31
ความเย็นที่ไหลลงไปในลำคอเคี้ยวข้าวก็ให้
7:35
รับรู้ถึงรสชาติและการบดเคี้ยวการทำสิ่ง
7:38
ธรรมดาเหล่านี้อย่างจดจ่อคือการดึง[เพลง]
7:41
จิตที่ชอบเร่หร่อนกลับมาสู่บ้านของมัน
7:44
บ้านของจิตก็คือร่างกายของเราในปัจจุบัน
7:47
ขณะนี้เองครับ[เพลง]เมื่อคุณฝึกดึงจิต
7:49
กลับมาบ่อยๆจิตจะมีกำลังมากขึ้นมันจะ
7:53
เริ่มคุ้นชินกับการอยู่กับเนื้อกับตัว
7:55
ความฟุ้งซ่านจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดการฝึก
7:59
แบบนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่
8:01
เชื่อมครับว่ามันเป็นการสะสมพลังงานที่
8:04
ยิ่งใหญ่มากเหมือนการ[เพลง]หยดน้ำลงใน
8:07
ภาชนะทีละหยดวันหนึ่งภาชนะนั้นก็ย่อมเต็ม
8:10
เปี่ยม[เพลง]ด้วยน้ำใสสะอาดเมื่อคุณทำ
8:13
กิจวัตรประจำวันด้วยความรู้สึกตัวอย่าง
8:15
ต่อเนื่องพอถึงเวลาที่คุณล้มตัวลงนอนหรือ
8:18
อยากจะนั่งพักหลับตาสักนิดจิตของคุณจะรวม
8:22
ตัวเป็นสมาธิได้ง่ายดายและรวดเร็วอย่าง
8:24
ที่คุณเองก็จะต้องประหลาดใจนอกจากการมี
8:28
สติในกิจวัตร[เพลง]ประจำวันแล้วเคล็ดลับ
8:30
ข้อต่อมาที่ผมอยากจะแนะนำก็คือการ[เพลง]
8:33
ใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายมาเป็นสมอเรือ
8:36
เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจครับในแต่ละ[เพลง]
8:39
วันเราต้องมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา
8:42
ไม่ว่าจะเป็นการเดินจากที่จอดรถไปที่โต๊ะ
8:45
ทำงานการเดินไปกดน้ำดื่มหรือแม้กระทั่ง
8:48
การทำงานบ้านกวาดบ้านถูบ้านกิจกรรมเหล่า
8:52
นี้แหละครับคือโอกาสทองในการสร้าง[เพลง]
8:54
ความสงบให้กับจิตใจโดยที่เราไม่ต้องไป
8:57
เดินจงกรมในวัดเลยหลักการก็คือในขณะที่
9:01
คุณกำลังเดินให้คุณทิ้งความคิดเกี่ยวกับ
9:04
จุดหมายปลายทางไปชั่วขณะไม่ต้องคิดว่า
9:07
เมื่อไหร่จะถึงไม่ต้องคิดว่าจะไปทำอะไร
9:09
ต่อแต่ให้ดึง[เพลง]ความสนใจทั้งหมดมาอยู่
9:12
ที่ฝ่าเท้าของคุณสัมผัสถึงน้ำหนักที่กด
9:15
ทับลงไปบนพื้นสัมผัส[เพลง]ถึงการยกเท้า
9:18
ขึ้นสัมผัสถึงการก้าก้าวไปข้างหน้าแค่รู้
9:22
สึกลงไปตรงๆที่ร่างกายธรรมชาติของจิตนั้น
9:26
เมื่อเราให้งานมันทำอย่างชัดเจนคือให้มัน
9:29
มารับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายมันก็จะ
9:32
ไม่มีเวลาไปสร้างเรื่องราวหรือปรุงแต่ง
9:34
ความคิดอื่นๆการทำเช่นนี้เปรียบเสมือนการ
9:38
จับลิงที่ชอบกระโดดไปมาผูกไว้กับเสาที่
9:41
มั่นคง[เพลง]เสานั้นก็คือร่างกายของเรา
9:44
เองเมื่อลิงกระโดดไปไหนไม่ได้[เพลง]นาน
9:48
เข้ามันก็จะค่อยๆนั่งลงและสงบไปเองการ
9:52
