0:00
GDP ของประเทศไทยเราเนี่ยมันจะได้สัก
0:03
>> ถ้าโตในระดับนี้ 25 ปีกว่าเราจะเป็น
0:09
>> ธุรกิจแบบไหนถึงจะรอด่ะครับตอนนี้
0:11
>> คุณต๋อยว่าธุรกิจไหนกำไร[เพลง]มากสุด
0:15
>> ความมั่นคงของชีวิตจริงๆแล้วนี่คำพูดท่าน
0:18
น่ะครับต้องมีวินัยมันคือ
0:20
>> ความมั่นคงของชีวิตก็คือสิ่งที่เรามีครับ
0:25
>> วิกฤตเศรษฐกิจจะไม่มีหรอกครับแต่มันจะ
0:28
เกิดความเหลื่อมล้ำและความเหลืมล้ำเนี่ย
0:32
มันจะนำไปสู่วิกฤตสังคม
0:53
สวัสดีครับท่านผู้ชมครับพบกันอีกครั้ง
0:54
แล้วกับ Kitchen ต๋อยรายการซึ่งจัดทำขึ้น
0:57
มาเพื่อให้เราร่วมกันใช้ความคิดผมคิดว่า
1:00
ความคิดมันเป็นสิ่งสำคัญเสมอนะเสมอตั้ง
1:02
แต่ทำงานมาจนถึงบัดนี้ก็คิดว่าความคิด
1:05
สำคัญแต่ว่าบางทีการคิดที่ถูกต้องและการ
1:07
มีข้อมูลที่ถูกต้องนั้นสำคัญยิ่งกว่า
1:10
สำคัญยิ่งกว่าคิดไปเรื่อยๆคิดไปเฉยๆการมี
1:13
ข้อมูลการมี foundation มีรากฐานของความ
1:15
คิดจึงเป็นเรื่องสำคัญมากแต่กว่าจะมีตรง
1:18
นั้นได้เราต้องทำตัวไงทำชีวิตยังไงให้มัน
1:20
เป็นอย่างนั้นได้แล้วเมื่อมาถึงสถานการณ์
1:22
ที่มันเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้คงไม่ต้องพูด
1:24
ทุกๆคนคงคิดเหมือนกันหมดสถานการณ์ใน
1:26
ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจและสังคมมันค่อนข้าง
1:28
จะวุ่นวายสับสนและยุ่งยากมากๆในการจะ
1:31
ดำเนินชีวิตไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุใดก็ตาม
1:35
คุณจะเป็นคนอายุ 70 80
1:39
40 ไล่มาจนถึง 20 มันลำบากด้วยกันทั้ง
1:42
นั้นเพราะฉะนั้นวิธีคิดตรงนี้หรือวิธีการ
1:45
เตรียมตัววิธีการทำใจต้องทำอย่างไรวันนี้
1:47
ผมโชคดีจริงๆได้บุคคลซึ่งตัวผมเองโดยส่วน
1:50
ตัวเคารพนับถือเป็นส่วนตัวอยู่แล้วและโดย
1:52
ส่วนตัวผมคิดว่าท่านเป็นคนที่ขีดมากๆเป็น
1:55
คนที่ปิ๊งมากๆสำหรับผมได้มาร่วมรายการกับ
1:59
ผมในวันนี้ถ้าเอ่ยชื่อท่านขึ้นมาผมคิดว่า
2:05
ที่เป็นลักษณะแบบนี้ต้องรู้จักท่านเพราะ
2:08
ว่าท่านพูดเรื่องราวเกี่ยวกับการเงินพูด
2:10
เรื่องราวเกี่ยวกับสังคมพูดเรื่องราว
2:12
เกี่ยวกับการใช้ชีวิตพูดเรื่องราวเกี่ยว
2:14
กับการใช้ความคิดมาโดยตลอดวันนี้ท่านมา
2:17
นั่งอยู่ที่นี่แล้วปัจจุบันท่านเป็น
2:19
ประธานกรรมการบริหารธนาคารเกียรตินาคิน
2:24
และแน่นอนครับเป็นโชคดีของรายการเราจริงๆ
2:27
คุณบรรยงพงษ์พาณิชย์ครับสวัสดีครับท่าน
2:31
>> เป็นเกียรติอย่างยิ่ง
2:33
>> ที่กรุณาเชิญผมมาออกรายการผมรับไม่ไหว
2:38
จริงๆฮะคำนี้ผมรับไม่ผมถือว่าท่านเป็น
2:40
เกียรติของผมอย่างมหาศาลและอย่างสูงจริงๆ
2:43
[เสียงสูดหายใจ]ผมได้ยินท่านพูดในหลายๆ
2:45
ที่หลายๆสิ่งหลายๆอย่างแล้วก็มีความรู้
2:47
สึกว่าวันนี้คำถามที่ผมถามท่านเนี่ยมันก็
2:49
เป็นคำถามที่ผมกลั่นมาจากใจเหมือนกันที่
2:51
อยากจะถามทีมงานเทำถามให้ผมนะครับแต่ว่า
2:54
ผมมีความรู้สึกว่าสิ่งที่เทำให้ผมกับสิ่ง
2:56
ที่ผมทำมันก็มีบางส่วนที่คล้ายๆกันแต่ขอ
2:59
อนุญาตเอามารวมกันแล้วถามท่าน
3:01
>> นะครับว่าเป็นยังไงบ้างก่อนอื่นเลยจริงๆ
3:03
ตัวท่านเนี่ยเท่าที่ทราบมาเป็นคนใต้เป็น
3:05
คนจังหวัดอะไรครับท่าน
3:06
>> ผมเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช
3:09
จริงๆคุณพ่อนี่เป็นชาวยะลาแต่คุณแม่เป็น
3:12
ชาวนครพอแต่งงานกันคุณพ่อก็มาทำงานกับคุณ
3:18
ตาที่นครศรีธรรมราชก็เลยได้ชื่อว่าเป็น
3:21
ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นคนค่อน
3:24
>> คนค้อนเป็นคนท่านพูดใต้ได้มั้ครับ
3:27
>> โอ้โคตรเยี่ยมมากครับ
3:28
>> อยู่บ้านก็ยังพูดใต้กันตลอดเวลา
3:29
>> เหรอครับแหผมนี่ทองแดงชัดๆเลยครับผมนี่
3:32
ได้แล้วทองแดงอย่างเดียวไม่พอออกไปทางมอญ
3:34
ด้วยครับเมื่อไหร่ก็ตามที่ตั้งใจจะพูดแต่
3:36
ถ้าสักพักนึงได้นะท่าน
3:38
>> ได้ครับไม่ต้องกลัวครับทองแดงนี่เป็น
3:41
>> น้องเนเน่ยังทองแดง
3:43
>> เออ[เสียงหัวเราะ]ใช่ๆครับจริงๆท่านเรียน
3:48
>> ครับผมเรียนจบเศรษฐศาสตร์ที่จุฬาแต่ว่า
3:53
ต้องขอออกตัวหน่อยว่าผมจบสมัยเด็กเี่ไม่
4:00
>> เชื่อว่าวิชาการในประเทศไทยมันไม่ใช้
4:03
>> ก็เลยจบแค่เกรด 2.03 03
4:07
>> จบที่โล่ของรุ่นนะฮะ
4:09
>> แล้วได้ข่าวว่าเรียนนานด้วยใช่มั้ยครับ
4:12
>> เรียนทนด้วยนะฮะคนอื่นเค้าเรียน 4 ท่าน
4:15
>> ถามจริงๆท่านในตอนนั้นน่ะไอ้ความรู้สึก
4:17
แบบนั้นเพราะจริงๆทราบมาว่าท่านน่ะคิดว่า
4:20
นักกีฬาน่ะคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตตอน
4:22
นั้นนะครับแล้วพอท่านมาใช้ชีวิตอย่างเงี้
4:24
คำว่าหลงผิดที่ท่านพูดไปตอนนั้นมีอนาคต
4:28
>> คืออย่างงี้ครับผมนี่โชคดีหลายอย่าง 1
4:31
คือพอเรียนจบด้วยเกรดอย่างงั้นหางานทำไม่
4:36
>> และบังเอิญที่บริษัทพัทรเนี่ยเค้าต้องการ
4:41
คนตัวใหญ่ๆมาแย่งเคาะกระดานหุ้นสมัยก่อน
4:45
>> เก็เลยรับผมมาแล้วพอผมเข้าไปบังเอิญที่
4:48
นั่นเนี่ยเป็นเค้าใช้ความรู้เป็นหลักผมก็
4:52
เลยต้องเรียนใหม่ทุกอย่างแล้วก็โชคดีอีก
4:56
ว่ามีอาจารย์ดีๆหลายคนคือรุ่นพี่ที่อยู่
5:00
ที่นั่นแล้วเค้าเก่งวิชาการแล้วอย่างวิชา
5:04
เศษเศรษฐศาสตร์ผมเรียนใหม่หมดเลยใครเป็น
5:07
อาจารย์เศรษฐศาสตร์ตัวจริงผมรู้มั้ครับ
5:10
>> ดร.ศุภวุฒิสายเชื้ออาจารย์เปี่มเนี่ยเา
5:14
สอนเศรษศาสตร์ผมใหม่หมดเลย
5:16
>> ดร.สุวุฒิเด็กกว่าท่านนะครับ
5:19
>> เหรอครับแล้วท่านไปรู้จักดร.สุภวุฒิได้
5:21
ตอนไหนตอนที่อยู่ที่นี่เหรอครับที่พัทระ
5:24
>> ใช่ครับคือดร.สมมุตินี่อยู่กระทรวงต่าง
5:27
>> แล้วเราเนี่ยพยายามไปโน้มน้าวชักชวนให้มา
5:30
อยู่ที่พัทรผมเนี่ยครับใช้เวลา 3 ช่โมง
5:34
พยายามโน้มน้าให้ดร.ศุภวุฒิเนี่ยมาทำงาน
5:38
>> แล้วท่านก็เห็นด้วยก็เลยมาทำงานตั้งแต่ปี
5:46
>> ครับคิดดูว่าเก่งจริงๆนะครับคนนี้
5:50
>> คนนี้เก่งจริงคีนจริงๆพูดจาอะไรออกมาแต่
5:52
ละคำนี่สะดุ้งสะเทือนทั้งประเทศนะครับ
5:55
ท่านครับท่าน[เสียงสูดหายใจ]เรียนที่นี่
5:57
แล้วจบจากจุฬามาเสร็จแต่ว่าท่านทำงานที่
5:59
เดียวทั้งชีวิตคือที่นี่เลย
6:00
>> ครับ 49 ปีแล้วครับ
6:02
>> 49 ปีมันมันเป็นอะไรที่มันแปลกมากในโลก
6:05
ยุคพวกนี้ที่คนนึงจะทำงานที่เดียวทั้ง
6:07
ประเทศและเริ่มต้นจากเสมียนใช่มั้เรียก
6:13
>> ก็ระดับที่เรียกว่าเสมียนเป็นเคิก
