0:03
เราถูกบอกมาตลอดว่าถ้าอยากสุขภาพดีต้อง
0:05
เลือกกินอาหารให้ดีอืหลายคนจึงเพิ่มผัก
0:09
เติมโปรตีนและซื้ออาหารเสริมแต่สงสัยไหม
0:12
คะว่าทำไมอาหารชนิดเดียวกันบางคนกินแล้ว
0:15
ได้ผลแต่บางคนกลับตอบสนองต่างออกไปความ
0:19
แตกต่างนี้เป็นหนึ่งในปริศนาที่นัก
0:21
วิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบและจิ๊กซอสำคัญ
0:24
อาจอยู่ในสังคมจุลินทรีย์เล็กๆภายในลำไส้
0:27
ที่เราเรียกว่าไมโครไบโอ
0:32
มันจะพาเราก้าวข้ามข้อจำกัดในการดูแล
0:34
สุขภาพและยืดช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีให้
0:37
นานขึ้นได้อย่างไรติดตามได้ในรายการ
0:51
เกิดแก่เจ็บตายคือวัฏจักรชีวิตที่มนุษย์
0:54
รู้ว่าไม่มีใครหนีพ้นแต่ระหว่างการเกิด
0:57
กับความตายคงไม่มีใครอยากใช้ชีวิตอยู่กับ
1:00
ความเจ็บป่วยที่อาจพรากทั้งความสุขความ
1:03
สามารถในการดูแลตัวเองและท้ายที่สุดคือ
1:06
ชีวิตบางครั้งต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่
1:09
อาจยื้อไว้ได้เราจึงถือว่าการไม่มีโรค
1:13
เป็นลาภอันประเสริฐมนุษย์พยายามทำความ
1:16
เข้าใจว่าโรคเกิดจากอะไรจะรักษาอย่างไร
1:19
และจะป้องกันได้หรือไม่ความพยายามนี้พา
1:22
มนุษย์เราศึกษาร่างกายลึกลงไปถึงDเna
1:26
โมเลกุลที่เก็บข้อมูลพันธุกรรมสำหรับการ
1:29
เจริญเติบโตและการทำงานของร่างกายด้วย
1:32
ความหวังว่าการอ่านรหัสเหล่านี้จะช่วยให้
1:35
เข้าใจการทำงานของยีนและค้นหาความเปลี่ยน
1:38
แปลงทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคได้
1:41
ในปี 1990 นักวิทยาศาสตร์นานาชาติเริ่ม
1:44
โครงการ Human Genome Project เพื่อถอด
1:46
รหัสพันธุกรรมมนุษย์ก่อนประกาศความสำเร็จ
1:49
ในปี 2003 ข้อมูลที่ได้กลายเป็นแผนที่
1:52
อ้างอิงสำคัญช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นหา
1:55
ยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคศึกษาการทำงานของ
1:57
ร่างกายได้ละเอียดขึ้นและพัฒนาการแพทย์
2:00
ให้ก้าวหน้าความสำเร็จนี้สร้างความหวัง
2:03
อีกครั้งว่าการอ่านรหัสพันธุกรรมจะช่วยไข
2:06
ความลับของสุขภาพมนุษย์แต่เราก็ยังมาได้
2:10
เพียงจุดหนึ่งเพราะถึงแม้จะอ่านรหัส
2:12
พันธุกรรมได้ก็ยังบอกไม่ได้ทั้งหมดว่าใคร
2:15
จะป่วยเป็นโรคอะไรหรือเมื่อไหร่เพราะโรค
2:18
