Full Transcript

·YouTLDR

ดร.วิทย์เผย พูดอย่างไรให้รู้เรื่อง เทคนิคง่าย ๆ แค่รู้สิ่งนี้!

4:03102 summary words · ~1 min readThaiBy BLACK DOTTranscribed Oct 24, 2026
Analyze another video with Pro30-day money-back guarantee
Summary

การพูดให้รู้เรื่องเริ่มต้นจากการปรับคลื่นความถี่ให้ตรงกับผู้ฟัง โดยต้องปูพื้นฐานเท่าที่จำเป็น ตอบให้ชัดว่าคุยเพื่ออะไร และต้องการให้ผู้ฟังทำสิ่งใดต่อแทนที่จะพ่นข้อมูลทางเทคนิคเพียงฝ่ายเดียว

หากสื่อสารโดยไม่จูนความเข้าใจให้ตรงกัน ทีมงานจะตีความคลาดเคลื่อน นำไปสู่ผลงานที่ผิดพลาดและเสียเวลาแก้ไขโดยไม่จำเป็น

Section summaries

0:00-1:00

ปัญหาคลื่นความถี่ไม่ตรงกันระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง

watch

ดร.วิทย์เปิดประเด็นว่าการสื่อสารประกอบด้วยคนสองคน การเข้าใจเพียงฝั่งตนเองไม่เพียงพอแต่ต้องเข้าใจฝั่งผู้รับด้วย คนทั่วไปมักมีข้อมูลอยู่ในหัวแต่ไม่ได้จัดเรียง เมื่อถูกถามจึงตอบแบบไม่ได้วางแผน ทำให้พูดไม่รู้เรื่อง ปัญหานี้เกิดจากผู้พูดรู้คำศัพท์เทคนิคและเป้าหมายของตนดีอยู่แล้ว แต่คนฟังไม่ได้มีข้อมูลเหมือนกัน ทำให้คลื่นความถี่ไม่ตรงกันตั้งแต่ต้น

  • ข้อมูลที่มีมากเกินไปแต่ไม่ได้รับการจัดเรียงจะทำให้ผู้ฟังไม่เข้าใจ
  • ผู้พูดและผู้ฟังมักยืนอยู่คนละจุดในแง่ของความรู้พื้นฐานและคำศัพท์เทคนิค

ปูพื้นฐานให้เห็นสาเหตุหลักว่าทำไมคนเราถึงสื่อสารไม่รู้เรื่อง

1:00-2:00

เทคนิคการปูพื้นฐานและการอ่านใจผู้ฟัง

watch

ผู้บรรยายยกตัวอย่างกรณีการพูดเรื่องรถยนต์ เช่น การอธิบายเรื่องเครื่องยนต์สันดาปภายใน ดีเซล เบนซิน หรือช่วงชัก หากอธิบายเชิงลึกทันทีคนฟังจะสับสนและสงสัยว่าเล่าให้ฟังทำไม วิธีแก้คือต้องปูพื้นฐานเปรียบเทียบง่ายๆ เช่น ดีเซล เบนซิน และ EV ต่างกันอย่างไรเพื่อให้ผู้ฟังคิดตามได้ นอกจากนี้ ผู้พูดต้องคิดแทนผู้ฟังเสมอว่าเขาต้องการรู้อะไร คุยกับเขาทำไม จุดยืนคืออะไร และต้องการให้เขาทำอะไรต่อไป ไม่ใช่พูดไปเรื่อยโดยไม่มีวัตถุประสงค์

  • ปูพื้นฐานเท่าที่จำเป็นด้วยการเปรียบเทียบภาพรวมง่ายๆ ก่อนลงรายละเอียดลึก
  • ตอบ 3 คำถามในใจผู้ฟังให้ได้เสมอ: คุยทำไม, จุดยืนคืออะไร, และต้องการให้ทำอะไร

เป็นหัวใจหลักของคลิปที่ให้ตัวอย่างและหลักคิดเชิงปฏิบัติอย่างชัดเจน

2:00-3:00

การฟังอย่างชาญฉลาดและการเรียบเรียงสาร

watch

การจะเป็นคนที่พูดรู้เรื่องต้องเริ่มจากการเป็นผู้ฟังที่ดีและอ่านใจผู้ฟังให้ออกว่ามีคำถามอะไรระหว่างที่คุยกัน จากนั้นเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาว่าแท้จริงแล้วการสอบคือการทดสอบว่าเราพูดรู้เรื่องหรือไม่ อาจารย์พูดเนื้อหาแล้วผู้เรียนต้องย่อยข้อมูลและเรียบเรียงเขียนออกมาให้เข้าใจง่ายภายในเวลาที่จำกัด ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวแต่เป็นการวัดความสามารถในการย่อยและจัดระเบียบสาร