6:16
>> ระดับต่ำสุดที่เค้าให้กับคนจบปริญญาตรี
6:19
>> ครับทำงานมา 49 ปีกี่ปีครับท่านถึงได้
6:24
>> ใช้เวลาจากเริ่มทำงานเป็น CEO เนี่ยเริ่ม
6:28
งานเดี๋ยวนะครับขอไล่หน่อย 197 8 1977
6:37
>> 20 ปียุคนี้ยังมีอย่างนี้ได้อีกมั้ฮะ
6:40
>> คือมันก็แล้วแต่โทษผมเล่าให้ฟังว่าผมนี่
6:43
โชคดีเพราะว่าผมเริ่มทำงานตอนที่เศรษฐกิจ
6:47
ประเทศเติบโต 8-9% ต่อปีและแถมตลาดการ
6:52
เงินนี่โต 3 เท่าของเศรษฐกิจเพราะฉะนั้น
6:56
ผมก็อันนี้ไม่ใช่วิสัยทัดนะเป็นเรื่องของ
7:00
>> ผมก็เลยสามารถเติบโตสร้างเนื้อสร้างตัวมา
7:03
>> ครับเพราะว่าโลกมันเป็นอย่างงั้นอยู่
7:05
>> เพราะประเทศเป็นงั้น
7:08
>> โลกก็เติบโตดีประเทศยิ่งเติบโตดีใหญ่ 2
7:13
>> และตลาดการเงินที่ผมทำงานอยู่โต 3 เท่า
7:22
>> ตอนนี้มาในสมัยนี้บ้างขออนุญาตท่านนะครับ
7:25
มาก้าวมาถึงสมัยนี้เลยความเชื่อมโยง
7:27
ระหว่างเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลกมันไป
7:30
ด้วยกันได้ดีมั้ยครับท่าน
7:32
>> คือตอนนี้เนี่ยเราต้องเชื่อมโยงกับ
7:35
เศรษฐกิจโลกหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะว่าส่ง
7:39
ออกแต่นำเข้ารวมกันเนี่ยรวมกันเนี่ย 100
7:44
>> 120 130% ของ GDP เพราะงั้นเราหลีก
7:48
เลี่ยงที่จะเชื่อมโยงกับโลกไม่ได้และโลก
7:52
ตั้งแต่ยุคโลกาภิวัฒนิโลกมันเชื่อมโยงกัน
7:59
>> มันก็เลยต้องพึ่งพากันมากขึ้นเราหนีไม่
8:02
>> อันนี้ต้องตั้งไว้ในใจก่อนมันหนีไม่ออก
8:04
>> หนีไม่ออกและโชคร้ายก็คือเราดันมีกระแส
8:10
ปัจจุบันที่เค้าเรียกว่า Globalization
8:13
คือกระแสต่อต้านโลกาภิวัฒน์ในประเทศพัฒนา
8:16
แล้วมันก็เลยทำให้เกิดสงครามการค้าลุกราม
8:20
ไปเป็นสงครามเย็นซึ่งเราก็หนีไม่ออกและ
8:23
เราก็มีอำนาจประเทศเรามีอำนาจที่จะไป
8:26
เปลี่ยนแปลงได้น้อยมากเพราะเราเป็นส่วน
8:29
เล็กมากเที่ยวกับเศรษฐกิจโลกเราไม่ถึง 1%
8:33
>> เพราะฉะนั้นหนีไม่พ้นแล้วยังแย่ด้วยซ้ำ
8:37
>> เพราะว่าต้องขออนุญาตขอไล่วิชาการนิดนึง
8:42
>> ตั้งแต่เกิดโลกาภิวัฒน์เนี่ยคนในประเทศ
8:47
กำลังพัฒนาได้ประโยชน์จากโลกาภิวัฒน์เยอะ
8:50
มากมันเลยทำให้คนในประเทศพัฒนาแล้วเนี่ย
8:54
เกิดกระแสต้านโลกาภิวัตขึ้นมามันก็เลยทำ
8:58
ให้เกิดเหตุการณ์ที่เราเห็นว่าฝ่าย
9:01
Conservative กลับมาชนะเลือกตั้งใน
9:03
ประเทศพัฒนาแล้วทำให้เกิดเบกซิตทำให้ไอ้
9:08
ฝรั่งผมเป๋คนนั้นชนะเลือกตั้งแล้วเค้าก็
9:11
เป็นคนต่อต้านโลกาภิวัฒน์ก็เลยทำให้เกิด
9:15
ความมั่นปั่นป่วนอยู่ในโลก
9:17
>> ครับและที่ปั่นป่วนจริงๆในตอนนี้ที่เรา
9:19
เจออยู่นะหมายถึงประเทศของเราท่านครับ
9:21
พลังงานก็แพงปัญหาการเงินก็มหาศาลปัญหา
9:24
สังคมก็ยิ่งไปกันใหญ่ GDP เรามันจะเป็น
9:30
>> ผมถ้าใช้คำแบบชาวบ้านก็บอกเป็นอย่างนี้
9:33
แหละก็คือมันไม่มีทางที่จะพลิกฟื้นอย่าง
9:37
รวดเร็วไม่มีควิกวินเพราะฉะนั้นมันก็ต้อง
9:42
อดทนที่จะต้องเปลี่ยนโครงสร้างหลักๆเชิง
9:46
สถาบันในประเทศในระยะสั้นเนี่ยศักยภาพของ
9:50
เราโตได้อย่างเก่งก็ 4% ต่อปี
9:53
>> ซึ่งเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆที่เขา
9:56
โต 7-8% เราก็ต่ำเตี้ยกว่าแต่มันก็เป็น
10:00
เรื่องของปัญหาโครงสร้างเชิงสถาบันผมนี่
10:06
>> ครับท่านครับในขณะที่สงครามไม่รู้จบกำลัง
10:10
เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้สงครามซึ่งพูดทุกวัน
10:13
เดี๋จะจบเดี๋ยวจะจบแล้วไอ้คำว่าเดี๋จะจบ
10:16
มันมาถึงถึงตรงนี้ก็ 7 เดือนเข้าไปแล้วนะ
10:18
ฮะมันก็ยังไม่รู้จักจะจบสักทีถามท่านตรงๆ
10:21
ในความรู้สึกของท่านนะฮะ GDP ของประเทศ
10:23
ไทยเราเนี่ยมันจะได้สักเท่าไหร่ครับ
10:26
>> ในระยะท่านอย่างเก่งก็ได้ 3% ต่อปีโตนะ
10:31
>> โต 3% ต่อปีแต่วันนี้เนี่ยผมไล่ให้ฟังวัน
10:35
นี้เรามีรายได้ต่อคนต่อปีเฉลี่ย 8,000
10:40
เหรียญต่อปีถ้าโตในระดับนี้อีกต้องใช้
10:46
เวลาประมาณ 25 ปีกว่าเราจะเป็นประเทศ
10:50
>> นั่นหมายความว่าเค้าไม่เคลื่อนที่เลยนะ
10:54
>> ซึ่งซึเมื่อถ้า 25 ปีเค้าไม่รู้เคลื่อนไป
10:58
>> ในทางมาตวัรายได้ได้ต่อคนต่อปีต้อง 12,500
11:03
>> เหรียญต่อปีถึงจะเรียกว่าเป็นประเทศพัฒนา
11:05
แล้วอย่างตอนนี้ในเอเชียก็มี 2 ประเทศที่
11:09
เพิ่งจะถึงก็คือมาเลเชียครับ
11:13
>> เรานี่มาเลเซียเป็นเสือตัวที่ 5 จีนเป็น
11:17
เสือตัวที่ 6 ไปแล้วเราจะได้เป็นตัวที่ 7
11:21
หรือเปล่าถ้าไประดับนี้น่ากลัวจะถูกแซง
11:25
>> ครับเมื่อมันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะคนใน
11:28
ประเทศอย่างคนที่เป็นนักธุรกิจหรือคนที่
11:30
ทำงานอยู่ทั่วๆไปอย่างผมเนี่ยนะครับเมื่อ
11:31
GDP GDP เป็นอย่างที่ท่านพูดว่าประมาณ
11:34
3% เนี่ยนะฮะที่มันไม่เกินแล้วมันจะค่อย
11:36
ๆไล่ไปเนี่ยเราต้องเรียนรู้อะไรครับท่าน
11:38
เราต้องปรับตัวยังไงครับ
11:40
>> คือจริงๆ bottom line จริงๆที่ทำให้เรา
11:44
โตช้าก็คือคำว่าผลิตภาพหรือภาษาอังกฤษ
11:48
เรียกว่า productivity
11:50
ผลิตภาพต่อปัจจัยการผลิตของประเทศไทย
11:53
เนี่ยมีการเติบโตที่น้อยมาก
11:56
>> แทบเรียกได้ว่าแทบจะไม่เติบโตเลยมาร่วม 20
12:00
ปีซึ่งอันเนี้ยครับทำยังไงถึงจะปลดปล่อย
12:04
ศักยภาพมันก็ต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน
12:09
>> ครับทีนี้คำว่า Productivity ที่ท่านพูด
12:11
ถึงตรงนี้มันต้องอาศัยทั้งเงินอาศัยทั้ง
12:13
ผลผลิตแบบใหม่ๆและความคิดใหม่ๆที่มันเกิด
12:16
ขึ้นมันมีทีท่าจะมีอย่างนั้นบ้างมั้ครับ
12:21
ลงรายละเอียดนิดนึงคำว่า productivity
12:24
แปลว่าอะไรแปลว่าผลผลิตเมื่อเทียบกับ
12:28
วัตถุดิบที่ใส่เข้าไป
12:31
>> มันต้องเพิ่มคือใส่วัตถุดิบเท่าเดิมผล
12:34
ผลิตมันต้องเพิ่มถึงจะเรียกว่า
12:36
productivity เพิ่มวัตถุดิบปัจจัยการ
12:39
ผลิตมีอยู่ 4 อย่างครับอันแรกเลยคือ
12:43
ทุนอันที่ 2 คือที่ดินอันที่ 3 คือแรงงาน
12:47
อันที่ 4 คือเทคโนโลยี
12:50
>> ตัวที่สำคัญที่ใช้วัดก็คือผลิตภาพต่อแรง
12:53
งานที่เทียบกับทุนที่ใส่เทียบกับ
12:57
เทคโนโลยีซึ่งตัวที่จะเพิ่มผลผลิตได้มาก
13:00
ที่สุดและเร็วที่สุดคือคำว่าเทคโนโลยี
13:04
ซึ่งแน่นอนครับเราอต้องการเพิ่มภาคนี้เรา
13:08
ก็ต้องการการลงทุนจากต่างประเทศจริงๆใน
13:12