ซับซ้อนที่เกิดจากหลายปัจจัยอย่างโรคหัว
2:20
ใจเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วนไม่ได้ขึ้น
2:24
อยู่กับยีนเพียงอย่างเดียวแต่ยังขึ้นอยู่
2:26
กับอาหารการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมด้วย
2:30
ยีนจึงช่วยบอกความเสี่ยงแต่ไม่ได้กำหนด
2:32
ว่าเราต้องป่วยเสมอไปและต่อให้รู้ความ
2:35
เสี่ยงว่าอยู่ตรงไหนเราก็ยังเลือกเปลี่ยน
2:38
ยีนที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดไม่ได้ตาม
2:40
ต้องการเราจึงใช้ความรู้นั้นเฝ้าระวังและ
2:43
ลดโอกาสเกิดโรคความก้าวหน้าทางการแพทย์
2:46
ค่อยๆเพิ่มโอกาสให้มนุษย์รอดพ้นจากความ
2:48
เจ็บป่วยความปรารถนาของเราจึงขยับไปสู่
2:52
การมีอายุยืนช่วงหนึ่งที่เราตื่นเต้นกับ
2:55
คนที่อยู่ได้นานถึงหลักร้อย 4. พยายามค้น
2:58
หาความลับและหนทางของชีวิตที่ยืนยาวแต่
3:01
การมีชีวิตยืนยาวอาจหมายถึงหลายปีที่ต้อง
3:04
อยู่กับโรคหรือแม้แต่นอนติดเตียงความ
3:07
ปรารถนาของมนุษย์จึงขยับจากการมีอายุยืน
3:10
ไปสู่การมีสุขภาพที่ดีให้นานที่สุดให้
3:13
ความเจ็บป่วยมาถึงช้าที่สุดและยังใช้
3:16
ชีวิตได้ด้วยตัวเองนี่คือเป้าหมายของการ
3:19
ยืด Health Span หรือช่วงชีวิตที่มี
3:21
สุขภาพดีการไปถึงจุดนั้นต้องอาศัยมากกว่า
3:24
การรู้ว่าเราเสี่ยงเป็นโรค
3:26
นักวิทยาศาสตร์ต้องหาทางลดความเสี่ยงนั้น
3:29
ก่อนที่ความเจ็บป่วยจะมาถึงอีกด้านนึงของ
3:32
การค้นหาคำตอบนักวิทยาศาสตร์หันมาศึกษา
3:34
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกับเราอย่าง
3:37
ละเอียดขึ้นนั่นก็คือไมโครไบโอมหรือระบบ
3:40
นิเวศของจุลินทรีย์ที่มีบทบาททั้งในการ
3:43
ย่อยอาหารและการทำงานของภูมิคุ้มกัน
3:46
มนุษย์เรารู้จักจูลินทรีย์เหล่านี้มานาน
3:48
แต่การศึกษาที่อาศัยการเพาะเลี้ยงยังมี
3:51
ข้อจำกัดเพราะหลายชนิดเติบโตในห้องทดลอง
3:54
ได้ยากเราจึงยังมองมองเห็นความหลากหลาย
3:57
ของพวกมันได้ไม่ครบจนเทคโนโลยีอ่าน
4:00
พันธุกรรมเปิดทางให้ก้าวข้ามข้อจำกัดนี้
4:03
ด้วยการศึกษา DNA จากตัวอย่างโดยตรงโดย
4:06
ไม่ต้องเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ทีละชนิดวิธี
4:09
ที่เรียกว่า Meta Genomic ช่วยให้นัก
4:11
วิทยาศาสตร์สำรวจว่ามีจุลินทรีย์อะไรอยู่
4:14
บ้างและยินของพวกมันบอกถึงความสามารถอะไร
4:17