เคลื่อนไหวอย่างมีสติจึงกลายเป็นอุบายที่
9:54
แยบยนมากในการหลอกให้จิตหยุดวิ่งวุ่น
9:58
เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวแต่[เพลง]จิตใจ
10:00
ตั้งมั่นอยู่กับปัจจุบันความสงบเย็นก็จะ
10:03
ค่อยๆก่อตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของ
10:06
ชีวิตประจำวัน[เพลง]เป็นความนิ่งที่ซ่อน
10:09
อยู่ในการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นรากฐานที่
10:11
สำคัญมากที่จะทำให้สมาธิเดินทางมาหาเราใน
10:15
ที่สุดครับทีนี้เรามาดูสถานการณ์ที่ท้า
10:19
ทายขึ้นมาอีกนิดครับในชีวิตจริงของเราไม่
10:22
ได้มีแค่การนั่งนอนยืนเดินแบบสบายๆเท่า
10:25
นั้นแต่เราต้องเผชิญกับความเครียดความกด
10:29
ดันความโกรธหรือความหงุดหงิดอยู่เสมอหลาย
10:33
คนพอมีความรู้สึกแง่ลบเหล่านี้เกิดขึ้น
10:36
[เพลง]ก็มักจะคิดว่าจิตใจเราไม่สงบแล้ว
10:39
สมาธิพังทลายแล้วต้องรีบ[เพลง]หาทางหนี
10:43
หรือพยายามกดข่มอารมณ์เหล่านั้นไว้ให้ลึก
10:45
ที่สุดแต่ในทางทำแล้วอารมณ์ที่รุนแรงแดง
10:49
เหล่านี้ไม่[เพลง]ใช่ศัตรูที่ต้องหลีกหนี
10:51
เลยครับกลับกันมันคืออุปกรณ์ชั้นดีที่จะ
10:55
ช่วยขัดเกลาจิตใจของเราให้คมชัดยิ่งขึ้น
10:59
เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกโกรธ[เพลง]หรือ
11:02
หงุดหงิดแทนที่จะปล่อยให้ใจจมลงไปในเนื้อ
11:05
หาของความโกรธเช่นไปคิดว่าใครทำอะไรให้
11:08
เราเจ็บช้ำน้ำใจให้คุณเปลี่ยนมุมมองใหม่
11:12
ลองถอยออกมา 1 ก้าวแล้วหันมาสังเกต
11:15
ปฏิกิริยาของร่างกายตัวเองแทนลองดูซิว่า
11:19
ตอนที่กำลังโกรธ[เพลง]หัวใจมันเต้นแรงแค่
11:22
ไหนลมหายใจมันถี่และสั้นอย่างไรสัมผัสถึง
11:26
ความร้อนที่ผ่าวขึ้นมาบนใบหน้าหรือความ
11:29
ตึงเครียดที่กล้ามเนื้อหัวไหล่หน้าที่ของ
11:32
คุณมีเพียงแค่มองดูอาการทางกายเหล่านี้
11:36
ราวกับว่าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่กำลัง
11:38
สังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างเป็นกลาง
11:42
เมื่อคุณย้ายจุดสนใจจากเรื่องราวที่ทำให้
11:45
โกรธมาเป็นอาการทางกายที่กำลังเกิดขึ้น
11:48
คุณจะพบกับความอัศจรรย์ครับอารมณ์ขุ่นมัว
11:52
ที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่และรุนแรงจะค่อยๆ
11:55
ฝ่อลงและคลายตัวออกเพราะมันขาดเชื้อเพลิง
11:58
จากการคิด[เพลง]ปรุงแต่งการดูอารมณ์แบบ
12:01
นี้คือการฝึกสติขั้นสูงเมื่อคุณทำได้บ่อย
12:05
[เพลง]ๆจิตจะมีกำลังเข้มแข็งมากไม่หวั่น
12:08
ไหวไปกับอะไรง่ายๆและความตั้งมั่นหรือ
12:12
สมาธิก็จะเกิดขึ้นท่ามกลางพายุอารมณ์นั่น