ระยะสั้นมันก็มีหนี้มิหมายที่ดูดีอย่าง
13:15
เช่นการลงทุนในเทคโนโลยี Data Center
13:18
อะไรต่างๆที่พูดกันมากครับ
13:20
>> อันนี้ก็เป็นความหวัง
13:21
>> แต่ผมกล้าบอกได้เลยว่าผลไม่เกิดอย่างรวด
13:27
>> ครับทีนี้ดูจากที่ท่านพูดทั้งหมดแล้วแต่
13:29
โครงสร้างของประเทศนะฮโครงสร้างของสถาบัน
13:31
ของเราจริงๆที่ท่านเคยพูดถึงไว้จริงๆนะฮ
13:34
ท่านพูดถึงเรื่องของความเป็นประชาธิปไตย
13:36
การไม่มีคอร์รัปชั่นการเป็นระบบเสรีนิยม
13:39
ที่แท้จริงอย่างโปร่งใสเท่าเทียมกันระบบ
13:43
การศึกษาที่ต้องพัฒนาความคิดของมนุษย์ให้
13:46
ดีขึ้นแล้วก็ยังมีrู of law อีกด้วย 5
13:49
อย่างเครับท่านอยากให้ท่านอธิบายหน่อยว่า
13:51
มันเราอ่ะพวกเราธรรมดาอย่างมนุษย์เนี่ยทำ
13:57
ไปได้และดีมันมีดัชนีที่ใช้ชี้วัดความ
14:01
สำเร็จอยู่อีก 3 ดัชนี
14:05
>> รายได้ต่อคนต่อปีซึ่งเป็นตัวสำคัญที่สุด
14:09
ที่ใช้วัดความสำเร็จดัชนีที่ 2 คือการ
14:12
กระจายที่เขาเรียกว่าgนี่ coefficient
14:15
การกระจายนี่หมายความว่าการมั่งคั่งอย่าง
14:21
>> อันที่ 3 ก็คือเรื่อง Environmental
14:24
Performance Index ซึ่งอันนี้วัดความ
14:27
ยากยั่งยืน 3 3 อย่างนะอันที่ 1 มั่ง
14:30
คั่งอันที่ 2 ทั่วถึงอันที่ 3 ยั่งยืนอัน
14:34
นี้เป็นเป้าหมายนี้เวลาเราพูดถึงปัจจัย
14:38
เชิงสถาบันของแต่ละประเทศมันก็มีปัจจัย
14:41
อีก 5 อย่างที่เอามาใช้วัดคุณภาพสถาบัน
14:46
คือความเป็นประชาธิปไตยซึ่งใช้ Democracy
14:50
Index วัดอันที่ 2 ก็คือความเป็นทุนนิยม
14:54
แบบเสรีนิยมที่ใช้ Economic Freedom
14:58
Index อันนี้ของมหาลัยเย
15:01
>> นะฮะใช้วัดระหว่างประเทศอันที่ 3 ก็คือ
15:07
คือราชนีความโปร่งใสซึ่งอันนี้ใช้ขององค์
15:10
การโปร่งใสสากล Transparency
15:13
International อันที่ 4 ก็คือดัชนี
15:16
เรื่องคุณภาพการศึกษาซึ่งจะใช้จากพิซซ่า
15:20
ก็ได้หรือจะใช้ Education Index ก็ได้
15:24
อันสุดท้ายคือ Rule of Law
15:26
ซึ่งอันนั้นทั่วโลกมันก็ใช้ World
15:30
Justice Project WJP
15:33
เป็นตัววัดซึ่งที่ผมจะบอกก็คือดัชนี
15:37
สถาบัน 5 อันเนี่ยผมจะเรียนว่าผมจะพูด
15:42
เสมอว่าสำหรับประเทศไทยมันเรามี 2 ข่าว
15:45
ร้าย 2 ข่าวดีข่าวร้ายก็คือ 1 เราไม่ติด
15:51
ท็อป 50 ซักดัชนีเดียวไม่อยู่ใน 50
15:56
ประเทศแรกของโลกซักดัชนีเดียว
16:00
>> ถ้าวัด 10 ปีย้อนหลัง 13 ปีย้อนหลังเราถด
16:05
ถอยเกือบทุกดัชนีมีดัชนีเดียวครับที่
16:08
ประเทศไทยดีขึ้นคือ environmental เราดี
16:12
ขึ้นนะครับซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเป็นผลงาน
16:15
ของ NGO มากกว่าผลงานของรัฐ
16:19
อีก 5 ดัชนี 5 อย่างที่เราถดถอยก็คือความ
16:24
เป็นประชาธิปไตยเราเคยอยู่อันดับ 70 ตอน
16:28
นี้อยู่อันดับ 130 หลังจากที่มีปฏิวัติไป
16:32
แล้วก็มีรัฐธรรมนูญที่ทุกคนก็รู้ว่ามัน
16:36
ไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเราส่วน
16:40
ดัชนีอย่างยกตัวอย่างดัชนี
16:45
>> ตอน 15 ปีที่แล้วตอนที่ผมไปช่วยคุณดุสิต
16:49
ตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัเราอยู่อันดับ
16:51
ที่ 75 ตอนนี้ถนถอยมาอยู่อันดับที่ 116
16:56
นะฮะหรือดัชนีที่น่าเป็นหัวมากคือ Rule
16:59
of Law คือกระบวนการยุติธรรมเนี่ยเรา
17:03
จากอยู่อันดับ 50 ตอนนี้เป็นอันดับ 82
17:06
แล้วมันถดถอยทุกอันอันนั้นเป็นข่าวร้าย
17:10
ส่วนข่าวดี 2 ข่าวข่าวแรกก็คือถึงแม้ว่า
17:14
เราจะแพ้เกาหลีใต้ทุกดัชนีแต่กูชนะเกาหลี
17:19
เหนือทุกดัชนีเลย[เสียงหัวเราะ]
17:22
ชนะเกาหลีเหนือชนะคุณคิมชนะคุณวุฒขุนเซ้น
17:25
ชนะคุณมินอ๋องหลายบใกล้ๆเราอันนี้ไม่ใช่
17:28
ข่าวดีจริงหรอกครับคือมันมีคนแย่กว่าเรา
17:32
แต่ข่าวดีจริงก็คือมันแก้ได้
17:35
>> แต่การแก้มันทำทันทีไม่ได้
17:39
>> ทุกดัชนีที่ผมพูดถึงเนี่ยถ้าเราลงไปดูราย
17:42
ละเอียดเ้ามีวิธีวัดเราก็ไปปรับปรุง
17:45
ปัจจัยเชิงพวกนั้นอย่างเช่นrู of law ก็
17:49
จะมีมาตวัดอยู่ 8 มาต
17:51
>> คอร์รัปชัก็ 6 มาตรการเราก็ไปปรับปรุงพวก
17:55
นั้นและข่าวดีอีกอันนึงคือมันมีเรื่องนึง
18:00
>> ก็คือการพยายามเข้าเป็นสมาชิกขององค์การ
18:04
OECD ซึ่งอันนี้มาตรฐานเขาจะช่วยเรามัน
18:09
จะช่วยเรา 2 อย่างมาตรฐานเ้าจะบังคับให้
18:12
เราต้องพัฒนาปัจจัยเชิงสถาบัน
18:16
>> การที่ 2 [เสียงกระแอม]เค้ามี
18:17
>> ความช่วยเหลือเราให้เราเข้าสู่มาตรฐาน
18:22
>> ผมไปดูจากที่ท่านพูดมาแล้วแล้วลองไปคำนวณ
18:25
นะฮะเพราะผมดูท่านมาในหลายๆครั้งที่ท่าน
18:27
พูดแล้วลองคำนวนท่านครับที่บอกว่าเราปรับ
18:29
ปรุงได้เราแก้ไขเราเปลี่ยนแมของท่านอย่าง
18:31
น้อยที่สุดนะครับแต่ละอย่างที่พูดไม่ใช่
18:33
ทุกอย่างด้วยนะครับแต่ละอย่างเร็วที่สุด
18:37
>> ตอนนี้ใน 5 ปีที่ว่านั้นจะอยู่กันยังไง
18:43
>> มันเป็นเรื่องที่ท่านพูดแล้วมันน่ากลัว
18:47
>> คอร์รัปชั่นระบบเสรีนิยมที่ให้โอกาสอย่าง
18:50
ทั่วถึงระบบการศึกษาซึ่งจะต้องดีขึ้นและ
18:53
เข้าใจว่าโลกเป็นยังไงแล้วก็รู้ว่า flw
18:55
ทุกอย่างใช้เวลาตั้ง 5 ปีผมถามว่าใน 5 ปี
18:58
เครับท่านจะมีกลไกเราจะมีอะไรจะอยู่ยังไง
19:02
>> มันหนีไม่พ้นว่าเราต้องอดทนกลไกคือต้อง
19:08
>> ปัญหาทั้งหมดโดยผ่านสื่อต่างๆอย่างคุณต่อ
19:13
>> ถ้าประชาชนเข้าใจประชาชนก็จะพยายามกดดัน
19:17
ให้มีการเปลี่ยนแปลงครับ
19:19
>> ผมนี่เชื่อในพลังประชาชนนะ
19:21
>> แต่ทำยังไงให้ประชาชนเข้าใจ
19:23
>> ผมขออนุญาตพูดนิดนึง
19:26
>> ภาคประชาสังคมซึ่งสื่อเนี่ยเป็นองค์
19:29
ประกอบที่สำคัญมากผมเห็นนิมิตหมายที่ดี
19:33
เชื่อมั้ยครับ 10 ปีที่ผ่านมาเนี่ยถ้าเรา
19:36
พูดถึงภาคประชาสังคมซึ่งประกอบด้วย NGO
19:40
ประกอบด้วยติ๊งแต๊งองค์กรที่ใช้การศึกษา
19:44
แล้วก็พระสื่อเนี่ยผมขออนุญาตสังเกตส่วน
19:48
ตัวว่าสื่อเนี่ยพัฒนาดีมาก
19:51
>> เพราะว่าเทคโนโลยีช่วยเพราะสื่อเนี่ยที่
19:54
เมื่อก่อนมันเป็นโอิอปี่
19:56
>> คือมีแค่ไม่กี่รายตอนนี้มันมีหลากหลาย
20:00
>> เพราะนั้นพอความหลากหลายมันก็ส่งเสริมให้
20:02
เกิดการแข่งขันแล้วสื่อก็ทำให้ประชาชนมี
20:06
ความเข้าใจมากขึ้นทุกคนเป็นสื่อได้
20:09
>> อย่างคุณต๋อยนี่ก็เป็นสื่อที่สำคัญ
20:11
>> ครับก็นี่ครับอย่างกรณีท่านพูดขึ้นมาอัน
20:13
นี้ไม่ได้นั่นหนี้ตัวเองนะฮะแต่ความรู้