ที่อาจทำได้ต่อมาในปี 2007 โครงการ Human
4:21
Microbi โปรเจคของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ
4:24
สหรัฐก็เริ่มสำรวจจุลินทรียตามส่วนต่างๆ
4:26
ของร่างกายความน่าสนใจคือองค์ประกอบและ
4:29
การทำงานของจุลินทรีย์เหล่านี้เปลี่ยน
4:31
แปลงได้ทั้งจากอาหารยาและการใช้ชีวิตนี่
4:36
จึงกลายเป็นอีกความหวังว่าหากเราเข้าใจ
4:39
ว่าพวกมันทำงานอย่างไรเราอาจปรับกระบวน
4:42
การบางอย่างภายในร่างกายเพื่อดูแลสุขภาพ
4:45
ให้เหมาะกับแต่ละคนได้ผ่านการดูแลสังคม
4:48
จุลินทรีย์ที่อยู่ในตัวเราดร.โยฟ G นัก
4:51
วิจัยด้านไมโครไบโอมผู้ร่วมก่อตั้งและ
4:54
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HM Farma
4:57
บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากเกาหลีใต้มองว่า
5:00
ไมโครไบโอมคือจิ๊กซอชิ้นสุดท้ายที่จะช่วย
5:03
เติมเต็มความเข้าใจร่างกายและการดูแล
5:06
สุขภาพเฉพาะบุคคลในมนุษย์
5:11
ไมโครไบโอมคือระบบนิเวศของจุลินทรีย์ที่
5:14
อาศัยอยู่ร่วมกับเรามีทั้งแบคทีเรียเชื้อ
5:17
ราไวรัสและจุลินทรีย์กลุ่มอื่นๆกระจาย
5:20
อยู่ตั้งแต่ผิวหนังช่องปากไปจนถึงทางเดิน
5:23
อาหารโดยแบคทีเรียส่วนใหญ่ในร่างกายอาศัย
5:26
อยู่ในลำไส้ใหญ่หนึ่งในหน้าที่สำคัญของ
5:28
พวกมันคือช่วยย่อยส่วนประกอบของอาหารที่
5:31
เอนไซมของเราย่อยเองไม่ได้ดร.จีเล่าให้
5:34
เห็นภาพว่าสังคมแบคทีเรียก็เหมือนเมืองมื
5:37
หนึ่งที่มีคนหลากหลายอาชีพแต่ละคนมีความ
5:40
สามารถและหน้าที่แตกต่างกันบางชนิดย่อย
5:43
อาหารบางชนิดนำสารที่แบคทีเรียตัวอื่น
5:46
สร้างขึ้นไปใช้ต่อพวกมันทำงานเชื่อมโยง
5:49
กันและส่งผลต่อร่างกายของเราเมื่อเรากิน
5:52
อาหารร่างกายจะย่อยและดูดซึมอาหารส่วน
5:54
ใหญ่บริเวณลำไส้เล็กแต่ใยอาหารและแป้งบาง
5:57
ชนิดที่เอนไซม์ของเราย่อยไม่ได้จะผ่านลง
6:00
ไปถึงลำไส้ใหญ่แบคทีเรียที่อยู่ตรงนั้นนำ
6:03
ไปหมักและสร้างสารที่เรียกว่าMetabบolite
6:06
หรือสารจากกระบวนการเผาผลาญบางชนิดร่าง
6:09
กายดูดซึมไปใช้ได้สิ่งที่เราย่อยเองไม่
6:12
ได้จึงอาจกลับมาเป็นประโยชน์ผ่านความ
6:14
สามารถของแบคทีเรียความสามารถในการสร้าง
6:17
สารที่มีริต่อร่างกายนี้ทำให้ดร.เรียกผล
6:20
ผลิตบางชนิดว่าโมเลกุลคล้ายยาหรือ DC
6:24
light molecules และมองลำไส้เป็นโรงงาน
6:27
ผลิตยาที่มีอาหารเป็นวัตถุดิบและ
6:29