  • ทักษะการพูดรู้เรื่องเริ่มต้นมาจากการฟังอย่างลึกซึ้งและย่อยคำถามของผู้ฟัง
  • การทดสอบความรู้ที่แท้จริงคือความสามารถในการเรียบเรียงเรื่องยากให้ผู้อื่นเข้าใจง่าย

ให้มุมมองเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างการฟัง การย่อยข้อมูล และการสื่อสาร

3:00-4:00

ประโยชน์ต่อการทำงานเป็นทีมและการยอมรับเพื่อปรับปรุง

skim

คนที่สื่อสารรู้เรื่องจะสามารถทำงานเป็นทีมได้ราบรื่นกว่าและได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมาย ในทางกลับกัน หากเข้าใจไม่ตรงกัน ผลงานที่ออกมาจะคลาดเคลื่อนและเสียเวลาทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ การพูดไม่รู้เรื่องถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนเคยประสบมาก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องกล้าที่จะยอมรับว่าตนเองมีจุดที่ต้องปรับปรุง หากยอมรับความจริงได้ก็จะสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารให้ดีขึ้นได้ในที่สุด

  • การจูนความเข้าใจให้ตรงกันช่วยประหยัดเวลาและป้องกันความผิดพลาดในการทำงานร่วมกัน
  • การยอมรับว่าตนเองพูดไม่รู้เรื่องคือก้าวแรกของการปรับปรุงและพัฒนาทักษะ

สรุปประโยชน์เชิงการทำงานและให้กำลังใจ ซึ่งสามารถอนุมานได้จากหัวข้อก่อนหน้า

Key points

  • การสื่อสารคือเรื่องของคนสองคน (Frequency Alignment) — ผู้พูดมักรู้ข้อมูลและคำศัพท์เทคนิคอยู่แล้ว แต่ผู้ฟังไม่ได้มีพื้นฐานเท่ากัน การพูดข้อมูลที่ไม่ได้จัดเรียงจะทำให้คลื่นความถี่ไม่ตรงกันและสื่อสารล้มเหลว
  • การปูพื้นฐานเท่าที่จำเป็นและการคิดแทนผู้ฟัง — ก่อนลงลึกในรายละเอียด ต้องปูบริบทพื้นฐานแบบเข้าใจง่ายเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และตอบคำถามในใจผู้ฟังให้ได้ว่า คุยทำไม จุดยืนคืออะไร และต้องการให้ทำอะไร
  • การเป็นผู้ฟังและผู้ย่อยสารที่มีประสิทธิภาพ — การพูดรู้เรื่องมีรากฐานมาจากการเป็นผู้ฟังที่ดี สามารถจับประเด็น ย่อยความต้องการ และเรียบเรียงสิ่งที่รับฟังออกมาเป็นคำพูดที่เข้าใจง่าย
  • การยอมรับตนเองเพื่อพัฒนาการทำงานร่วมกัน — การสื่อสารไม่รู้เรื่องเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนเคยเจอ แต่ต้องยอมรับความบกพร่องเพื่อปรับปรุง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีมและประหยัดเวลาการทำงาน
“การสื่อสารเป็นเรื่องคน 2 คนถูกมั้ยฮะเราเข้าใจตัวเราไม่พอต้องเข้าใจว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาจะรับศาลอย่างไร” — ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน
“ถ้าอยากจะพูดให้รู้เรื่องข้อแรกก่อนเข้าใจผู้ฟังของท่านก่อนว่าเขาไม่ได้รู้เรื่องเหมือนท่าน” — ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน

AI-generated from the transcript. May contain errors.