20:15
สึกคนซึ่งเป็นสื่ออย่างผมซึ่งเป็นสื่อ
20:18
บันเทิงพูดตรงๆอนะฮะผมก็เป็นพิธีกรทาง
20:22
ยังต้องหันมาดูแล้วยังต้องมาทำเรื่องพวก
20:24
นี้เลยเพราะมองออกแล้วว่ามันลำบากแล้วมัน
20:29
มันสาหัสมากๆครับท่านไอ้ความอดทนที่ท่าน
20:32
พูดไอ้ 5 ปีที่ท่านพูดเนี่ยแล้วเพื่อให้
20:34
เกิดการรับทราบและการขยายการพยายามกระจาย
20:36
กันไปอยู่ตรงเนี้ยพยายามทำให้ดีที่สุดทำ
20:39
ให้มากที่สุดเท่าไหร่ก็ตามแต่เวลาที่
20:42
ประชาชนไม่แข็งแรงนะครับท่านตอนเนี้ย
20:44
สำหรับผมผมมีความรู้สึกว่าความแข็งแรงของ
20:47
เราประชาชนน่ะนะฮะเราไม่แข็งแรงเราไม่มี
20:50
ความรู้จริงๆเราไม่แข็งแรงพอที่จะไปตั้ง
20:53
ใจทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วสู้เพื่อสิ่งที่
20:55
ถูกต้องอันนี้ต้องทำยังไงครับท่าน
21:02
>> ที่น่ากังวลคือได้ยินคำว่าเฟมั้ครับคุณ
21:07
ต๋อยเคยได้ยินคือนอกจากโตช้าแล้วมันมีบาง
21:15
>> สิ่งนี้ผลก็คือความเหลื่อมล้ำทวีขึ้น
21:18
>> วิกฤตเศรษฐกิจในความเห็นของผมเนี่ยวิกฤต
21:22
เศรษฐกิจจะไม่มีหรอกครับแต่มันจะเกิดความ
21:25
เหลื่อมล้ำและความเหลื่อมล้ำเนี่ยมันจะนำ
21:30
>> ซึ่งถ้าเกิดวิกฤตสังคมวิกฤตเศรษฐกิจจะตาม
21:33
>> แต่มันจะไม่เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจซึ่ง
21:36
อันเนี้นะครับเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องเข้า
21:40
ใจและแทรกแซงคือทำให้คนที่ด้อยโอกาสนี้
21:46
>> โอเคซึ่งอันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง
21:49
เพราะตลาดมันจะทำหน้าที่พวกนี้ได้ไม่ดี
21:53
>> ตลาดมันจะส่งเสริมให้คนรวยรวยยิ่งขึ้น
21:57
>> แต่นี้ตอนนี้มันเท่ากับคนทั่วๆไปโดยเฉพาะ
21:59
อย่างยิ่งชนชั้นกลางซึ่งปัญหาหนักมากเลย
22:02
นะครับชีวิตคนชั้นกลางตอนนี้คือปัญหาหนัก
22:04
มากหนักจนรู้จะหนักยังไงทั้งเรื่องของ AI
22:07
ที่เข้ามาทั้งเรื่องของวิกฤตต่างๆเรื่อง
22:10
ของโครงสร้างของการทำงานเรื่องอะไรต่างๆ
22:12
คนพวกเนี้เค้าทั้งหมดใจและหมดโอกาสท่าน
22:20
มันหนีไม่พ้นหรอกครับที่จะต้องอดทนที่จะ
22:24
ต้องหาโอกาสผมอยากจะเรียนว่าจริงๆโอกาสก็
22:27
ยังมีอยู่ตามที่ต่างๆแต่มันหายากขึ้น
22:30
เพราะโดยรวมโอกาสมันไม่มากขึ้นและดันมีคน
22:34
ที่มีprivิลคือคนที่อยู่ข้างบนคว้าโอกาส
22:41
>> ผมจะใช้คำว่าระบบที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้
22:47
อย่างที่ผมใช้คำพูดที่คุณต่อให้พูดพูดผม
22:50
จะใช้คำว่าวันนี้ประเทศไทยเนี่ย
22:52
ประชาธิปไตยก็ไม่จริง
22:54
>> ชิงกันโกงคือคอร์รัปชัทางโลกทุนใหญ่คือ
22:59
economic system ก็เอื้อประโยชน์แต่ทุน
23:01
ใหญ่อันที่ 3 คือไม่ใฝ่การเรียนอันที่ 4
23:07
เซียนคุมศาลก็คือrู of law แล้วก็เรื่อง
23:10
education มันต้องพัฒนาไปด้วยกันแต่
23:13
อย่างที่ผมบอกไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะว่า
23:16
การปฏิรูปที่จะเกิดเนี่ย
23:19
มันเกิดยากเนื่องจากคนที่มีอำนาจที่จะ
23:23
ปฏิรูปได้เป็นคนที่อยู่ในกลุ่มได้เปรียบ
23:26
แล้วเขาจะหวงแหนระบบเดิมๆ
23:29
>> ซึ่งอันเนี้ยมันก็ต้องทำให้เกิดการ
23:31
เปลี่ยนแปลงถามผมนะครับจริงๆเรามีก้าวที่
23:36
สำคัญที่เริ่มเดินไปแล้วแต่มันยังไม่เดิน
23:39
ต่อเช่นโทษตรงไปตรงมาการแก้รัฐธรรมนูญ
23:43
>> ซึ่งประชามตินี่ท่วมท้นชัดเจน
23:47
>> แต่ไม่ได้มี implement มีข้ออ้างต่างๆ
23:50
นานาจากคนที่ได้เปรียบภายใต้ระบบบิดเบือน
23:56
>> อันเนี้ประชาชนก็ต้องกดดันให้เกิดขึ้น
23:59
>> ประชาชนต้องแข็งแรงนะครับท่านต้องมีความ
24:01
เข้าใจในตรงนี้อย่างค่อนข้างที่เรียกว่า
24:09
>> การลดขนาดของรัฐลงมันสำคัญมากการลดบทบาท
24:12
แล้วก็การลดอำนาจท่านพูดมาถ้าผมจำไม่ผิด
24:16
เป็น 10 ปีแล้วนะครับ
24:17
>> เรื่องอย่างนี้ยังไม่เคยเกิดเลยครับ
24:19
>> คือต้องขออนุญาตออกตัวนิดนึงผมเนี่ยในทาง
24:23
เศรษฐศาสตร์เนี่ยตัวผมนี่ได้ชื่อว่าเป็น
24:28
>> คือneโอลิบอรัลซึ่งก็ถูกโจมตีเยอะว่า
24:33
>> แต่คอนเซปตหลักการของกลุ่มเสรีนิยมใหม่ก็
24:38
คือตลาดสำคัญตลาดมีประสิทธิภาพรัฐมี
24:44
ประสิทธิภาพต่ำเพราะฉะนั้นเราควรจะให้รัฐ
24:47
ทำหน้าที่น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่า
24:50
นั้นและจะทำหน้าที่เมื่อเกิดสิ่งที่เรียก
24:53
ว่าตลาดทำงานไม่ได้ตลาดล้มเหลว
24:56
>> เพราะฉะนั้นหลักการก็คือรถรัฐเวลาเราพูด
25:01
รถรัฐเนี่ยมันมี 3 อย่างนะคุณต๋อย
25:03
>> อันที่ 1 คือขนาดอันที่ 2 คือบทบาทอันที่
25:09
>> มันต้องลดทั้ง 3 อย่างครับ
25:11
>> ขนาดของรัฐผมขออนุญาตชี้ให้เห็นว่าถ้าเรา
25:16
ดูงบประมาณเทียบกับ GDP เหมือนของเราไม่
25:20
สูงมากของเราเนี่ย 23% 24% ขณะที่ประเทศ
25:25
ยุโรปเนี่ยเค้าปาเข้าไปเกือบ 50 แต่ขอโทษ
25:29
ของเราเนี่ยมันเป็นงบดำเนินการซะ 75%
25:34
>> ขณะที่ของยุโรปนี่ 75% เป็นสวัสดิการก็
25:38
คือกระจายถึงคนทั่วไปแต่ของเราเนี่ยเอา
25:42
จำนวนข้าราชการก็ได้ใครมีข้าราชการ 3
25:46
ล้าน 30,000 คนเทียบกับญี่ปุ่นซึ่งมี
25:51
ประชากร 2 เท่าเราญี่ปุ่นมีข้าราชการ
25:53
500,000 คนเองนะสิงคโปร์มี 120,000 คน
25:57
เราเนี่ยมีเงินเดือนและสวัสดิการข้า
26:00
ราชการ 9% ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3
26:05
ของเอเชียเป็นรองแค่กาตารกับมาดีฟซึ่ง 2
26:11
>> ซึ่งเขาย่อมมีสัดส่วนสูงเป็นธรรมดา
26:14
>> โอเคซึ่งอันเนี้ยทำยังไงจะลด
26:17
>> และรัฐวิสาหกิจซึ่งก็คือรัฐใหญ่มากเรามี
26:21
รัฐวิสาหกิจ 52 แห่งมีสินทรัพย์ 20 ล้าน
26:25
ล้านมีค่าใช้จ่าย 6 ล้านล้านต่อปีซึ่งค่า
26:30
ใช้จ่าย 6 ล้านล้านเกือบ 2 เท่าของงบ
26:32
ประมาณถ้ามีคอร์รัปชัในประเทศนี้มันก็
26:36
คอร์รัปชัตรงนั้นแหละครับ
26:39
>> ทำยังไงที่จะลดบทบาทรัฐวิสาหกิจหรือปลด
26:42
ปล่อยรัฐวิสาหกิจให้ตลาด
26:45
อันนี้เป็นสิ่งที่เราหยุดชะงักมานานด้วย
26:49
ความเข้าใจผิดของ NGO บางส่วนด้วยอย่าง
26:53
>> ซึ่งอันเนี้ยครับเป็นเรื่องที่ถ่วงประเทศ
26:57
ส่วนอำนาจรัฐคุณต๋อยทราบมั้ครับว่าประเทศ
27:01
ไทยเนี่ยเรามีกฎหมายทั้งหมดแสนกว่าฉบับ
27:05
พระราชบัญญัติพันกว่าฉบับพระราชกฤตฎีกา
27:08
กับกฎกระทรวงอีก 30,000 และเป็นกฎที่ออก
27:12
ตามอำนาจตามกฎหมายอีกร่วมแสนครับ