แบคทีเรียเป็นคนงานคำว่าคล้ายยาในที่นี้
6:32
หมายถึงการมีฤทธิ์ทางชีวภาพไม่ได้หมาย
6:35
ความว่าสารทุกชนิดใช้รักษาโรคได้และผล
6:38
ผลิตของพวกมันก็ไม่ได้เป็นประโยชน์ทั้ง
6:41
หมดแต่แบคทีเรียของแต่ละคนมีทั้งชนิด
6:44
ปริมาณและความสามารถแตกต่างกันบางคน
6:46
เปลี่ยนสารจากอาหารชนิดนึงได้ดีในขณะที่
6:49
อีกคนนึงทำได้น้อยกว่าแม้กินเหมือนกัน
6:52
ร่างกายจึงอาจได้รับสารที่แบคทีเรียสร้าง
6:55
ขึ้นได้ไม่เท่ากันนี่เป็นส่วนหนึ่งที่
6:57
ช่วยอธิบายว่าทำไมอาหารชนิดเดียวกันจึง
7:00
ให้ผลกับแต่ละคนต่างกันศึกษาในอาสาสมัคร
7:03
สุขภาพดีชาวเกาหลี 34 คนซึ่งได้รับโสมแดง
7:07
หรือโสมแดงหมักพบความสัมพันธ์ระหว่างความ
7:10
สามารถของแบคทีเรียในการเปลี่ยนสารกับ
7:12
ระดับสารจากโสมบางชนิดที่ตรวจพบในเลือด
7:16
ซึ่งผลนี้ยังไม่ได้บอกว่าใครได้รับ
7:18
ประโยชน์จากโสมมากกว่าแต่สนับสนุนว่าการ
7:21
ทำงานของแบคทีเรียเกี่ยวข้องกับปริมาณสาร
7:23
จากโสมที่ร่างกายได้รับความแตกต่างยังพบ
7:26
ในการตอบสนองต่ออาหารทั่วไปด้วยในปี 2015
7:29
นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ไมนประเทศ
7:32
อิสราเอลติดตามระดับน้ำตาลในเลือดของอาสา
7:35
สมัคร 800 คนเป็นเวลา 1 สัปดาห์พบว่าแม้
7:38
ว่าพวกเขาจะกินอาหารเหมือนกันระดับน้ำตาล
7:41
หลังอาหารของแต่ละคนก็อาจเพิ่มขึ้นต่าง
7:44
กันมากทีมวิจัยนำข้อมูลจุลินทรีย์มาใช้
7:47
ร่วมกับอาหารผลเลือดเลือดสัดส่วนร่างกาย
7:49
และกิจกรรมทางกายเพื่อสร้างแบบจำลองทำนาย
7:52
การตอบสนองก่อนทดสอบในอาสาสมัครอีก 100
7:55
คนผลของงานวิจัยนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์
7:58
เห็นว่าการประเมินผลของอาหารต้องรู้จักคน
8:01
ที่กินด้วยโดยไมโครไบโอมเป็นหนึ่งในหลาย
8:04
ปัจจัยที่นำมาพิจารณาเช่นเดียวกันกับยา
8:08
แบคทีเรียอาจเปลี่ยนสารไปในทางที่เราไม่
8:11
ต้องการงานวิจัยในวาริสาร Science เมื่อ
8:13
ปี 2013 พบว่าแบคทีเรีย Agella Lenta
8:17
บางสายพันธุ์สามารถเปลี่ยนยาดีจ็อกซิน
8:20
ซึ่งใช้รักษาโรคหัวใจบางภาวะให้เป็นรูป
8:23
ที่ไม่ออกฤทธิ์การทำความเข้าใจแบคทีเรีย
8:26
จึงอาจช่วยอธิบายได้ด้วยว่าเหตุใดยาชนิด
8:29
หนึ่งจึงให้ผลต่างกันในแต่ละคนนอกจากช่วย
8:32
อธิบายการตอบสนองที่แตกต่างกันไมโครไบโอม
8:35
ยังเป็นส่วนหนึ่งของภาพฝันที่นัก