12:15
เองครับจากการฝึกตามรู้ในกิจวัตรประจำวัน
12:19
การมีสติในการเคลื่อนไหวและการเฝ้าสังเกต
12:23
อารมณ์โดยไม่เข้าไปแทรกแซงทั้งหมดนี้คือ
12:27
ขบวนการที่เราไม่ได้ออกแรงพยายามเพื่อ
12:29
สร้างสมาธิเลยแม้แต่น้อยเราเพียงแค่ทำ
12:33
หน้าที่รู้ตัวอยู่ในปัจจุบันขณะเท่านั้น
12:36
แล้วสมาธิมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรผมอยาก
12:40
ให้คุณลองจินตนาการถึงแก้วน้ำที่มีน้ำ
12:42
ขุ่นเปื้อนโคลนอยู่เต็มแก้วดูครับถ้าคุณ
12:46
ต้องการให้น้ำในแก้วนั้นใส[เพลง]สะอาดคุณ
12:48
จะทำอย่างไรคุณจะเอามือล้วงลงไปกดตะกอน
12:52
โคลนให้มันจมลงไปที่ก้นแก้วหรือเปล่าแน่
12:55
นอนว่าถ้าคุณทำแบบนั้นยิ่งคุณแกว่งมือน้ำ
12:59
ก็จะยิ่งขุ่นมัวมากขึ้นไปอีกวิธีเดียวที่
13:02
จะทำให้น้ำใสได้ก็คือการวางแก้วใบนั้นบน
13:06
โต๊ะนิ่งๆปล่อยมันไว้เฉยๆไม่ต้องไปยุ่ง
13:09
อะไรกับมันเลยเมื่อเวลา[เพลง]ผ่านไปตะกอน
13:12
โคลนที่มีน้ำหนักก็จะค่อยๆตกตะกอนและนอน
13:17
และในที่สุดน้ำที่อยู่ด้านบนก็จะกลายเป็น
13:20
น้ำที่ใสสะอาดโดยที่คุณไม่ต้องออกแรงทำ
13:25
จิตใจของเราก็ทำงานด้วยหลักการเดียวกัน
13:28
ครับความคิด[เพลง]ความกังวลความฟุ้งซ่าน
13:32
ก็เปรียบเสมือนตะกอนโคลนที่ลอยวนอยู่ใน
13:34
แก้วน้ำความพยายามที่จะบังคับจิตให้นิ่ง
13:38
ก็เหมือนการเอามือไปกวนน้ำให้ขุนขึ้นแต่
13:41
การเจริญสติการตามรู้สิ่งต่างๆอย่างเป็น
13:44
กลางในชีวิตประจำวันนี่แหละครับคือการวาง
13:47
แก้วน้ำลงอย่างแท้จริงเมื่อเราเลิกดิ้นรน
13:51
เลิกพยายามที่จะควบคุมจิตใจก็จะค่อยๆคลาย
13:55
ความตื่นเครียดตะกอดแห่งความคิดก็จะค่อยๆ
13:58
สงบตัวลงและเมื่อความคิดสงบลงสมาธิซึ่ง
14:03
เปรียบเสมือนความใสสะอาดของน้ำก็จะปรากฏ
14:06
ตัวขึ้นมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ[เพลง]
14:08
เป็นสมาธิที่ประณีตลึกซึ้งและอยู่กับเรา
14:12
ได้ยาวนานเพราะมันเป็นสมาธิที่เกิดจาก
14:15
ความเข้าใจไม่ใช่เกิดจากการฝืนบังคับครับ
14:19
เดินทางมาถึงส่วนสุดท้ายของเนื้อหาในวัน
14:21
นี้แล้วนะครับท่านผู้ฟังจะเห็นได้ว่า
14:24
เคล็ดลับทั้งหมดที่ผมนำมาฝากไม่ว่าจะเป็น
14:27
การตามรู้ในกิจวัตรประจำวันการ[เพลง]ใช้
14:30
การเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นเครื่องระลึก
14:33
หรือการเฝ้าสังเกตอารมณ์ที่ขุ่นมัวล้วน
14:36
แต่เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องใช้ความพยายามใน
14:39
การกดข่มจิตใจเลยแม้แต่น้อยเราเพียงแค่
14:42
อนุญาตให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับ
14:46