27:15
>> เรามีมากเกินไปเรามีใบอนุญาตทั้งหมด 3,000
27:19
กว่าชนิดขณะที่ OECD เว่าคุณจะมีไม่เกิน
27:25
>> เรามีทุกอย่างมากมันก็ต้องปฏิรูปกฎหมาย
27:29
>> คุณต๋อยเคยได้ยินโครงการที่เรียกว่า
27:34
>> ซึ่งเกาหลีเ้าทำอย่างสำเร็จเวียดนามกำลัง
27:43
ลดข้าราชการ 30% ภายใน 30 เดือนที่เขา้า
27:47
เรียกว่าโปรเจค 30 เนี่ยแต่ของเราเนี่ย
27:51
เริ่มมาพร้อมเค้าแต่ไม่ไปไหนเลยครับ
27:54
>> ไอ้ที่คำว่าที่ท่านพูดคำว่าเค้าเๆนี่เค้า
27:57
คือใครครับเค้าคือรัฐใช่มั้ฮะ
27:59
>> เคือรัฐต้องเริ่มที่รัฐครับ
28:01
>> เราไม่เราไม่นี่ครับ
28:02
>> เราต้องกดดันให้รัฐทำ
28:04
>> ครับงั้นก็เลยกลับมาที่เมื่อกี้ที่พูดว่า
28:07
ถ้าจะทำอย่างนั้นได้คนในชาติต้องแข็งแรง
28:11
>> ต้องเข้าใจเพราะเพราะถ้าเกิดคนในชาติยัง
28:14
อยู่แบบว่าและแล้วแต่รัฐหรือมีหน้าที่คอย
28:20
คอยทำตามหรือว่าไม่ได้ดูดาวะกล่าวหรือว่า
28:22
ไม่ได้เรียกร้องมันก็จะเป็นอย่างงี้ตลอด
28:25
>> แล้วหวังหวังจากรัฐมากไปด้วยคือสังคมไทย
28:29
>> เ้าบอกว่าเราเป็นรากฐานของสังคมอุปถัมภ์
28:33
>> เพราะฉะนั้นพอเกิดอะไรขึ้นทุกคนก็หวังจาก
28:37
>> แทนที่จะลุกขึ้นมาทำเอง
28:39
>> แล้วก็รัฐเองก็ทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดีครับ
28:43
>> ชอบเข้าไปยุ่งไปจัดการกับการกับตลาดมาก
28:46
>> ครับด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆเหล่านี้นะครับ
28:48
ที่ว่าเราคิดจะกำหนดแล้วก็เอ่อยับยั้ง
28:52
หรือว่าลดขนาดบทบาทของรัฐลงเราก็เลยตั้ง
28:55
องค์กรอิสระกันขึ้นมาในในยุคสมัยหนึ่ง
28:57
ตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาเยอะแยะมากมายแต่พอ
29:00
มาถึงปัจจุบันนี้กลับเป็นว่าองค์กรอิสระ
29:06
มันน่าเหนื่อยมั้ยครับถ้า
29:08
>> ขออนุญาตเท้าความคำว่าองค์กรอิสระเน้น
29:11
>> องค์กรอิสระนี่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของ
29:15
รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540
29:18
ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนั้นเนี่ยชัดเจนว่ามี
29:21
เป้าประสงค์ 3 อย่างเป้าประสงค์ที่ 1 คือ
29:25
>> ให้พรรคการเมืองนี่แข็งแรงเป็นพรรคใหญ่
29:28
เป้าประสงค์ที่ 2 ก็คือในเมื่อแข็งแรงก็
29:31
เลยต้องมีองค์การอิสระมาควบคุมมาคอยคาน
29:38
>> อย่างไม่ถูกไม่ต้องเพราะฉะนั้นอย่างศาล
29:42
ปปช.กกต.นี่เกิดตามรัฐธรรมนูญ 40 หมด
29:46
>> กเป้าหมายที่ 3 ของรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็
29:49
คือให้เกิดการกระจายอำนาจและทรัพยากรจาก
29:53
ส่วนกลางในมีการจัดตั้งอบจ.อบต.
29:57
แล้วให้ชุมชนเข้มแข็งหวังเจตนาทั้ง 3
30:01
อย่างเป็นเรื่องดีทั้งหมด
30:04
>> ซึ่งผมก็ชื่นชมแต่พอปฏิบัติจริงมันถูกบิด
30:10
>> โดยบิดเบือนแรกก็คือการเข้าควบคุมองค์กร
30:18
เพราะเค้าให้วุฒิสภาซึ่งหวังว่าจะอิสระ
30:23
>> เราเริ่มมีสภาผัวเมีย
30:26
>> อือฮึมันอัน[เสียงกระแอม]นั้นก็คือจุด
30:27
เริ่มต้นที่ทำให้วุฒิสภาไม่อิสระ
30:32
>> และระยะหลังก็เลยกลายเป็นการเลือกตั้ง
30:35
วุฒิสภาในระบบที่ถูกออกแบบอย่างไม่รัดกุม
30:40
>> มันก็เลยทำให้เป็นขอโทษนะครับอันนี้ผมอาจ
30:43
จะพูดเร็วไปหน่อยเกิดสภาฮัว้วอย่างที่
30:49
>> เค้าคุมองค์กรอิสระได้องค์กรอิสระที่
30:51
เกี่ยวข้องก็เลยหน่วงไม่ให้มีการแก้ไข
30:55
>> อย่างที่เราทราบรับทราบกันอยู่
30:57
>> ครับเพราะฉะนั้นจริงๆเพราะฉะนั้นตรงนี้
30:58
อย่างที่เวลาพอพูดต่างๆปัญหามาไม่ต้องไม่
31:01
ต้องเท้ากลับไปเดิมอ่ะมามองเห็นไอ้คำว่า
31:03
New Sve ที่มันจะเกิดขึ้นใหม่ในประเทศ
31:05
ไทยมันอาศัยหลายอย่างนะครับถ้ามันโอกาส
31:09
>> จริงๆถามผมนะครับนี่เราคุยกันมานะคุณต๋อย
31:14
ไม่มีเรื่องสนุกเลยสัก
31:18
>> จริงๆเราก็มีแสงสว่าง
31:20
>> ถ้าเราลดรัฐการลดรัฐนี่มันจะช่วยหลาย
31:24
>> มันจะปลดปล่อยทรัพย์ทรัพยากรออกมาให้ตลาด
31:28
>> ซึ่งตามทฤษฎีตลาดมันมีประสิทธิภาพต่อรัฐ
31:32
แล้วก็อันนี้ก็จะทำให้เรามีความหวัง
31:36
>> กับอีกอย่างนึงก็คือ
31:38
>> ต้องเข้าไปเชื่อมโยงกับโลกให้มากขึ้นครับ
31:43
>> เราต้องเปิดเสรีคุณต๋อยเชื่อมั้ยครับว่า
31:49
กฎหมายที่ควบคุมอุตสาหกรรมต่างๆอันนี้
31:53
ค่อนข้างจะชัดว่าทุกอุตสาหกรรมที่มีกฎ
31:57
หมายบอกว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องเป็นคนไทย
32:01
>> อุตสาหกรรมนั้นก็จะด้อยประสิทธิภาพันที
32:05
>> หลักการง่ายๆเราไปกีดกันคนที่เก่งที่สุด
32:10
>> ไม่ให้เข้าไม่ให้เข้ามาแข่งกับนายทุนไทย
32:13
มันเลยการกลายเป็นเจตนาอาจจะดี
32:18
>> กลายเป็นในนามแห่งความรักชาติเนี่ยเราไป
32:22
สร้างต้นทุนให้ผู้บริโภค
32:27
>> โอเคครับแล้วต้นทุนนอกจากลงสู่ผู้บริโภค
32:31
ด้วยแล้วยังลงสู่ศักยภาพการแข่งขัน
32:35
>> ของประเทศโดยรวมด้วย
32:37
>> ครับอันนี้ที่คุยมาเมื่อกี้ท่านพูดนะครับ
32:39
ว่ามันหนักนะมันหนักจริงๆแต่นี้สมมุติลอง
32:41
ลองลงมาเบาลงไปนิดนึงเบานิดนึงสมมุติ SME
32:44
เหรอครับท่าน SME ตอนนี้นะครับจริงๆแล้ว
32:47
SE เนี่ยตอนนี้ถ้าเราจะได้ยินข่าวตลอด
32:49
เวลาแล้วก็คือบอกรัฐตลอดเวลาว่าต้องอย่าง
32:51
งั้นต้องอย่างี้พึ่งอ่ะพูดง่ายๆว่าต้อง
32:53
พึ่งครึ่งรัฐนะฮเพราะโอกาสเมีน้อยลงน้อย
32:55
ลงไปทุกที SE ต้องทำไงครับท่าน
32:58
>> ถ้าถามผมนะครับตรงนี้ความเห็นผมต้องขอโทษ
33:01
SE ทั้งหลายผมอาจจะตรงไปตรงมาก็คือ SME
33:06
เนี่ยเป็นหน่วยงานที่เพิ่ม producy ได้
33:10
>> เพราะขนาดที่ไม่ได้สเกลเพราะฉะนั้นถามผม
33:15
การที่รัฐมีนโยบายที่จะอุ้ม SME ต้องคิด
33:20
ให้ดีเพราะว่าจริงๆแล้วผมขออนุญาตอ้าง
33:25
ปรมาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งผมเคารพนับถือมาก
33:28
คืออาจารย์อัมาสยามวารา
33:30
>> ท่านพูดเสมอว่าแนวนโยบายที่ปกป้องSMอ
33:34
เนี่ยเป็นแนวนโยบายที่น่าห่วง
33:37
>> เพราะ SE เนี่เเพิ่ม Productivity ได้ยาก
33:40
>> จริงๆต้องพยายามส่งเสริมให้เค้าควบรวมกัน
33:45
ซึ่งประเทศไทยถ้าเราทำให้การควบรวมสะดวก
33:49
ขึ้นภาษีากรจากการควบรวมไม่ได้เป็นอย่าง
33:54
ปัจจุบันที่ไม่เกื้อหนุนให้ควบรวม
33:57
>> มันก็จะช่วยให้มันมีงานวิจัยนะฮะคุณต๋อย
34:01
>> ว่าประเทศไหนที่มีการควบรวมเยอะและสะดวก