8:37
วิทยาศาสตร์อย่างดร.อยากให้ไปถึงนั่นคือ
8:40
การมี Time Machine สุขภาพหรือการใช้ข้อ
8:44
มูลภายในร่างกายมาช่วยประเมินสุขภาพล่วง
8:46
หน้าเพื่อให้เรามีโอกาสดูแลตัวเองก่อน
8:48
ความเจ็บป่วยจะเกิดขึ้นการอ่านสัญญาณ
8:51
สุขภาพจากแบคทีเรียมีตัวอย่างให้เห็นแล้ว
8:53
ในงานศึกษามะเร็งลำไส้ใหญ่นักวิจัยพบว่า
8:59
นิวคลตัมในอุจจาระรวมกับการตรวจเลือดแฝง
9:02
แบบ fit ช่วยตรวจพบมะเร็งได้มากกว่าการ
9:06
ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระเพียงอย่างเดียว
9:09
นี่คือการใช้แบคทีเรียเป็นเบาะแสช่วยค้น
9:11
หาโรคที่อาจมีอยู่แล้วส่วนการทำนายว่าใคร
9:14
จะป่วยในอนาคตยังต้องพัฒนาและพิสูจน์ความ
9:17
แม่นยำต่อไปการประเมินสุขภาพต้องเดินคู่
9:21
กับการหาวิธีดูแลที่ได้ผลดร.จีบอกว่าทิศ
9:24
ทางของนักวิจัยคือการค้นหาแบคทีเรียในคน
9:27
ที่ตอบสนองต่อสารอาหารได้ดีเพื่อนำมาทด
9:29
สอบว่าจะช่วยคนที่ตอบสนองได้น้อยกว่าได้
9:32
หรือไม่เป้าหมายคือเปลี่ยน Non
9:34
responders ให้เป็น responders และพัฒนา
9:38
ให้ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นจนถึงระดับที่เขา
9:41
เรียกว่า Super Responders นี่คือจุด
9:44
เริ่มต้นของการค้นหาความลับของยอดมนุษย์
9:51
ดร.จีเรียกแนวคิดการค้นหาแบคทีเรียจากยอด
9:55
มนุษย์หรือคนที่ตอบสนองต่อสารอาหารได้ดี
9:57
เป็นพิเศษว่า Super Human Project
10:00
เพื่อดูว่าแบคทีเรียในลำไส้ของคนเหล่านี้
10:03
มีความสามารถอะไรก่อนทดสอบว่าจะนำความ
10:06
สามารถนั้นมาช่วยคนที่ตอบสนองได้น้อยกว่า
10:09
ได้หรือไม่งานวิจัยจากหลากหลายกลุ่มช่วย
10:12
ให้เห็นว่าแนวคิดนี้มีความเป็นไปได้อย่าง
10:14
ไรตัวอย่างนึงคือการช่วยผู้หญิงวัยหมด
10:17
ประจำเดือนที่มีอาการร้อนวูบวาบงานทดลอง
10:20
ในผู้หญิงญี่ปุ่นที่สร้าง equal ไม่ได้พบ
10:23
ว่าการให้สาร S equal Equal ซึ่งมี
10:25
ฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยลดอาการ
10:27
ร้อนวูบวาบได้Equวลเกิดจากแบคทีเรียในลำ
10:31
ไส้เปลี่ยนสารจากถั่วเหลืองแต่บางคนสร้าง
10:34
ได้บางคนก็สร้างไม่ได้จึงเกิดแนวคิดที่จะ
10:37
ปรับแบคทีเรียให้ช่วยสร้างอีโคปแต่ก็ยัง
10:40
ต้องพิสูจน์อยู่นะคะว่าจะลดอาการได้
10:42
เหมือนการให้สารโดยตรงหรือไม่อีกตัวอย่าง
10:45
นึงคือยูโรทิ A ซึ่งเกิดจากจุลินทรีย์