0:00

การสื่อสารเป็นเรื่องคน 2 คนถูกมั้ยฮะเรา

0:02

เข้าใจตัวเราไม่พอต้องเข้าใจว่าอีกฝ่าย

0:05

หนึ่งเขาจะรับศาลอย่าง

0:07

ไรธรรมชาติของคนทุกคนเวลาที่เราต้องการ

0:10

สื่อสารอะไรเราก็พูดประวัติศาสตร์ 8 นาที

0:12

ในวันนี้ครับจะไล่เรียงถึงประวัติศาสตร์

0:14

ของประเทศเวเนซุเอลาครับประเทศที่ถือว่า

0:17

ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยโชคดีมหาศาลเลยแต่ถ้า

0:19

เราพูดแล้วเนี่ยเราไม่ได้กรองเราไม่ได้

0:21

วางแผนก่อนคนถามปั๊บเราพูดไม่ได้วางแผนก็

0:25

จะพูดไม่รู้เรื่อง

0:26

[เพลง]

0:28

ครับอันนี้เป็นสิ่งที่มีอยู่เยอะเพราะคน

0:31

หลายๆคนเชื่อแบบนี้ว่าเรามีข้อมูลละเรา

0:33

พูดข้อมูลไปเรื่อยๆปรากฏว่าข้อมูลที่ไม่

0:36

ได้ถูกจัดเรียงอย่างดีอ่ะครับอีกฝ่ายฟัง

0:38

แล้วไม่รู้เรื่องครับเพราะว่าคนพูดกับคน

0:40

ฟังเนี่ยมักจะมาคนในจุดยืนเสมอเช่นคนพูด

0:43

รู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไรรู้เนื้อหา

0:46

หมดละรู้ศัพท์เทคนิคหมดละปรากฏว่าคนฟัง

0:49

ครับไม่ได้รู้เา้าด้วยที่สุดก็เลยคลื่น

0:51

ความถี่มันไม่ชนกันถ้าอยากจะพูดให้รู้

0:53

เรื่องข้อแรกก่อนเข้าใจผู้ฟังของท่านก่อน

0:56

ว่าเขาไม่ได้รู้เรื่องเหมือนท่าน

1:00

สมมุติว่าเฮียเป็นคนที่ชอบเรื่องรถยนต์นะ

1:03

ครับอีกฝ่ายไม่รู้เลยครับว่าเครื่องยนต์

1:04

สันดาภายในทำงานยังไงน้ำมันดีเซลเบนซิน

1:07

ช่วงชักไม่มีใครรู้ได้เลยเราไปเล่าจนจบ

1:09

ครับอีกคนฟังเล่ากูฟังทำไมวะเฮ้ยคนฟังเ

1:13

ไม่ใช่คนชอบรถยนต์เพราะฉะนั้นเราต้องปู

1:16

พื้นอะไรเท่าที่จำเป็นให้เขาพอเข้าใจ

1:18

สมมุติผมมาเล่าให้ฟังนะครับว่าเครื่อง

1:21

ยนต์ดีเซลมีข้อดีกว่าเบนซินยังไงเบนซินดี

1:23

กว่าดีเซลยังไงและ EV ดีกว่าทั้ง 2 อย่าง

1:25

ยังไงคนฟังปั๊บเขานั่งถอยกลับมาเคิดตาม

1:28

ได้ครับแต่ถ้าอธิบายเลยเลยเครื่องยนต์

1:30

ดีเซลเนี่ยมีช่วงชักที่ยาวกว่าแรงบิดสูง

1:32

กว่าไอ้คนฟังงงครับเพราะไม่ได้มาจากที่

1:34

เดียวกันจากนั้นเราคิดแทนเขาถ้าเกิดว่า

1:38

เราเป็นผู้ฟังเราอยากจะถามอะไรคนพูดบ้าง

1:41

คุยกับเราทำไมจุดยืนของท่านคืออะไรอยาก

1:45

ให้เราทำอะไรสังเกตมั้ยครับบางคนเดินมา

1:47

ปั๊บคุยกับเราคุยเสร็จปั๊บคุย 2 นาทีไอ้

1:50

คนฟังต้องถามว่ามึงจะให้กูทำอะไรวะเคยเจอ

1:53

มยไม่รู้วัตถุประสงค์พูดมาเรื่อยๆแสดงว่า

1:56

ไม่ได้อ่านใจคนฟังก่อนครับว่าคนฟังนี้

1:59

เนี่ยระหว่างคุยเนี่ยเขามีคำถามอะไรเพราะ

2:01

ฉะนั้นเบื้องต้นเลยอ่านใจเขา