34:04
Producty Improvement จะดี
34:06
>> เพราะว่าลองนึกออกมั้คนจะควบรวมกันก็
34:10
เมื่อมันทำให้เกิด Syergy เกิด
34:15
>> เพราะฉะนั้นการส่งเสริมการควบรวมเป็น
34:17
เรื่องสำคัญแต่เมืองไทยเนี่ยการควบรวมถูก
34:22
ในแง่ไม่ดีหลายอย่างว่าเป็นการฮุบกิจการ
34:27
>> แต่จริงๆมันตรงกันข้ามซึ่งอันเนี้ยมันก็
34:31
เป็นจุดเล็กๆจุดนึงคือขอโทษนะผมทำงานที่
34:38
>> ธนาคารนี่เป็นจำเลยสำคัญว่าไม่ให้กู้กับ
34:43
>> ถามว่าทำไมไม่ให้กู้
34:45
>> จริงๆธนาคารอาชีพคือปล่อยกู้
34:48
>> ผมอยากปล่อยกู้ให้ทุกคนถ้ามั่นใจว่าจะได้
34:53
>> แต่ที่เขาไม่กล้าให้กู้เพราะมันไม่มั่นใจ
34:56
>> เพราะจริงๆแล้วไอ้ Productivity
34:58
Improvement เนี่ยมันต้องการทั้งเงิน
35:00
ต้องการทั้งเทคโนโลยี
35:01
>> เพราะฉะนั้นจริงๆการควบรวมที่ท่านพูดคือ
35:03
ถ้าสามารถเอาทั้งเงินและเทคโนโลยีมาแล้ว
35:06
>> แล้วทำให้ใหญ่ขึ้น
35:07
>> มันใหญ่ขึ้นแล้วมันมีเค้าเรียกอะไร
35:09
Opportunity มีโอกาสที่ทางแบงค์หรือทาง
35:11
อะไรก็ตามสังคมก็ตามมองแล้วมันเห็นว่ามี
35:14
โอกาสจะเจริญเติบโตได้มากกว่า
35:17
>> วิธีการคือต้องไปทางนั้น
35:19
>> มีเรื่องนึงซึ่งขออนุญาตกันนะคืออันนี้
35:23
ไม่ไม่ใช่พูดเข้าข้างแบงค์อย่างเดียว
35:25
>> นะของเราเนี่ยเวลาเกิดปัญหากระบวนการ
35:30
เคลียร์ปัญหาก็คือการยึดทรัพย์การขายทอด
35:35
>> อย่างผมเป็นแบงค์ถ้าผมให้กู้ SE เนี่ย
35:39
แล้วเกิดปัญหาผมเค้าสู้ 12 ปีนะ
35:43
>> กว่าจะยึดทรัพย์ได้กว่าพอยึดทรัพย์มา
35:46
เครื่องจักรก็ไม่เหลือหรือเหลือก็ล้าสมัย
35:49
แล้วก็กว่าจะขายทอดทอดตลาดกรมบังคับคดี
35:53
ดองเงินอีกปีนึง 13 ปีกว่าจะได้เงินคืน
35:56
เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่ง
36:01
>> process พวกนี้ให้เร็วขึ้น
36:03
>> ครับเวลาจะพูดอย่างี้พอมาถึงตรงนี้ถามต่อ
36:06
เลยกันล่ะครับท่านธุรกิจแบบไหนถึงจะรอด่ะ
36:10
>> ธุรกิจแบบไหนถึงจะรอด
36:15
>> ผมนี่ขอต้องขอโทษเพื่อน
36:19
นักธุรกิจทั้งหลายผมจะแบ่งธุรกิจเป็น 3
36:22
พวกพวกที่ 1 คือค้ากับโลกก็คือทำสินค้า
36:26
ที่ส่งออกหรือทดแทนนำเข้าคือสินค้าที่เขา
36:29
เรียกว่า tradable ธุรกิจที่ 2 เรียกว่า
36:33
>> คือทำสินค้าที่ non tradable เช่นเนี่ย
36:36
Infrastructure Telecom real state
36:39
>> โรงพยาบาลทลแบงค์อันนั้นเรียกว่าค้ากับ
36:43
เราค้ากันเองกับคนไทย
36:45
>> ธุรกิจที่ 3 คือค้ากับรัฐคุณต๋อยว่า
36:52
>> ใช่ครับเพราะอะไรไม่ต้องพูด
36:55
>> เพราะฉะนั้นเราคนก็เลยไปค้ากับรัฐมากและ
37:00
อันนั้นแหละเป็นตัวถ่วงภาพรวม
37:02
>> คือจำนวนเงินมันเยอะมากไงท่านแล้วมันจุด
37:04
ใหญ่แล้วมันอยู่ตรงนั้นแต่มันกลับกลาย
37:06
เป็นมันไม่ได้กระจายออกมาจริงตอนเนี้ยพอ
37:08
ที่พูดถึงบอกว่าธุรกิจแบบไหนจะรอดท่านบอก
37:10
แล้ว 3 ธุรกิจมีค้ากับโลกค้ากับเราแล้วก็
37:13
ค้ากับรัฐไอ้ค้ากับรัฐไอ้พวกเด็กๆไม่ต้อง
37:14
พูดอ่ะเล็กๆน้อยๆไม่มีทางอยู่แล้วอย่าไป
37:17
>> เอางี้ครับผมให้ทีมวิจัยเค้าทำเร็วๆคร่าว
37:23
>> ในประเทศที่พาพัฒนาแล้วเนี่ยในตลาดหลัก
37:27
ทรัพย์มันจะ[เสียงสูดหายใจ]
37:34
>> ค้ากับเรา 20% แล้วค้ากับรัฐ 10%
37:38
>> ในตลาดหลักทรัพย์ไทยกลายเป็น 30 30
37:42
คือค้ากับรัฐมันใหญ่มาก
37:49
ทรัพยากรมันก็จะไหลไปทางนั้น
37:53
>> ธุรกิจนั้นโตแล้วมันเป็นธุรกิจที่ไม่
37:56
ต้องการ Productivity เลยต้องการเส้นสาย
38:00
อย่างเดียวมันก็เลยทำให้ปัจจัยสถาบันทุก
38:05
>> อันนี้ไม่ทราบว่าฟังแล้วซับซ้อนไปหน่อย
38:09
>> ไม่ซับซ้อนครับแต่มันมองให้เห็นว่ามัน
38:11
เป็นปัญหาที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เลยไม่
38:13
สามารถเข้าไปแก้ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะ
38:15
ว่าค้ากับโลกอย่างเมื่อกี้เราพูดเรื่อง
38:17
SME ของเรากันไปแล้วนะครับว่าถ้าเกิดเรา
38:19
ไม่ควบรวมกันจริงๆไม่ตั้งใจทำจริงๆแล้ว
38:21
ไม่ให้เค้าเห็นจริงๆว่าเราเราทำได้นะเรา
38:24
ก็ไม่มีโอกาสแล้วอันที่ 1 ไอ้ค้ากับเรา
38:25
เนี่ยก็ค้ากันเองเนี่ก็ยังเห็นแล้วว่า
38:27
ตลาดเงินเราเป็นอย่างนี้ค้ากันนี่ก็แสนจะ
38:29
ลำบากค้ากับรัฐไม่ต้องพูดถึงอ่ะพอเข้าใจ
38:31
แล้วฮะผมไม่ถามลึกไปกว่านี้เพราะว่าคนฟัง
38:34
ก็คงเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรนะฮะ
38:39
แต่มันมีอีกเรื่องนึงที่น่าสนใจมากๆคนใน
38:42
ยุคใหม่สมัยใหม่เนี่ยเค้าอ่อนแรงกับการ
38:45
ศึกษามากๆเค้ามีความรู้สึกว่าเค้าเเรียน
38:47
หนังสือไปเค้าแทบจะไม่ไม่รู้ว่าเค้าจบไป
38:50
แล้วเจะไปทำอะไรเค้าไม่รู้เลยว่าชีวิต
38:53
เา้าจะเป็นยังไงการใฝ่หาการศึกษาใน
38:56
ปัจจุบันสำหรับพวกเขาแทบจะเหมือนกับว่า
38:59
มองไม่เห็นอนาคตท่านมองเรื่องนี้ยังไง
39:02
>> อันนี้เป็นความคิดของผมซึ่งอาจจะไม่ได้
39:06
เชี่ยวชาญจริงเรื่องการศึกษาแต่ผมคิดว่า
39:10
การศึกษาของไทยเนี่ยจุดอ่อนอยู่ที่ 1 มัน
39:15
>> มันไม่กระจายมันรวมอยู่ที่กระทรวงศึกษา
39:20
>> โดยไม่กระจายนั่นคือลักษณะที่ 1 อันที่ 2
39:25
โรงเรียนรัฐ 75% เนี่ยรัฐมีงบประมาณช่วย
39:29
เค้า 300,000 กว่าล้านต่อปีโรงเรียนเอกชน
39:32
ก็ย่อมสู้ไม่ได้รัฐก็เลยช่วยโรงเรียน
39:37
เอกชนโดยการอุดหนุนลายหัวแต่ภายใต้เงื่อน
39:40
ไข 2 เงื่อนไขว่า 1 ต้องสอนหลักสูตรกู 2
39:44
ต้องคิดราคาเดียวกับกูมันก็เลยต้องไปคิด
39:47
ค่าอย่างอื่นเยอะแยะไปหมด
39:49
>> มันก็เลยทำให้เอกชนเนี่ยเค้าล่อยหลอลง
39:52
เรื่อยๆอันนี้ผมขอชี้ให้ดูฟังอันที่ 3
40:00
อินเตอร์เค้าถึงเก่งกว่าเพราะเค้ามี
40:02
ทรัพยากรมากกว่าราคาแพงกว่าราคาเป็นอิสระ
40:06
รัฐไม่คุ้มราคาและเป้าหมายของเค้าก็คือ
40:11
เค้าเรียนเพื่อไปสอบ SAT เรียนเพื่อไปสอบ
40:15
IB ซึ่งเป็นมาตรฐานโลกขณะที่ของเราเรียน
40:19
เพื่อไปสอบอะไร O-NET A-net ซึ่งเป็น
40:25
>> ถ้าถามผมการปฏิรูปคือ 1 กระจายออกไปให้
40:30
ท้องถิ่นเ้าเป็นเจ้าของมากกว่าจะรวบไว้
40:33
ที่ส่วนกลางมันจะเกิดการแข่งขันเชื่อมั้ย
40:38
ครับถ้าคุณต๋อยดูเมืองต่างประเทศเี่เมือง
40:41
เค้าแข่งกันที่สถาบันศึกษา
40:43
>> เมืองไหนสถาบันศึกษาดีก็เจริญเพราะฉะนั้น
40:47
มันจะเกิดการแข่งขันอันที่ 2 เปลี่ยนการ
40:50