10:48
เปลี่ยนสารจากพืชเช่นสารที่พบนายทับทิม
10:52
งานวิจัยในปี 2024 ทดลองให้สารนี้ในหนู
10:55
ที่ใช้ศึกษาโรคอัลไซเมอร์พบผลดีต่อการ
10:58
เรียนรู้ความจำและกระบวนการจัดการส่วน
11:01
ประกอบที่เสียหายภายในเซลล์จึงเป็นเหตุผล
11:04
ให้ศึกษาต่อถึงประโยชน์ต่อสมองแต่ก็ยัง
11:07
ไม่ได้ยืนยันเช่นเดียวกันว่าจะให้ผลแบบ
11:10
เดียวกันในคนจากความสามารถของแบคทีเรีย
11:12
ที่ค้นพบขั้นต่อไปคือการคัดเลือกตัวที่ทำ
11:15
งานได้ตามต้องการทดสอบว่าสร้างสารได้มาก
11:18
น้อยเพียงใดแล้วศึกษาความเป็นไปได้ในการ
11:21
พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สำหรับหน้า
11:24
ที่เฉพาะอาจอยู่ในรูปแบบอาหารเสริมที่
11:26
บรรจุแบคทีเรียก่อนนำไปทดลองในคนซึ่งก็
11:30
ยังต้องพิสูจน์ทั้งความปลอดภัยผลต่อ
11:32
สุขภาพและระยะเวลาที่ผลนั้นคงอยู่เมื่อ
11:36
แต่ละคนตอบสนองแตกต่างกันก็ต้องศึกษาต่อ
11:39
ว่าวิธีไหนเหมาะกับใครดร. G นี้ Full
11:44
Self Health Care Loop เริ่มจากการ
11:46
ตรวจตัวอย่างอุจจาระเพื่อศึกษาแบคทีเรีย
11:48
ในลำไส้นำข้อมูลมาประกอบการเลือกอาหาร
11:51
หรือผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์แล้วตรวจซ้ำควบ
11:54
คู่กับการติดตามผลสุขภาพเพื่อทดสอบว่า
11:57
วิธีที่เลือกได้ผลเพียงใดอย่างไรก็ตามค่ะ
12:00
หลักฐานสำหรับการใช้ผลตรวจไมโครไบโอมใน
12:03
งานคลินิกยังจำกัดการรู้ว่ามีแบคทีเรีย
12:06
อะไรอยู่จึงยังไม่เพียงพอที่จะบอกได้แน่
12:09
นอนว่าแต่ละคนควรกินอะไรหรือใช้ผลิตภัณฑ์
12:12
ใดแต่หากเก็บข้อมูลได้ต่อเนื่องดร. G ว่า
12:15
ภาพอนาคตที่เราอาจได้เห็นคือการเชื่อมข้อ
12:19
มูลไมโครไบโอมเข้ากับผลตรวจสุขภาพและ
12:22
อุปกรณ์ที่สวมใส่ติดตามสุขภาพสร้างเป็น
12:25
digital twin หรือแบบจำลองดิจิทอลของ
12:28
เราเพื่อช่วยประเมินว่าร่างกายเรากำลัง
12:31
เปลี่ยนไปในทิศทางไหนและเราควรจะดูแล
12:34
อย่างไรแต่นี่ยังเป็นภาพอนาคตที่ยังต้อง
12:37
พิสูจน์ทั้งความแม่นยำและประโยชน์ต่อ
12:39
สุขภาพและในระหว่างที่นักวิทยาศาสตร์
12:42
กำลังพัฒนาวิธีเหล่านี้สิ่งที่เราเริ่ม
12:45
ได้เลยคือการดูแลแบคทีเรียที่มีอยู่แล้ว
12:52
เมื่อแบคทีเรียมีส่วนช่วยดูแลร่างกายสิ่ง
12:55
ที่ต้องย้อนมาดูคือวิถีชีวิตของเรายัง
12:58
เอื้อให้พวกมันทำงานได้ดีแค่ไหนอาหารและ