2:04

ก่อนการที่เราจะเป็นคนพูดรู้เรื่องเรา

2:07

ต้องเป็นคนที่ฟังอย่างฉานฉลาดก่อนนะครับ

2:09

ฟังและย่อยคำถามของเขาเพราะฉะนั้นพื้นฐาน

2:12

เลยการสื่อสารเป็นเรื่องคน 2 คนถูมั้ยฮะ

2:14

เราเข้าใจตัวเราไม่พอต้องเข้าใจว่าอีก

2:16

ฝ่ายหนึ่งเขาจะรับศาอย่างไรการศึกษาที่

2:20

เราเรียนทุกวันนี้จริงๆแล้วมันคือการทด

2:22

สอบว่าเราพูดรู้เรื่องหรือเปล่านะครับก็

2:23

คืออาจารย์พูดเสร็จปั๊บตัวเราในฐานะผู้

2:27

เรียนย่อยข้อมูลและเขียนออกมาในช่วงเวลา 3

2:29

ชัมเหมือนกันมครับเพียงแต่ระหว่างเรียน

2:31

ครับบางทีเราอาจจะไม่รู้ว่าเขาต้องการวัด

2:33

อะไรเราเพราะฉะนั้นหลายๆครั้งเนี่ยเวลา

2:35

ที่เราเรียนหนังสือเราก็จะคิดอยู่เสมอว่า

2:38

เขาอยากรู้ความเห็นเราไม่ใช่ครับเขาอยาก

2:41

จะรู้ว่าเราเข้าใจสิ่งที่อาจารย์พูดแค่

2:44

ไหนและเรียบเรียงมันออกมาเป็นคำพูดเข้าใจ

2:46

ง่ายขนาด

2:49

ไหนมีความแตกต่างครับคนที่พูดรู้เรื่องคน

2:52

ไม่รู้เรื่องนะเอาข้อแรกก่อนเลยครับว่าคน

2:54

ที่พูดรู้เรื่องจะสามารถทำงานเป็นทีมได้

2:56

ดีกว่าและสามารถที่จะนำไปสู่ผลของการทำ

2:59

งานรร่วมกันได้ดีกว่าเคยมั้ครับคุยเสร็จ

3:02

ปั๊บคนนึงพูดไปคิดว่าอีกฝ่ายเข้าใจปรากฏ

3:05

ผลปฏิบัติออกมาไม่เหมือนกันครับเพราะเข้า

3:07

ใจไม่ตรงกันเพราะฉะนั้นสิ่งที่เจะใช้

3:09

ประจำคือว่าการพูดคุยกันต้องทำให้มันมี

3:12

คลื่นความถี่เดียวกันก่อนเพราะฉะนั้นการ

3:14

สื่อสารให้รู้เรื่องจึงมีความสำคัญเพราะ

3:15

ว่าเวลาเราทำงานต้องทำต่อกันเราเข้าใจ

3:18

ด้วยตรงกันแล้วก็ไปเลยประหยัดเวลาด้วยกัน

3:20

ทั้ง

3:23

คู่คนพูดไม่รู้เรื่องไม่ต้องตกใจนะครับ

3:26

มันเป็นเรื่องปกติมากไม่ต้องคิดว่าเป็น

3:27

เรื่องใหญ่นะครับทุกคนเคยเป็นมาแล้วแต่

3:30

ครับถ้าเกิดถ้าเกิดว่าเราไม่ยอมรับเราจะ

3:32

แก้ไม่ได้แต่ถ้าเรายอมรับเราจะปรับตัวได้

3:34

เราคงไม่ถามคนอื่นนะกูพูดรู้เรื่องเปล่า

3:37

วะแต่ถ้าเกิดว่าเราทำได้ครับมันจะเวิร์ค

3:42

[เพลง]

3:50

มากพูดรู้เรื่องมั้ยอ่ะพูดเหมือนักงน้อง

3:53

ผมพูดงมึงวะสรุปแล้วเราพูดรู้เรื่องแล้ว

3:57

เข้าใจนะคะเข้าใจนะทุกคนเข้าใจมั้ยเข้าใจ

3:59

นะ L

Continue with YouTLDR

Analyze another video with Pro

Process a new video, search every timestamp, compare sources, and keep the result in your library.

Get Pro — $12/month30-day money-back guarantee

More transcripts

Explore other videos transcribed with YouTLDR.