อุดหนุนเป็นจากอุดหนุนสถาบันศึกษาไปอุด
40:55
หนุนผู้เรียนมันจะทำให้เกิดการแข่งขันของ
41:01
>> ผู้ผู้เรียนอันที่ 3 เปลี่ยนเป้าหมายซะ
41:04
เรียนเพื่อไปสอบ SAT เพื่อไปสอบ IB
41:10
>> จะแปลเป็นภาษาไทยก็ได้เพราะเราซื้อบริการ
41:14
>> เพราะว่าข้อสอบมันสูงกว่าเยอะเค้าใช้คำ
41:18
งี้เปลี่ยนเป้าหมายวิธีการก็จะเปลี่ยน
41:21
>> วิธีเรียนก็จะถูกเปลี่ยนเอง
41:23
>> อืออันนี้สำคัญมากพ่อแม่ผู้ปกครองต้อง
41:25
เข้าใจเด็กต้องเข้าใจตรงนี้
41:27
[เสียงสูดหายใจ]ว่าเราต้องมีโกไว้ชัดเจน
41:28
แต่ยังไงก็ตามท่านยืนยันใช่มั้ยว่าการ
41:30
เรียนรู้การใฝ่หาความรู้การศึกษาสำคัญ
41:34
>> แน่นอนครับแต่ข้อดีก็อย่างที่ผมบอกช่อง
41:38
ทางการเรียนรู้เดี๋ยวนี้มันเยอะขึ้น
41:40
>> แต่วิธีการที่จะให้เด็กให้คนเข้าใจว่าจะ
41:45
เรียนรู้ยังไงเป็นเรื่องสำคัญครับ
41:48
>> AI ไม่ใช่ว่าใครก็ใช้ได้ประโยชน์นะมัน
41:51
>> อครับนี่พอพูดถึง AI ขึ้นมาผมเลยถามท่าน
41:54
เลยครับในยุคนี้ที่มัน AI เข้ามาขนาดนี้
41:56
ท่านมองยังไงบ้างครับ
41:58
>> AI เนี่ยสิ่งที่น่ากลัวก็คืออย่างสี
42:03
Hawkin เขาบอกว่า AI ในปัญหาจะอยู่ที่
42:07
ระบบทุนนิยมจะถูก Challeng เพราะคำถามว่า
42:11
เมื่อucี้ส่วนใหญ่ถูกสร้างโดยเครื่องหุ่น
42:15
ยนต์และ AI ใครเป็นเจ้าของ
42:17
>> จะแบ่งปันกันยังไง
42:19
>> ซึ่งอันเนี้ยมันจะทำให้เกิดการเปลี่ยน
42:23
>> ผมต้องขออนุญาตบอกว่าผมไม่มีความสามารถพอ
42:29
>> คาดการได้แต่นอนหนีไม่พ้นนะครับที่ทุกคน
42:33
ก็ต้องดูแลตัวเองต้องพยายามกระเสือกกระสน
42:38
>> ท่านครับพูดตรงนี้แล้วขอกลับไปเรื่องการ
42:40
ศึกษาอีกนิดเดียวครับเมื่อกี้ที่พูดถึง
42:42
ว่าการศึกษาเราเป็นระเบิดเปอร์เซ็นต์ที่
42:44
น่าน่าห่วงมากๆนะฮะ 70 291 เนี่ยที่พูด
42:48
เมื่อสักครู่นี้นะครับท่านครับถ้าเกิดว่า
42:50
เราใช้ระบบ AI เราใช้ระบบ IG เข้ามาช่วย
42:54
ให้มันมีการกระจายการศึกษาจากที่เดียวที่
42:56
เดียวเลยแล้วมันเท่าเทียมกันได้หมดมัน
42:58
อยู่ที่ใครจะเป็นคนจะมาเอากระบุงกระโบยมา
43:00
เอาไปเองคือหมายความว่าให้การศึกษาให้
43:03
เข้าได้เท่าเทียมกันไม่ว่าคุณจะอยู่
43:04
บุรีรัมย์อยู่สุงายโกรกหรืออยู่ที่ไหน
43:06
ท่านว่าอย่างนั้นจะเป็นวิธีที่โอเคมั้
43:09
>> เคยมีคนเสนอแนวคิดนี้
43:12
>> ต่อประเทศไทยด้วยครับ
43:13
>> ชื่อคุณเอดเวิร์ดเดบโน
43:15
>> ซึ่งเป็นหนึ่งในที่เขา้าบอกเป็น
43:17
Creativity Workshop ที่มีชื่อเสียง
43:20
เค้าเสนอว่าทำไมเราไม่ใช้ครูใช้อาจารย์
43:26
>> คนเดียวกันทั้งประเทศเอาที่เก่งที่สุดเลย
43:30
>> ก็เรียนจากออนไลน์
43:33
>> ให้เปลี่ยนครูปัจจุบันเป็นแทนที่จะเป็น
43:36
ครูเป็น Learning assistant
43:39
>> ที่แนะให้วิธีการเรียนมากกว่าจะเป็นคู่
43:43
ถ่ายทอดความรู้อันนี้ก็ก็เป็นแนวคิดนึง
43:47
>> ที่น่าสนใจมากผมก็คิดว่าเรามีเทคโนโลยี
43:53
มันจะได้ไม่ต้องไปกวดวิชากับครูที่เก่ง
43:56
>> ก็เอาครูที่เก่งนั่นแหละมาสอนทั้งทุกคนไป
44:00
>> คือแนวคิดอันนี้มันเป็นแนวคิดซึ่งจริงๆ
44:02
แล้วเนี่ยสมมุติผมนั่งอยู่ในกรุงเทพฯอยู่
44:04
กับท่านอยู่อย่างเงี้ยแล้วผมมีบริษัท
44:06
บริษัทบริษัทบริษัทบริษัทหนึ่งหรือใครก็
44:07
ได้ที่มีความหวังดีปรารถนาดีแล้วเก่ง
44:09
เรื่องวิชาเดียวสมมุติเก่งเรื่องฟิสิกส์
44:10
อันเดียวเสามารถตั้งหน่วยงานขึ้นมาตั้ง
44:13
องค์กรขึ้นมาอย่างี้นะครับแล้วก็ส่งไป
44:16
ทั่วโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศได้แล้วบอก
44:19
คุณจะเป็นสมาชิกมั้ยด้วยราคาเท่านั้นเท่า
44:21
นี้อะไรก็แล้วแต่ซึ่งมันก็คงจะไม่ต้องสูง
44:22
มากเพราะว่าไม่ต้องมาหาที่นั่งที่เรียน
44:25
เ้าสามารถทำตรงนี้แล้วมันสร้างประเทศได้
44:28
ภายในเวลาที่ผมพูดเรื่อง 5 ปีเมื่อสัก
44:30
ครู่นี้ฮะไอ้ 5 ปีเนี้ยมันเปลี่ยนอย่าง
44:33
อื่นด้วยยากมากใช่มั้ครับท่านมันเป็นไป
44:35
ได้มั้ยมันต้องเปลี่ยนด้วยการศึกษาของคน
44:37
>> ใช่ครับผมเชื่ออย่างงั้น
44:41
>> ระยะยาวยังไงคุณภาพของมนุษย์ก็เป็นเรื่อง
44:44
สำคัญที่สุดครับผมว่าจริงๆน่าทำจริงๆนะ
44:46
ครับท่านเพราะว่าจริงๆอ่ะผมว่าเราถ้าเรา
44:48
ไปกลัว AI อยู่อย่างเดียวแล้วเราไม่ใช้
44:50
เ้าให้เป็นประโยชน์เราไปกลัวไอทีเราไม่
44:52
ใช้เเป็นประโยชน์ไม่มีประโยชน์อะไรกับเรา
44:54
เลยผมว่าคนที่อยากเรียนรู้มากมายหลายหลาก
44:57
ด้วยกันคนมาออกรายการผมเต็มเลยท่านที่มา
44:59
จากคนที่แบบเรียนตรงๆเลยนะฮะ nothing เลย
45:02
ไม่มีอะไรเลยแต่เค้าได้การเรียนรู้ครับ
45:05
>> อันนี้พิสูจน์ว่าโอกาสยังมี
45:06
>> ใช่ๆที่ท่านพูดอันนี้ผมถึงเห็นด้วยว่าใคร
45:09
ที่แบบว่าไม่ไหวแล้วแพ้แล้วยอมแล้วผมว่า
45:12
อย่าอย่าเพิ่งรีบให้เหมือนที่ท่านพูด
45:14
เมื่อสักครู่นี้อดทนเรียนรู้รับทราบและ
45:17
ปฏิบัติอันนี้ที่ท่านพูดอันนึงที่ท่านพูด
45:20
ไว้สำคัญมากๆเลยอันนี้เป็นคำที่ผมสนใจและ
45:22
อยากให้ท่านบอกกับคนอื่นๆด้วยบอกว่าความ
45:25
มั่นคงของชีวิตจริงๆแล้วนี่คำพูดท่านน่ะ
45:27
ครับต้องมีวินัยมันคือ
45:30
>> จริงๆแล้วเนี่ยความมั่นคงของชีวิตก็คือ
45:35
>> มากกว่าเราอยู่ที่ไหน
45:38
>> ถ้าเราแต่ผมชอบมากเลย
45:40
>> ขออนุญาตจำไปใช้นะอดทนเรียนรู้ที่ท่านพูด
45:47
>> โอเคครับอันนี้ดีมากเลย 4 อันขออนุญาต
45:52
>> จริงๆแล้วครับคนตอนนี้เค้าไม่รู้ตัวนะ
45:55
ครับท่านเป็นจำนวนมากผมผมคิดว่าเค้าไม่
46:00
รู้ตัวจริงๆแล้วเว่าเค้าใช้ชีวิตอยู่อย่า
46:02
อย่าโกรธกันนะครับถ้าท่านรู้แล้วไม่เป็น
46:04
ไรผมคิดว่าเป็นจำนวนมากที่เขาไม่รู้ตัว
46:06
ว่าเค้าเป็นคนไม่มีวินัย
46:10
เค้ามีความรู้ครับเค้ามีโน่นมีนี่มีนั่น
46:13
มีการใฝ่หาแต่เค้าไม่มีวินัยพอเค้าขาด
46:16
วินัยความตั้งใจจริงในในจุดนึงที่เค้า
46:18
ต้องมีกับสิ่งนี้เค้าต้องทำไงคำว่าวินัย
46:22
เนี่ยก็เป็นคำที่ขอโทษนะมันก็ต้องตีความ
46:28
>> วินัยเนี่ยมันมีความหมายของมันคือมีกรอบ
46:35
>> แต่ไม่ใช่ว่าต้องก้าวเท้าซ้ายก้าวเท้าขวา
46:39
>> อันนั้นเ้าเรียกว่าไranical
46:41
>> คือวินัยของทรราชกับวินัยในภาพใหญ่วินัย
46:47
ที่ดีก็คือเ้าเรียกว่าวินัยที่จะรู้เป้า
46:51
หมายรู้ขอบเขตรู้ว่าอะไรมันแต่ต้องมี
46:56
flexibility มี agility แต่ให้ทำลงวินัย
47:02
>> นั่นคือระบบทหารโบราณ
47:05