13:01
การใช้ชีวิตในสังคมสมัยใหม่เปลี่ยนไปมาก
13:03
ค่ะทั้งรูปแบบอาหารการใช้ยาและสภาพแวด
13:06
ล้อมศึกษาพบความแตกต่างของไมโครไบโอม
13:09
ระหว่างประชากรที่มีระดับความเป็นสังคม
13:12
อุตสาหกรรมต่างกันงานวิจัยในวารสารเซลล์
13:15
ปี 2023 เปรียบเทียบจุลินทรีย์ในลำไส้ของ
13:18
ชาวฮัซาในทานเนียซึ่งดำรงชีวิตด้วยการล่า
13:21
สัตว์และเก็บอาหารกับประชากรกลุ่มอื่นพบ
13:24
ว่าผู้ใหญ่ชาวอัซาที่ศึกษามีจุลินทรีย์
13:26
เฉลี่ยประมาณ 730 ชนิดต่อคนในขณะที่กลุ่ม
13:30
ผู้ใหญ่ในแคลิฟอร์เนียมีประมาณ 277 ชนิด
13:34
นักวิจัยยังระบุจุลินทรีย์ 124 ชนิดที่พบ
13:37
น้อยหรือไม่พบในกลุ่มประชากรสังคม
13:40
อุตสาหกรรมที่ศึกษาด้วยผลนี้จึงทำให้นัก
13:43
ศึกษาต่อว่าอาหารและวิถีชีวิตที่เปลี่ยน
13:45
ไปเกี่ยวข้องกับการสูญเสียจุลินทรีย์
13:48
เหล่านี้อย่างไร 1 ในปัจจัยสำคัญคืออาหาร
13:51
ของแบคทีเรียค่ะถ้าเรากินใยอาหารน้อยลง
13:54
พวกมันบางกลุ่มก็มีวัตถุดิบให้ใช้ได้น้อย
13:56
ลงงานทดลองในหนูที่มีจุลินทรีย์จากมนุษย์
13:59
พบว่าอาหารใยอาหารต่ำทำให้ความหลากหลาย
14:03
ของแบคทีเรียลดลงและเมื่อได้รับอาหารแบบ
14:05
นี้ต่อเนื่องหลายรุ่นแบคทีเรียบางกลุ่มก็
14:08
หายไปจนการกลับมากินใยอาหารเพียงอย่าง
14:11
เดียวก็ไม่สามารถฟื้นคืนได้ทั้งหมดดร. G
14:14
เลยมองว่าการดูแลไมโครไบโอมจึงต้องกลับมา
14:18
makeทeria great again ค่ะโดยให้ความ
14:21
สำคัญกับ 2 เรื่องนั่นคือวัตถุดิบที่
14:23
เลี้ยงจุลินทรีย์และแหล่งจุลินทรีย์ที่
14:26
เรารับเข้าไปเพราะอาหารของเราก็เป็นอาหาร
14:29
ของแบคทีเรียด้วยเมื่ออาหารเปลี่ยนสังคม
14:32
แบคทีเรียและสิ่งที่พวกมันสร้างก็เปลี่ยน
14:34
ตามดร. G เปรียบเทียบว่าเวลาที่เรากินของ
14:38
ที่ย่อยง่ายอย่างเช่นข้าวขาวหรือว่าแป้ง
14:40
ขัดสีจะทำให้พวกแบคทีเรียเหล่านี้ขี้
14:43
เกียจเพราะมีวัตถุดิบไปถึงพวกมันน้อยกลับ
14:46
กันพวกใยอาหารจากผักผลไม้ถั่วและธัญพืช
14:50
เต็มเมล็ดเป็นวัตถุดิบสำคัญที่แบคทีเรีย
14:52
บางกลุ่มนำไปหมักและสร้างสารที่เป็น
14:55
ประโยชน์การกินอาหารจากพืชให้หลากหลายจึง
14:58
ช่วยให้จุลินทรีย์ได้รับวัตถุดิบหลายแบบ
15:01
เรามักคุ้นว่าการกินโยเกิร์ตหรือนม
15:03
เปรี้ยวแล้วดีต่อลำไส้แต่บนฉลาดเราอาจเจอ
15:06
ทั้งคำว่าพบโติกและProไบโติกส์ซึ่งทำหน้า
15:10