ไปตามธรรมชาติของมัน[เพลง]โดยมีสติเป็น
14:49
เพียงผู้เฝ้ามองอย่างเงียบๆความพยายามที่
14:53
จะบังคับจิตใจมักจะเจือปนไปด้วยความอยาก
14:56
เสมอเป็นความอยากที่จะสงบความอยากที่
14:59
[เพลง]จะหนีจากความวุ่นวายซึ่งความอยาก
15:02
เหล่านั้นแหละครับที่เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่
15:05
ที่สุดแต่เมื่อใดก็ตามที่เราปล่อยวางความ
15:08
อยากที่จะสงบยอมรับความจริงในปัจจุบันขณะ
15:12
ได้อย่างเต็มหัวใจความสงบที่แท้[เพลง]
15:14
จริงก็จะค่อยๆเผยตัวออกมาเองสมาธิไม่ใช่
15:19
สถานที่ที่เราต้องดิ้นรนเดินทางไปให้ถึง
15:22
แต่สมาธิคือเงาที่จะปรากฏขึ้นมาอย่างเป็น
15:26
ธรรมชาติเมื่อเราหยุดยืนนิ่งๆอยู่ใต้แสง
15:31
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมอยากให้ท่านผู้
15:34
ฟังลองเปลี่ยนมุมมองใหม่[เพลง]ไม่ต้อง
15:36
ตั้งเป้าหมายว่าวันนี้ฉันต้องนั่นหลับตา
15:39
ให้ได้ครึ่งชั่วโมงหรือฉันจะต้องไม่มี
15:42
ความฟุ้งซ่านเลยขอเพียงแค่คุณพยายามดึง
15:46
ความรู้สึกตัวกลับมาอยู่ในปัจจุบันให้
15:48
บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้อาบน้ำก็ให้รู้
15:52
ก้าวเดินก็ให้รู้หงุดหงิดก็ให้รู้แค่รู้
15:56
ด้วยใจที่เบาสบายไม่ต้องไปดุด่าตัวเอง
15:59
เวลาที่จิตเผลอคิดล่องลอยไปเพราะวินาที
16:03
ที่คุณรู้ตัวว่าจิตเผลอนั่นหมายความว่า
16:06
สติได้กลับมาทำงานแล้วความเผลอนี่แหละ
16:10
ครับคือจุดเริ่มต้นของการตื่นรู้ที่แท้
16:13
แท้จริงเมื่อคุณเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์แห่ง
16:16
ความรู้สึกตัวนี้ลงในทุกๆกิจกรรมของชีวิต
16:19
รดน้ำด้วยความใส่ใจอย่างสม่ำเสมอโดยไม่
16:22
ต้องไปเร่งรัดให้มันเติบโตวันหนึ่งคุณจะ
16:26
พบว่าจิตใจของคุณมีความตั้งมั่นและสงบ
16:29
เย็นอยู่เป็นพื้นฐานของชีวิตความวุ่นวาย
16:32
ภายนอกจะไม่สามารถเข้ามารบกวนพื้นที่อัน
16:35
สงบเงียบภายในใจคุณได้อีกต่อไป[เพลง]
16:38
และนี่คือทั้งหมดของรายการปัญญาจากความ
16:43
หวังว่าเรื่องราวธรรมะที่เราคุยกันในวัน
16:45
[เพลง]นี้จะช่วยนำทางหัวใจของคุณผู้ฟัง
16:48
กลับสู่จิตเดิมแท้จิตประพัดสอนและเพื่อ
16:52
ไม่ให้พลาดเรื่องราวหลักธรรมดีๆที่จะช่วย
16:54
นำทางไปสู่ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญาที่
16:58
แท้จริงเพื่อค้นพบที่พึ่งอันประเสริฐที่
17:01
อยู่ภายในตัวเราเองได้ทุกวันอย่าลืมกดติด
17:04
ตามกดกระดิ่งแจ้งเตือนช่องของเราไว้นะ
17:06
ครับเรามีเรื่องราวธรรมะดีๆมาแบ่งปันกัน
17:09
ในทุกๆวันแล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าธรรมะ