>> ที่ต้องการให้คนทำตามคำสั่งโดยห้ามคิดเลย
47:10
>> นะคำว่าวินัยนี่สำคัญมากคุณต๋อยครับผมขอ
47:15
อนุญาตพูดถึงตัวเองดิผมเนี่ยเป็นศตรก
47:19
>> เดินไม่ได้พูดไม่ได้หลายเดือนแล้วเพราะคำ
47:24
ว่าวินัยเนี่ยครับต้องฝึกใหม่หมดเลย
47:26
>> เราก็ค่อยๆเรียนที่จะเดินใหม่
47:29
>> ค่อยๆเรียนที่จะพูดใหม่นี่วันนี้ยังพูด
47:35
>> แต่ยังฝึกอยู่ทุกวันเลย
47:36
>> อันนี้เจะเป็นวินัยอย่างนึงอันนั้นเป็น
47:39
วินัยเกี่ยวกับตัวเอง
47:41
>> วินัยในการทำงานนี่มันจะกว้างกว่านั้น
47:44
เพราะมันเริ่มไปเกี่ยวกับคนอื่น
47:46
>> ครับแต่ต้องมีนะครับ
47:48
>> ต้องมีอันนึงครับท่านครับอันเนี้ยชอบใจ
47:50
มากครับผมไม่เคยนึกว่าท่านอยากจะเขียน
47:53
หนังสือนะครับแต่ท่านทำไปทำมาท่านมีไอ้
47:55
เนี่ย 4 เล่มแล้วไอ้สูงต่ำเนี่ยนะฮะ 4
47:57
เล่มแล้วนะฮะแล้วมาอันนี้ใหม่ล่าสุดคือ
47:59
หางกระดิกหมามันเป็นหนังสือซึ่งเล่มใหญ่
48:02
มากมันรวบรวมอะไรอยู่ครับท่าน
48:04
>> คือจริงๆต้องบอกว่าเป็นบทความที่เขียนมา
48:10
>> เกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่น
48:13
หางกระดิกหมาเนี่ยเป็นนามปากกาของผมกับ
48:16
น้องอีกคนนึงที่ช่วยกันเขียนโดยไปศึกษา
48:19
วิจัยจากวิธีการทั่วโลกที่เขาใช้ได้ผลใน
48:25
การต่อต้านคอร์รัปชั่นอันนี้เขียนให้กับ
48:29
เป็นคอลัมน์หนังสือพิมพ์ชื่อว่าคอลัม์โกง
48:35
>> ในหนังสือโพส today ซึ่งเขาปิดไปแล้ว
48:38
>> เขียนอยู่ 2 ปีมี 87 บท
48:40
>> เราจะไล่ให้ฟังตั้งแต่ว่าคอร์รัปชัคือ
48:43
อะไรมันเกิดขึ้นได้ยังไงมีโทษยังไงมี
48:47
ประโยชน์หลอกหลอกหลอนในระยะสั้นยังไงแล้ว
48:52
ก็ทำให้เกิดปัญหาอะไรบ้างแล้ววิธีแก้คือ
48:56
อะไรมันรวบรวมอยู่ใน 87 บทนะครับ
49:03
มีการเอาไปใช้บางอย่าง
49:05
>> ผมขอ[เสียงกระแอม]อนุญาตยกตัวอย่าง
49:07
>> มีการใช้อยู่ 3 อย่างอย่างหนึ่งก็คือไป
49:11
ตั้งโครงการที่เรียกว่าอินข้อตกลงคุณธรรม
49:16
>> อันที่ 2 ไปทำโครงการที่เรียกว่าความร่วม
49:20
มือในการเปิดเผยข้อมูลในโครงการก่อสร้าง
49:23
ภาครัฐ Construction Sector
49:26
Transparency โอเคทั้ง 2 โครงการนี้
49:30
พิสูจน์แล้วว่าประหยัดเงินไปได้หลายหมื่น
49:33
ล้านบาทมีงานวิจัยแล้วก็มีเรื่องอื่นๆอีก
49:38
เรื่องนึงที่ผมขออนุญาตพูดอยู่ในนี้
49:41
>> คือการควบคุมการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ
49:46
และรัฐวิสาหกิจคุณต่อให้เชื่อมั้ครับก่อน
49:50
ที่เมื่อก่อนเนี่ยมันมีการใช้เงินของรัฐ
49:54
และรักษาในการโฆษณาประชาสัมพันธ์
49:57
>> ปีละ 8,000 ล้านและ TDI เทำวิจัยพบว่ามี
50:02
แค่ 10% เองที่เป็นประโยชน์ส่วนอีก 90%
50:07
เป็นการโฆษณาคนเช่นจำได้เมื่อก่อนมีนัก
50:11
การเมืองอยู่เต็มคัทเบใช่ครับ
50:13
>> ไอ้กฎข้อนี้ที่เราออกมาแล้วกลายเป็นสกฎ
50:17
ของสำนักนายกทำให้วันนี้เราไม่มีแล้ว
50:21
>> เราไม่มีโฆษณาพวกนั้นตาม[เสียงสูดหายใจ]
50:24
หน้าหนังสือพิมพ์ก็ห้ามเอาหน้าคนลง
50:27
>> โอเคครับอันนี้ก็เป็นอานิสงส์จากหนังสือ
50:31
>> แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ขายเลยครับ
50:33
>> จริงๆเดี๋ยวจะขายครับ
50:36
>> คือมันเป็นของดีมันมีประโยชน์แล้วหาไม่
50:38
ได้มันเป็นเรื่องอยากจะเป็นลมนะฮะ
50:41
>> ผมขอบคุณท่านมากครับที่มาร่วมรายการกับ
50:43
เราในวันนี้และผมเนี่ยจบด้วยหนังสือเล่ม
50:45
นี้ด้วยเหตุผลเดียวนะครับเพราะว่าผมเรียน
50:47
ถามท่านตั้งแต่ต้นแล้วว่าหางกระดิกหมา
50:48
หมายความว่าอย่างไรถึงท่านตอบไว้ว่าจริงๆ
50:51
แล้วไอ้หางนี่มันเล็กนิดเดียวหมาตัว
50:52
เบ้อเร่อเทอแล้วไอ้หางเนี่ยมันพยายามจะ
50:55
กระดิกหมาทั้งตัวให้ได้มันพยายามจะทำให้
50:57
ได้แสดงว่าไม่ว่าท่านดูตั้งแต่ต้นมาที่
51:00
พูดกันว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างนั้นเรื่องราว
51:02
เป็นอย่างี้ประเทศชาติเป็นอย่างงั้นท่าน
51:05
เป็นหางกระดิกหมาได้ท่านทำเรื่องเล็กๆถ้า
51:08
ท่านไม่หยุดทำถ้าท่านไม่หยุดสู้โอกาสมี
51:10
เสมอนี่คือหนังสือเล่มนี้ที่บอกบางส่วน
51:14
แต่นี่บอกเรื่องเกี่ยวกับคอร์รัปชันแต่ใน
51:16
ชีวิตเรามันไม่ได้มีแต่คอร์รัปชันในชีวิต
51:17
เรามีเรื่องราวต่างๆมากมายแล้วเมื่อไหร่
51:20
ท่านจะหยุดกระดิกถ้าท่านจะหยุดกระดิก
51:23
เมื่อไหร่ก็ตามท่านก็ตายในยุคสมัยสังคม
51:26
ปัจจุบันนี้ที่เห็นกันอยู่แน่ๆท่านไม่อด
51:28
ทนท่านไม่รับรู้รับทราบท่านไม่หาข้อมูล
51:31
ท่านไม่เรียนรู้ท่านไม่ปฏิบัติท่านตายแน่
51:33
นอนวันนี้เป็นโชคดีมากนะครับที่คุยกัน
51:36
อย่างที่ท่านบอกตั้งแต่ต้นว่าเรื่องวัน
51:37
นี้คุยกันหนักไปหน่อยนะครับแต่จริงๆอยาก
51:39
จะคุยเรื่องเบาๆเหมือนกันนะครับแต่
51:42
ผมมองไม่เห็นเลยในชีวิตท่านจะมีเรื่องตรง
51:44
ไหนเบาๆที่ผมจะคุยด้วยได้นะผมยังมองไม่
51:47
>> ไม่ครับผมเป็นคนสนุกสนานร่าเริง
51:49
>> โอ้โหร่าเริงมากเลยครับ
51:51
>> แต่ที่คุณต่อสรุปนี่ผมต้องขอบคุณมากๆเลย
51:54
สรุปได้ดีมากๆเลยครับว่าทุกคนต้องช่วยกัน
51:59
>> ใช่ครับผมกลัวจริงๆฮะผมกลัวคนเค้าเรียก
52:02
หมดอะไรตอยากหมดหวังและยอมแพ้ไอ้การหมด
52:05
อะไรตอยากหมดหวังและยอมแพ้แพ้เนี่ยทานโทษ
52:08
นะครับมันตลกสิ้นดีที่จะเกิดมาชีวิตแบบ
52:11
ตายเหมือนกันนะฮะแต่ตายแบบยอมแพ้ผมไม่ตาย
52:16
อย่างงั้นแน่ฮะผมจะตายอย่างผมไม่ยอมแพ้ผม
52:19
จะสู้จนวินาทีสุดท้ายแล้ววันนี้ผมพาคนนึง
52:23
ซึ่งเขาสู้ชีวิตของเขามาตั้งแต่เสมียนจน
52:27
มาเป็น CEO ประธานกรรมการบริหารธนาคาร
52:30
เกียรตินาคินพัทรด้วยอายุนี้ด้วยนะฮะอายุ
52:33
ท่านปี 73 แล้วนะครับท่าน
52:35
>> 72 ยาก 73 ท่าน 70 ให้ไปแล้วครับผมให้
52:38
>> แต่บอกคุณต่ออีกปีนึง
52:39
>> ใช่ครับผมให้ท่านเลยครับจริงๆแล้วดูสิ
52:42
ครับคนมีค่าไม่ได้เกี่ยวกับอายุไม่ได้
52:45
เกี่ยวอายุมากอายุน้อยมันเกี่ยวกับสิ่ง
52:47
ที่อยู่ในนี้อยู่ที่ท่านคิดหรือเปล่าถ้า
52:49
ท่านคิดสิ่งมีค่าจะเกิดขึ้นกับชีวิตท่าน
52:51
อย่างแน่นอนครับขอบคุณท่านมากครับวันนี้
52:55
>> ขอบพระคุณท่านผู้ชมที่ติดตามรับชมนะครับ
52:57
วันนี้เวลาหมดแล้วลาไปก่อนแต่ก่อนจะจากไป
53:00
ผมยืนยันมั่นคงครับคิดครับคิดเรื่องดีๆ
53:03
ที่มีประโยชน์และอย่าคิดถอยคิดสู้สู้ลาไป
53:10
>> ขอบคุณมากครับท่านครับ