ที่ต่างกันค่ะโอติกคืออาหารของจุลินทรีย์
15:13
บางกลุ่มส่วนโปรไบโติกส์คือตัวจุลินทรีย์
15:16
มีชีวิตที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเมื่อได้
15:19
รับในปริมาณที่เหมาะสมนอกจากนี้อาหารหมัก
15:23
ยังเป็นอีกกลุ่มที่มีงานศึกษาน่าสนใจค่ะ
15:26
งานทดลองในผู้ใหญ่สุขภาพดี 36 คนแบ่งให้
15:29
กินอาหารใยอาหารสูงหรืออาหารหมักสูงพบว่า
15:32
กลุ่มอาหารหมักมีความหลากหลายของจุลิน
15:35
เพิ่มขึ้นและตัวชี้วัดการอักเสบบางตัวลด
15:38
ลงจากความพยายามเอาชนะโรคและยืดอายุไขวัน
15:42
นี้เป้าหมายของมนุษย์คือทำให้ความเจ็บ
15:44
ป่วยมาถึงช้าที่สุดหรือการยืด Health
15:47
Band หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีให้นาน
15:51
ที่สุดไมโครไบโอมเป็นหนึ่งในความหวังนั้น
15:53
การเข้าใจว่าจุลินทรีย์มีส่วนทำให้แต่ละ
15:56
คนตอบสนองต่ออาหารหรือยาต่างกันอย่างไร
15:59
อาจเปิดทางให้เราเลือกอาหารวิธีป้องกัน
16:03
และการรักษาได้เหมาะสมกับแต่ละคนมากขึ้น
16:06
แม้หลายแนวทางยังต้องพิสูจน์ผลในคนต่อไป
16:10
วันนี้เราอาจยังไม่มี Time Machine ที่
16:12
จะพาไปเห็นสุขภาพในอนาคตแต่เรารู้แล้วว่า
16:15
ภายในร่างกายมีไมโครไบโอมจุลินทรีย์ที่
16:18
ร่วมกำหนดอนาคตนั้นสิ่งที่เริ่มได้ตั้ง
16:21
แต่วันนี้จึงเป็นการใส่ใจกับอาหารที่ส่ง
16:24
ลงไปเพราะอนาคตสุขภาพที่เราอยากเห็นเริ่ม
16:27
ต้นจากสิ่งที่เราทำวันนี้ค่ะดร. G จะมา
16:31
ร่วมเปิดมุมมองเรื่องอนาคตสุขภาพในหัวข้อ
16:33
Microbiome The Next Frontier and
16:35
Health and Wellness บนเวที The
16:37
Standard Economic Forum 2026
16:40
Reinvent Thailand ด้วยใครอยากมาฟัง
16:42
ด้วยตัวเองพบกันวันที่ 4-6 พฤศจิกายนนี้
16:45
ที่ Paragon Hall 5 สยามParagอนและ
16:48
พิเศษสำหรับแฟนๆรายการ Key Message ลุ้น
16:51
รับบัตรเข้าร่วมงานฟรีเพียงแค่สแกน QR Cด
16:54
และตอบคำถามผ่าน Google Form ทั้งหมด 50
16:57
รางวัลรางวัลละ 2 ใบต่อ 1
17:00
รวมตอบคำถามได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้
17:03
เท่านั้นค่ะผู้โชคดีจะได้รับบัตรเข้าร่วม
17:05
งานฟรี 3 วันพร้อมสิทธิ์รับชมย้อนหลังนาน
17:08
6 เดือนส่วนรายละเอียดวันประกาศผลเราจะ
17:11
แจ้งให้ทราบอีกครั้งสามารถติดตามข้อมูล
17:14
ได้ที่ The Standard ทุกช่องทางค่ะ